คำตรัสของพระพุทธเจ้า เรื่อง..คนถ่อย (๓)

“…..พราหมณ์ ท่านรู้จัก..คนถ่อย..หรือ?

ธรรม..เป็นเครื่องกระทำ..ให้เป็น..คนถ่อย..หรือ?…”

“…..พราหมณ์ ถ้าอย่างนั้น..ท่านจงฟัง..จงใส่ใจให้ดี…”

๑. คนผู้มักโกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่อย่าง…เลว..มีทิฏฐิวิบัติ

และมีมายา….พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๒ . คนผู้เบียดเบียนสัตว์ที่เกิดหนเดียว แม้หรือเมื่อเกิด

สองหน ไม่มีความเอ็นดูสัตว์ …พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๓. คนผู้เบียดเบียน เที่ยวปล้น มีชื่อเสียงว่าฆ่าชาวบ้าน

ชาวนิคม …พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๔. คนผู้ลักทรัพย์ที่ผู้อื่นหวงแหน เขาไม่ได้อนุญาตให้

ในบ้านหรือในป่า ..พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๕. คนผู้กู้หนี้เขามาใช้ แล้วกล่าวว่า หาได้เป็นหนี้ท่านไม่?

หนีไปเสีย…พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๖. คนผู้ฆ่าคนเดินทาง ชิงเอาสิ่งของเพราะอยากได้สิ่งของ

…พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๗. คนผู้ถูกเขาถามให้เป็นพยานแล้วกล่าวคำเท็จ เพราะ

เหตุแห่งตนก็ดี เพราะเหตุแห่งผู้อื่น..ก็ดี..เพราะเหตุแห่ง

ทรัพย์ก็ดี…พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๘. คนผู้ประพฤติล่วงละเมิดในภรรยาของญาติ..ก็ตาม ของ

เพื่อนก็ตาม..ด้วยการข่มขืน หรือด้วยการร่วมรักกัน

…พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๙. คนผู้สามารถ แต่ไม่เลี้ยงมารดาหรือบิดา ผู้แก่เฒ่าผ่าน

วัยหนุ่มสาวไปแล้ว…พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๑๐. คนผู้ทุบตี ด่าว่า มารดา บิดา พี่ชายพี่สาว พ่อตาแม่ยาย

แม่ผัวพ่อผัว ….พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๑๑. คนผู้ถูกถามถึงประโยชน์ แต่บอกสิงที่ไม่เป็นประโยชน์ พูด

กลบเกลื่อนเสีย…พึงรู้ว่า..เป็นคนถ่อย

๑๒. คนผู้กระทำกรรมชั่วแล้ว ปรารถนาว่า..ใครอย่าพึงรู้ ละ

ปกปิดไว้ …พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๑๓. คนผู้สู่สกุลอื่นแล้ว และบริโภคโภชนะที่สะอาด ย่อมไม่

ตอบแทนเขา ผู้มาสู่สกุลตน …พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๑๔. คนผู้ลวงสมณะ พรหมณ์ หรือแม้วณิพกอื่น ด้วย..มุสาสวาท

..พึงรู้ว่า..เป็นคนถ่อย

๑๕. คนผู้ด่าสมณะ หรือ พราหมณ์ และไม่ใช้โภชนะ เมื่อ

เวลาบริโภค…พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๑๖. คนผู้ที่ถูก..โมหะ..ครอบงำแล้ว ปรารถนาของเล็กน้อย

พูดอวด…สิ่งที่ไม่มี..พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๑๗. คนผู้เลวทราม ยกตนและดูหมิ่นผู้อื่น..ด้วยมานะของตน..

…พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๑๘. คนผู้ฉุนเฉียว กระด้าง มีความปรารถนาลามก มีความ

ตระหนี่ …โอ้อวด..ไม่ละอาย..ไมสะดุ้งกลัว

…พึงรู้ว่า..เป็นคนถ่อย

๑๙. คนผู้ติเตียนพระพุทธเจ้าหรือติเตียนบรรพชิต หรือ คฤหัสถ์

ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า …พึงรู้ว่า…เป็นคนถ่อย

๒๐. คนผู้ใด ..ไม่ได้เป็นพระอรหันต์ แต่ปฏิญาณว่าเป็น

..พระอรหันต์ ..ผู้นั้นเป็นคนถ่อย…ต่ำช้า..เป็นโจรในโลก

พร้อมทั้งพรหมโลก คนเหล่าใด ตถาคตประกาศแก่ท่านแล้ว

คนเหล่านั้นนั่นแหละ ตถาคตกล่าวว่า…เป็นคนถ่อย

“บุคคล..มิใช่เป็น..คนถ่อย…เพราะชาติตระกูล มิใช่เป็นพราหมณ์

เพราะชาติตระกูล…แต่…เป็นคนถ่อย..ก็เพราะกระทำความชั่ว

เป็นพราหมณ์..ก็เพราะกระทำความดี….”

เหตุแห่งดำครัส : อัคคิกภารทวาชพราหมณ์

เรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับพระปิลินทวัจฉเถระ ผู้ติดเรียกใครต่อใคร

รวมทั้งภิกษุสงฆ์ทั้งหลายว่า “คนถ่อย”..โดยไม่มีเจตนาในคำนั้นแลย

เพราะเป็นคำที่พราหมณ์ใช้เรียกบุคคลอื่น..ซึ่งคิดว่า..อยู่ในฐานะ…

วรรณะที่..ต่ำ..กว่าตน

เหตุแห่งคำตรัสเกิดขึ้นในกาลต่อมา ขณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้า

ประทับอยู่ ณ พระเชติวันมหาวิหาร วัดที่ท่าน..อนาถบิณฑิกเศรษฐี

สร้างถวาย อยู่ใกล้เมือง..สาวัตถี..แคว้นโกศล

เช้าวันหนึ่ง..พระผู้มีพระภาคเจ้า…เสด็จออกไปบิณฑบาต..ตาม

ตรอกซอกซอยยังคามนิคมในกรุงสาวัตถี จนกระทั่ง…ถึงบ้านของ

พราหมณ์อัคคิกภารทวาชะ ผู้กำลังแต่งของบูชาไฟ พราหมณ์แลเห็น

พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จมายังที่อยู่ตน ก็กราบทูลว่า

“หยุดที่นั่นแหละคนโล้น หยุดอยู่ที่นั่นแหละสมณะ หยุดอยู่ที่นั่นแหละ

..คนถ่อย…” พราหมณ์กล่าวอย่างไม่มีเจตนาร้าย ต้องการจะใส่

บาตรพระพุทธองค์นั่นเอง

พระพุทธเจ้า ตรัสถามพราหมณ์ว่า…รู้จักคนถ่อยหรือธรรมอันเป็น

เครื่องกระทำให้เป็น..คนถ่อย..หรือ???? เมื่อพราหมณ์กราบทูลว่า

“..ไม่รู้เลย..”

พระพุทธองค์..จึงทรงตรัสให้พราหมณ์รู้ลักษณะของ

…คนถ่อย…เป็นเช่นไร..ดังคำตรัสทั้ง ๒๐ ข้อ ข้างต้น และเมื่อพระพุทธองค์

สรุปว่า…ใครๆ ก็เป็น..คนถ่อย..ได้ และ ใครๆ..ก็เป็น..พราหมณ์..ได้

อยู่ที่..การกระทำ..ของคนๆ นั้น

อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ ก็แสดงความยินดี…และกราบทูล..ขอถือพระ

รัตนตรัย…ประกาศตนเป็น..อุบาสก..ตลอดชีวิต

11 มกราคม 2011 เวลา 8:56 น.

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *