Category: บทความพระเครื่อง

ความจริงเรื่องคาร์บอน 14 กับ การตรวจหาอายุพระเครื่อง (๑๐๒)

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมาเป็นลูกโซ่ เริ่มตั้งแต่ปี ๕๖ มีคนกลุ่มหนึ่ง นำโดยอาจารย์ระดับซีแปด (อาจารย์ สุ)……..ได้นำพระสมเด็จฯ ไป ตรวจสอบที่ สถาบันวิจัยนิวเคลียร์ฯ มีการถ่ายรูปกลุ่มเพื่อนๆ รวมถึงเข้าไป ถ่ายทำกระบวนการภายในห้องแลป ทดลองภายใน (เจ้าหน้าที่ที่ให้ข้อมูลบอก ว่าความจริงต้องทำเป็นหนังสือขอเย่ียมชม แต่เนื่องจากอาจจะมีความสนิทสนม กันเป็นการส่วนตัว ก็สามารถอนุญาตให้เข้าชมได้) จากนั้นมีการถ่ายภาพเก็บกระบวนการทำงาน…

พระขุนแผนกรุบ้านกร่าง หรือ พระขุนแผนกรุบ้านกู (๒๑๒)

ในการสะสมพระเครื่องฯ เราจะได้ยินพระเครื่องที่ขึ้นชื่อว่ามีเมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด นั่นคือพระกลุ่มที่เรียกว่า “ขุนแผน” บ้านกร่าง สุพรรณบุรี (ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผมอาศัยอยู่ ณ เวลานี้) ทีนี้ เราก็รู้อยู่แล้วว่า พระขุนแผน กับขุนแผนแสนสะท้าน ขี่อาชาสีหมอก สะพายดาบฟ้าฟื้น…เป็นคนละเรื่องกัน ไม่เกี่ยวกัน เพียงแต่ตั้งชื่อพระพิมพ์…นั้นขึ้นเรียกนามว่าขุนแผน ตามนิยายของตัวละครที่ชื่อว่า…

พระแท้ดูอย่างไร มาตรฐานที่พระแท้ต้องมีคืออะไร (๑๕๐)

ความรู้เรื่องพระเครื่องฯ เนื้อพระที่เป็นดิน ชิน ผง..พระเก่า พระโบราณ…ผมเองก็ไม่รู้จะอธิบายให้เพื่อนๆ ที่ไม่ได้สัมผัสตัวตนผม…..ได้ฟังแล้วเข้าใจได้อย่างไร?….เพราะนั่นเป็นความรู้ของผม…แต่สำหรับลูกศิษย์ผม…เพื่อนผม…สมชาย น้อยสาคร…ทุกคนย่อมรู้ความสามารถของความรู้ที่ผมมี…ความรู้ที่ผมสอนที่ผมแสดงให้เห็น..ให้ประจักษ์ได้ด้วยตา ทุกคนต่างเรียนรู้ ทำความเข้าใจได้เป็นอย่างดี.. ทุกคนย่อมรู้ ย่อมเข้าใจว่า ผมให้ความรู้อย่างไร?..ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง…ทุกคนรับรู้ได้…..ให้ความรู้บนความจริงหรือความเชื่อ? หลายคนกล่าวว่า….ความรู้ผม…เป็นความรู้ที่ก้าวเลยความรู้ ของความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องฯ ณ ปัจจุบันที่เหล่าเซียนรู้..คนอื่นรู้….ความรู้ผม….เดินทางไปไกลมากเกินกว่าคนในยุคสมัยนี้จะเข้าใจได้โดยง่าย..หรือทำความเข้าใจได้ (เนื่องจากยึดติดในอัตตา รูปแบบความรู้บนความเชื่อแบบเดิมๆ เชื่อกันมาผิดๆ แบบเดิมอยู่)…

จริงหรือที่พระแท้ต้องเนื้อถูก พิมพ์ต้องใช่ พระแท้ต้องขายได้? (๓๑๐)

การสอนให้ยึด…ตัวเองเป็นหลัก…ให้เชื่อตัวเองเป็นหลัก ยึดสิ่งที่ตนให้เชื่อว่าถูกต้องเป็นหลัก (เนื้อถูก พิมพ์ใช่ ขายได้)…เหล่านี้ไม่ได้เป็นการสอนให้คนเรียนรู้ กลับสอนให้คนยึดติดกับ “ความรู้บนความเชื่อของตนเอง” ที่ตัวเองไม่รู้ว่าถูกต้องหรือไม่?…ที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่า…ถูกต้องคืออะไร?….สิ่งที่ตนเองยึดถือนั้น (เนื้อถูก พิมพ์ใช่)…มันเรียนรู้เพื่อยึดเป็นหลักเพื่อเทียบกำหนด ไม่ได้ (ยึดเป็นมาตรฐาน) ผู้คนจึงไม่สามารถเรียนรู้ได้ สุดท้ายการอ้าง “ขายได้”….ก็จะมีเพียงตน กลุ่มตนเท่านั้นที่ขายได้ คนอื่นขายไม่ได้…….. ในเมื่อ เรียนรู้ให้ถูกต้องไม่ได้ ตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ได้…

จัดงานประกวดพระเครื่องกันไปทำไม? (๓๐๘)

ประกวดพระเครื่องฯ…กันทำไม? ครับ… เพื่อให้รู้ว่าเป็นพระแท้หรือเท็จ…. พระแท้หรือเท็จ…ใช้มาตรฐานอะไร? เนื้อมีมาตรฐานไหม?…พิมพ์ทรงมีมาตรฐานไหม?… ถ้าไม่มีมาตรฐาน…แล้วจะรู้ได้อย่างไร?…องค์ไหนแท้เท็จ เหล่าผู้อ้างรุ้ตรูชำนาญการ…รับรองมาตรฐาน… ออกใบรับรองมาตรฐาน…ใช้หน่วยวัดค่ามาตรฐาน..อะไร?… ในการตรวจสอบวัดค่า…ความแท้เท็จได้ครับ เหล่าแมงเม่า…เสียเงินและเสียเวลาเปล่า?….กับการส่งพระเข้าประกวดฯ…ครับ หากไม่สามารถตรวจสอบความรู้…หรือความชำนาญการ ของเหล่าผู้อ้างรู้ตรูชำนาญการ…เหล่านั้นได้ก่อนว่า…พวกเขานั้น เป็นผู้รู้….จริงๆ หรือ เป็นพวกอุปโลกป์ตัวตนเป็นคนรู้ ถ้าพวกเขารู้ไม่จริง….ไม่มีความรู้ที่ถูกต้องถ่องแท้จริง พวกเขาก็คงไม่รู้ว่าจะ….”ใช้ความรู้บนความไม่รู้”.. ตัดสินพระสักองค์ตรงหน้า…ให้แท้เท็จ…ได้อย่างไร?.. จากความไม่รู้..รู้ไม่พอ พร่องความรู้นั้น…

เปรียบเทียบ พระเครื่อง กับ เครื่องใช้ไฟฟ้า(๒๙๗)

ในทุกวันนี้ เครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้า เราจะพบว่าผลิตขึ้นมาเลียนแบบผู้ผลิตที่ผลิตมาก่อนหน้ามากมาย โดยเฉพาะเครื่องมือช่างซึ่งวางขายกันเกลื่อนเมือง เกลื่อนเฟส ผมก็เลยขอหยิบยกประเด็นนี้..มาอธิบายเพื่อเปรียบเทียบเพื่อให้เพื่อนๆ ได้มองเห็นมุมมองบางเรื่องที่ผมจะนำมาใช้อธิบายให้ความรู้เป็นความรู้เชิงให้ข้อคิด มุมมองนั้น เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำส่วนใหญ่ก็จะมียี่ห้อ มีคุณภาพทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นมีอายุการใช้งานยาวนาน ตั้งแต่เริ่มการใช้วัสดุที่ดี รวมถึงมีขั้นตอนกระบวนการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพที่ดจากโรงงานเพื่อรักษาชื่อเสียงของแบรนด์ตน รักษาคุณภาพการผลิตที่เป็นผลิตภัณฑ์ของตนนั้นให้ได้รับความเชื่อถือ การถอดแบบลอกเลียนแบบหรือก๊อปปี้แบบผลิตภัณฑ์เหล่านั้นก็จะมีอยู่ทั่วโลก ในสมัยก่อนก็มีฮ่องกง (คุณภาพไม่ดีนัก) เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา ฯลฯ ราคาถูก…

การตัดสิน พระแท้สากล พระแท้สายอนุรักษ์? (๒๙๐)

ในการที่เราจะพิจารณาพระเครื่องฯ เพื่อแยกแยะแท้เท็จนั้น…ผู้พิจารณาตัดสินจะต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้รู้ ผู้ชำนาญการ หมายถึงมีความรู้ที่ดี มีความสามารถที่ดี (รู้จริง) ที่จะใช้ความรู้ของตนในการแยกแยะ…พระแท้พระเท็จออกจากกันได้….ด้วยความรู้ที่ถูกต้องนั้นได้ การตัดสินพระเครื่องนั้น จะมีคำตอบอยู่สองประการใหญ่ๆ คือ.. (๑) พระแท้ กับ (๒) พระปลอม (๑) พระแท้ คือพระที่สร้างมาในยุคสมัยถูกต้อง สร้างในคราวที่พระสงฆ์รูปนั้นยังมีชีวิตอยู่ อาจจะสร้างด้วยตัวท่านเองหรือศิษย์สร้างถวายก็ได้…คือสร้างอยู่ในห้วงนั้น…

สถาบันการศึกษาด้านพระเครื่องมีมาตรฐานหรือไม่ (๒๙๐)

เนื่องจากระยะหลังนี้…เกิดเหตุการณ์ที่วงการศึกษาของรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องกับวงการพระเครื่องฯ ในการสอนให้ความรู้ พร้อมทั้งออกใบรับรองการเรียนรู้ได้ ช่วงแรกก็เป็นของสถาบันการศึกษานอกโรงเรียน ที่ได้รับอนุญาตให้ “คน หรือ คณะบุคคลก็ดี”…เปิดสอนการเรียนรู้เรื่องพระเครื่องฯ ให้กับคน รวมถึงผู้สนใจทั่วไป เหตุผลและข้ออ้างคือ….(๑) “ต้องการให้ความรู้กับผู้สนใจในการเรียนรู้สะสมพระเครื่อง” เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเห็นมีระดับ “ปัญญาชน” คนมีการศึกษา จะใช้การเรียนการสอนในนามของมหาวิทยาลัยของรัฐเกิดขึ้น บนเหตุผลและข้ออ้างคือ….(๒) “ต้องการสร้างบุคลากรทางด้านพระเครื่องฯ”…. หากเรามองที่เหตุผล…

ไม่มีความรู้ ทั้งเซียนพระองค์ครูและศิษย์ (๒๘๓)

“..คนบางคน..ตั้งตนเป็นคนรู้..” บนความไม่รู้จริงของตนเองนั้น หลงทางกับความรู้ตัวเองไม่พอ.. ยังแสดงคำสอนให้ความรู้..บนความไม่รู้นั้นอีก… นำพาผู้คนที่ต้องการเรียนรู้….สู่หุบเหว..กับดักมรณะ สอนให้ความรู้บนความไม่รู้..บนความเชื่อของตนนั้น.. เหล่าผู้ติดตามเรียนรู้..ขาดความรอบคอบ…ไม่ฉุกคิดด้วยความเชื่อนั้น ขาดสติตรองสมองคิด..ติดกับดัก..ของความรู้ ที่ครูให้ความรู้บนความเชื่อนั้น แยกแยะไม่ได้?..อะไรคือความจริง..อะไรคือความเชื่อ แยกแยะไม่ได้..อะไรคือความรู้จริง..อะไรคือความรู้บนความเชื่อ จึงหลงเชื่อ และยึดติดเอาข้อมูลบนความไม่รู้จริง บนความพร่อง ของความรู้ในตัวผู้สอน..นั้นในการเรียนรู้ วิชา “อ่านเอาเรื่อง”…..หายไปไหน?….หรือวันนี้ หรือมีแต่ วิชา “อ่านเอาใจ”…ในตัวผู้สอน..คอมเม้นท์เอาอกเอาใจ…

วิธีพิจารณาพระสมเด็จ เรียนจากครู ความรู้คู่ปัญญา ๒ (๒๗๙)

วันนี้มี….ครูสอนพระเครื่องฯ ท่านหนึ่ง ไปขอเป็นเพื่อนผม โดยปกติผมก็จะต้องดู ตรวจดูรายละเอียด ทั้งหมดของผู้ขอเป็นเพื่อนก่อน ก่อนรับเป็นเพื่อนอยู่แล้ว … จากไทม์ไลน์ของท่านผู้นั้นผมได้เห็น…วิธีพิจารณาพระสมเด็จฯ ท่านสอนวิธีดูพระสมเด็จฯ ด้วยการไลฟ์สดซึ่งปรากฏอยู่หลายคลิปที่ไทม์ไลน์….ผมมองเห็นความความรู้ที่ท่านให้ไว้ ก็เลยแวะทักทาย สนทนากัน ก่อนจะรับเป็นเพื่อนกัน…(มองทัศนคติเพื่อนหน่ะครับ) เมื่ออ่านเสร็จเพื่อนๆ จะเห็นว่า…การพูดคุยเป็นไปด้วยดี…เรียนรู้ได้ ก็เลยได้สำเนาคำสนทนาออกมาจากกล่องข้อความที่ “ครู” ได้แลกเปลี่ยนคำถามคำตอบกัน เป็นแนวทางให้เพื่อนๆ…

เรียนรู้จากพระองค์ครู ความรู้บนความเชื่อ ความรู้บนความไม่รู้ (๒๗๔)

ปัญหาของการเรียนรู้ไม่ได้ นั่นก็อาจจะเกิดจาก..คนสอน..ผู้สอน คนสอนที่หลงทาง บนความรู้ที่เกิดจากความเชื่อของตนเอง.. สอนบนความไม่รู้นั้น..สอนท่ามกลาง ความไม่รู้ของตน อธิบายขยายความบนความเชื่อ นั่นเอง ผู้เรียนรู้..เมื่อเรียนรู้ ได้รับความรู้ไป หากยังพบว่า..หาคำตอบไม่ได้..นั่นเป็นเพราะ ความรู้ที่ได้รับมานั้น…อาจจะวางอยู่บนความเชื่อก็ได้… ทำให้เราค้นหาความจริงไม่ได้…จึงยึดเอาความรู้ที่เชื่อนั้นเป็นหลักไม่ได้ เมื่อ..”ไม่รู้ว่า..ความรู้มันผิด”….ก็เรียนรู้ไปบนความเชื่อที่ผิดนั้น เมื่อ..”แยกความรู้ กับความเชื่อออกจากกันไม่ได้ ย่อมหาคำตอบที่ถูกต้องไม่ได้”… ส่งผลให้ เรียนรู้อย่างถูกต้องไม่ได้ เมื่อไม่รู้อะไร?…

การหยดน้ำยาหาอายุพระสมเด็จหรือพระเครื่อง (๒๖๙)

การหยดน้ำยาในพระเครื่องฯ เพื่อหาคำตอบในเรื่องอายุพระฯ ที่นำมาการทดสอบนั้น…จุดประสงค์ที่ผู้สร้าง “น้ำยาหยดหาอายุพระฯ”…ต้องการจะบอกอะไร? กำลังจะสื่ออะไรให้สังคมได้รู้ ให้สังคมได้เรียนรู้….ที่เขาอ้างว่าเป็นวิทยาศาสตร์…นั้น ผมเองได้ยินได้ฟัง “น้ำยาฟองฟู่” นี้มานานในสองสามปีที่ผ่านมา…แต่ไม่มีรายละเอียดที่จะเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ได้…เผอิญวันนี้ ได้เห็นข้อมูลนี้ ก็เลยเอามาศึกษาดู…”กระบวนการทางวิทยาศาสตร์”…จากสิ่งที่เขาได้เขียนเป็นบทพิสูจน์พระสมเด็จฯ ตามหลักวิทยาศาสตร์ พร้อมๆ กันกับเพื่อน วิเคราะห์ขณะที่กำลังอ่านบทความเรื่องนี้ พิมพ์เรื่องนี้…อ่านไปเขียนไป…เพื่อจะดูว่า..”หลักวิทยาศาสตร์” จะนำมาใช้ตามอ้างได้อย่างไร?….(เปิดใจให้กว้างครับเพื่อนๆ ผมก็จะไม่มีอคติกับข้อความที่จะอ่านจะพิมพ์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันจากนี้)…..ศึกษาคำพูดเหล่านี้ไปพร้อมๆ กัน…