พระสมเด็จสองคลอง วัดระฆังกับวัดบางขุนพรหม (๖๕)

พระสมเด็จสองคลอง “ตามคำอธิบายของเซียน” หมายความว่า เป็นพระสมเด็จ
วัดระฆังฯ ที่นำเข้ามาบรรจุภายในเจดีย์ของวัดบางขุนพรหมฯ..โดยมีเนื้อหามวลสาร
ไปทางวัดระฆังฯ…แต่เส้นซุ้มหวายขององค์พระฯ จะหนากว่า พระของบางขุนพรหมฯ
….จริงหรือ?

ในความเป็นจริงแล้ว..เนื้อหาของพระสมเด็จบางขุนพรหม…ก็เป็นพระที่นำมา
จากวัดระฆังฯ..แล้วนำมาบรรจุกรุบางขุนพรหมก็นั่นเอง…เนื้อหาควรใกล้เคียงกัน
(ในกรณี..ถ้าไม่โดนน้ำท่วมหนัก)

สาเหตุที่พระสมเด็จบางขุนพรหมมีเนื้อที่ขาว กว่าพระสมเด็จวัดระฆังฯ..
ก็เพราะว่า..โดนปูนซีเมนต์ ที่ตกหล่นอยู่ภายในเจดีย์ ตอนสร้างเจดีย์มีอยู่ภายใน
ผสมกับน้ำน้ำภายในกรุที่ท่วมขังกัดจนเนื้อซีดขาว

เปรียบเทียบได้กรณีเดียวกับเรานำมือข้างนึงของเราแช่น้ำเอาไว้
สักระยะหนึ่ง…แล้วยกขึ้นมาเปรียบเทียบ..กับมือที่ไม่แช่น้ำ..เราจะเห็นความซีด…
ของมือทั้งสองข้าง..ที่แตกต่างกัน…ไม่เหมือนกัน..นั่นเอง (ในกรณีนี้ถ้าเราเอามือที่แช่น้ำ
กับมือที่ไม่ได้แช่น้ำ…ไปให้เซียนดูทั้งสองข้าง…เซียนก็จะบอกว่า..เนื้อไม่ใช่…มันซีด
เกินไปครับ..หรือ…อาจจะเข้าใจผิดคิดว่า..มือที่แช่น้ำจนซีดนั้นมีส่วนผสมของปูนเปลือก
หอยสำหรับเทหยอด…เนื้อมวลสารที่ผสมจึงน้อย..(เพราะเขามองไม่เห็นปูนมันกัดซีดหมด)
ก็เลยคิดว่า..เป็นพระฯ..ที่สร้างไม่เหมือนกับที่วัดระฆังฯ..จากนั้นก็อธิบายเป็นตุเป็นตะ…
จากความเข้าใจผิดคิดว่า…น่าจะของตัวเขาเอง…ฯลฯ…
0
คราบปูนซีเมนต์..เข้าไปกัดกร่อน..จนทำให้เนื้อพระสมเด็จฯ (วัดระฆังฯ)..ซีดลง..
เจือจางลง..มวลสารย่อยสลายลงไป..เพราะโดนปูนกัดกร่อน..หาได้เป็นเพราะ..มวลสาร
แก่ปูนเปลือกหอยไม่? เนื้อหามวลสารของพระดั้งเดิมของพระสมเด็จบางขุนพรหม..
ไม่ได้แก่ปูนขาว..แบบที่เซียนกล่าวไว้ก็ได้

ความเป็นจริงคือ…พระสมเด็จสองคลอง คือพระสมเด็จวัดระฆังที่บรรจุกรุ บางขุนพรหม
แต่เนื่องจากน้ำท่วมไม่ถึง หรือท่วมบ้างไม่ท่วมบ้าง แช่น้ำนานมาก-น้อยบ้าง ที่ให้เกิด
ความแตกต่างกันได้….ส่วนพระสมเด็จฯ องค์ที่อยู่ด้านบนสุดไม่โดนน้ำกัด..ไม่ถูกน้ำท่วม…
เนื้อพระก็เลยไม่เปลี่ยนสภาพ ยังคงเป็นสภาพเดิมอยู่ (ซึ่งเป็นเนื้อเดิมแบบวัดระฆังฯ..ที่มีทั้ง
เส้นซุ้มเล็กบ้างใหญ่บ้างปะปนกันครับ…)

ความจริงแล้ว..พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมก็คือ..พระที่ทำขึ้นจากวัดระฆังฯ..นำเข้ามา
บรรจุกรุวัดบางขุนพรหม คำว่าสองคลองคือ..”เซียนจะมองเฉพาะตรงซุ้มหวายที่มีขนาดใหญ่”…….
เนื้อออกมาโซนของวัดระฆังฯ…

ซึ่ง..เขาระบุว่า…พระสองคลองแตกต่างจากพระส่วนใหญ่..ที่พบภายในกรุ..บางขุนพรหม

ที่มีเส้นซุ้มที่เล็กเรียวกว่า…ทางฝั่งของวัดระฆังฯ..

(เขาเข้าใจกันอย่างนั้น…กำหนดกันไว้อย่างนั้น..ก็ว่ากันไป รับฟังได้แต่อย่าเชื่อทั้งหมดนะครับ)

แต่ในขณะเดียวกัน..พระของทางฝั่งวัดระฆังฯ..ที่มีเส้นซุ้มเดียวกับพระบางขุนพรหม…
กลับถูกตีว่า..เป็นพระปลอมของสายการผลิตจาก..วัดระฆังฯ ไป จากความรู้ที่ผิดๆ ของเซียนนั่นเองครับ

เพราะเหตุแห่ง (ข้ออ้างว่า)…ผิดพิมพ์ (ตรงซุ้มหวาย).เล็กไป….นั่นเอง..
เขาก็จะไม่พยายามเรียนรุ้ว่า…พระที่มีเส้นซุ้มหวายเล็ก..แบบนี้เป็นพระแท้…

ถ้าเส้นซุ้มหวายเล็กแบบนี้..แล้วไม่มีคราบกรุ..เขาก็ตีปลอม…
หรือกรณีหากเอาไปทำพรางคราบกรุขึ้นใหม่..ก็ตีปลอม….อีก…ไม่ใช่คราบกรุของวัดบางขุนพรหม..?
(คือ..ตีปลอมจากคราบกรุที่ไม่เหมือนกับสิ่งที่เขาเคยเห็นในกรุบางขุนพรหม…”กลายเป็นยึดคราบกรุ..
เป็นมาตรฐานในการตัดสินพิจารณา…โดยไม่ดูที่องค์พระฯ..ว่าเเท้…ในเบื้องต้นหรือไม่?”

เขาจะไม่ตีให้พระที่มีเส้นซุ้มหวายเล็ก…แต่ไม่เห็นคราบกรุว่า….
“เป็นพระบางขุนพรหม…ที่ไม่ได้ลงกรุ”….55555555

สรุปให้เป็นพระแท้ของบางขุนพรหมฯ..แต่ลงกรุก็ยังดี…ยังมีศักดิ์ศรีความเป็นพระแท้.ได้.
…..แต่พอไม่เห็นคราบกรุ..ไม่ลงกรุ ตีปลอมซะงั้น..555 เก่งมากเลยครับท่าน

ยังดีนะครับ…ที่ไม่ตี…”พระสองคลอง…(วัดระฆังฯ ลงกรุ)…”…..ว่า..
พระสมเด็จวัดระฆังฯ ไม่มีลงกรุ…..(ตีให้ปลอมไปอีก)

ไม่รู้ครับ..คาดเดาอนาคตไม่ได้ …….ถ้าหาก..”พวกเขา”…มีการกำหนดโน่น กำหนดนี่..
เขายังระบุ..เขากำหนดให้เป็น..กำหนดสิ่งที่เขาอยากจะให้เป็น…

พระสมเด็จสองคลอง…ที่เคยตัดสินว่าแท้ในวันนี้..ก็จะกลายเป็น พระปลอมในวันข้างหน้า…ด้วยการ
กำหนด..”ให้..พระ..เป็น..จากผู้รู้…ผู้ชี้ชะตา..ผู้กำหนดมาตรฐานพระฯ..”..อยากจะให้เป็น.นั่นเองครับ

5555 สรุปพระแท้ต้องแท้แบบสากล….สากลแบบ “ผมคนเดียวดูเป็น…กลุ่มผมตัดสินถูกต้องได้มาตรฐาน…
แท้ต้องเป็นสากล (กลุ่มของตรู) ยอมรับ…แท้แบบมาตรฐานที่ผมเชื่อ กลุ่มผมเชื่อ ตัดสินรับรองให้แท้”…….

ถ้าจะกำหนดให้แท้กันแบบนี้…เล่นกันแค่เป็นกลุ่มๆ ยอมรับกันแค่เฉพาะกลุ่มใครกลุ่มมันแบบนี้…มันจะเป็น…
สากล..ได้อย่างไร?….เท่ากับเล่นกันกลุ่มเดียว…ยิ่งสิ่งที่กำหนดขึ้นมาให้เป็น..ไม่มีมาตรฐานด้วยแล้ว….

มาตรฐานที่ถูกกำหนดขึ้นมาจากความเชื่อของตนของกลุ่มตน เข้าตัดสินรับรอง ตัดสินพระแท้เท็จ
..รับรองพระฯ….ให้แท้โดยไม่มีมาตรฐานอะไรรองรับ?..(วัดค่าตรงส่วนไหน? อะไร? ยังงัยไม่ได้)

..เชื่อเถอะครับ…การกำหนดกันเยี่ยงนี้…จะไม่สามารถอนุรักษ์พระแท้ฯ ได้สักองค์….หายนะพระเครื่องฯ…
จาก ความเชื่อที่เข้าใจผิดคิดกันไปเอง…คิดว่าเชื่อว่า..บรรทัดฐานที่ตนและกลุ่มตนกำหนดขึ้นมา….
ว่า..สิ่งนั้นนั่นคือ..มาตรฐาน….มาตรฐานสากล…ครับ ……..(ไม่มีชาติใดในโลกใช้ความเชื่อของตน
ของกลุ่มตนกำหนดให้พระฯ เป็น ไม่ว่าจะตั้งอะไรขึ้นมาเป็นมาตรฐานก็แล้วแต่…ท่านต้องไตร่ตรองสมองคิด
ให้ได้ว่า….คำว่ามาตรฐาน จะต้องวัดค่านั้นได้..จะต้องมีหน่วยวัดค่าได้กำกับเท่านั้นครับ?)

ถ้าจะต้ังอะไร? ก็ได้ให้เป็น…ให้ต้องเป็นตามที่ตน..กลุ่มตน..เพื่อนพ้องน้องพี่ของตน…อยากจะให้เป็นมาตรฐาน
..”วัดค่าไม่ได้…ไม่มีหน่วยวัดใดๆ รองรับได้…นอกจากใช้ความเชื่อส่วนตัว ส่วนกลุ่มเท่านั้นที่..รับรองได้….

สิ่งน้ันคงเป็นได้เพียงแค่
มาตรฐานสา(กรู) …….มาตรฐานสา(กลุ่ม) …….มาตรฐานสา(โกง) …ได้เท่านั้นครับ
คำแนะนำที่ผมให้ก็คือ…
ไปเล่นคนเดียว…ไปเล่นกลุ่มเดียว…ไปเล่นชมรมองค์กรเดียว….ของตน…ไม่ต้องให้คนอื่น…เขาต้อง
จำใจยอมรับ…ความเชื่อในเรื่องมาตรฐาน…ยอมรับในคำตัดสินที่อ้างว่ามีมาตรฐาน…ได้มาตรฐาน..ของตน
ดีกว่า…แล้วการที่รู้คนเดียว…รู้กลุ่มเดียว…รุ้แค่ในจำนวนคนไม่กี่คน….จะอ้างเป็นสากล….อย่าอ้างแบบนี้
อายเด็กๆ ครับ….รู้ยี่สิบสามสิบหรือหลักพันก็แล้วแต่….อ้างเป็นสากล…..อืม..ม์…..นะ…ผมอายแทนครับ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *