มาตรฐานพระเครื่องฯ มันเรื่องเยอะ (๑๐๔)

มาตรฐานพระเครื่องมันเรื่องเยอะ หมายความว่าอย่างไร?….หมายความว่า..วันนี้
(ปี๕๘) พระเครื่องที่ถูกกำหนดให้เป็นพระแท้นั้น…จะมีวิธีพิจารณาจากเหล่าผู้รู้ ผู้ชำนาญการ
ผู้ตัดสินให้แท้หรือเท็จนั้น จะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?….สิ่งที่เขาบอกเขาอ้าง.มีอะไรบ้าง
ที่เราไม่รู้….ผมจะแยกแยะอธิบายให้เพื่อนๆ ได้อ่าน ได้ทำความเข้าใจกันครับ…

หลักใหญ่ๆ ที่มักจะอ้างมาตรฐาน และถูกอ้างอิง ก็คือ….

๑. มาตรฐานที่หนึ่ง……พิมพ์ทรงองค์พระฯ

๒. มาตรฐานที่สอง……เนื้อหามวลสาร ส่วนผสมในองค์พระฯ

ตอนนี้ผมให้เพื่อนๆ ลืมไปก่อนว่า พระสมเด็จฯ มีกี่พิมพ์ทรง จะแยกเป็นแม่พิมพ์อะไร?…
ยังไม่ต้องสนใจนะครับ…..ผมยกตัวอย่าง….พิมพ์ใหญ่ (ที่จะแบ่งแยกย่อยไปอีกก่ีพิมพ์ช่างประไร?)
เอาเป็นพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่หนึ่งก็แล้วกันนะครับ

พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่หนึ่ง แต่ละองค์ที่ตัดสินว่าแท้ถูกต้องแล้ว ต่างก็ไม่มีความเหมือนกันดั่ง
ฝาแฝดในเรื่องของพิมพ์ทรง…เช่น..เกศอาจจะเอียงซ้ายขวาไปมา…หรือ…เกศไม่ถึงซุ้ม ทะลุซุ้ม
นั่นก็เป็นไปได้…อันเนื่องมาจากกระบวนการในการผลิตที่ควบคุมไม่ได้….

กรณี…ถ้าเป็นพระของเซียนเอง……ก็สามารถที่จะอ้างได้ว่า….
เป็น “แม่พิมพ์”….ใหม่ แม่พิมพ์ที่เกศไม่ถึงซุ้ม…แท้ครับ ยังงัยก็แท้ครับ…แม่พิมพ์ใหม่ครับ

แต่…ถ้าเป็นพระของคนอื่น….ก็สามารถที่จะอ้างได้ว่า “ผิดพิมพ์” ครัับ ดูวันไหน? ก็ปลอม

เหตุการณ์แบบนี้…เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า…ทุกเมื่อเชื่อวัน…อันเนื่องมาจากการที่เซียนไม่เห็น..
กระบวนการในการผลิตพระฯ…ก็มักจะใช้คำนี้อ้างกับเจ้าของพระฯ….นั่นเอง…..(ความรู้พร่อง)

ในขณะเดียวกัน…ถ้าเนื้อพระฯ มีส่วนผสมของพระสมเด็จเหมือนกับองค์ที่เซียนถือ…แม้จะ
เนื้อใช่แต่พิมพ์ไม่ใช่…ก็จะถูกอ้างว่า “เนื้อใช่ แต่พิมพ์ไม่ใช่”…..อีกเช่นกัน (พวกอ้างว่าแม่นเนื้อก็
ไม่ยืนยันอีกว่าเป็นพระแท้…หรือจะอ้างว่าพระแท้….แต่ไม่นิยมเพราะพิมพ์ผิด)

๓. มาตรฐานที่สาม…….รอยตัดตอก…ในกรณีพระที่ถูกเนื้อถูกพิมพ์…แต่รอยตัดตอก
บริเวณด้านข้างทั้งสี่…มีลักษณะที่พวกเขารุ้สึกว่า…ไม่ใช่…ไม่เหมือน..ไม่คุ้นตา…ก็จะตอบว่า…
“พิมพ์ทรงดูดี เนื้อหามวลสารดูใช่..แต่รอยตัดตอกไม่ดีครับ”

๔. มาตรฐานที่สี่……..ความเก่า ในกรณีนี้ความเก่าก็ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นให้แท้
หรือให้เท็จด้วย เช่นกัน เราจึงมักจะพบกับคำตอบที่ว่า “เนื้อยังสดใหม่” ประมาณนี้ครับ ในกรณี
ของความเก่าไม่เก่า บางครั้งก็อยู่ที่การเก็บรักษา…ผมได้เคยยกตัวอย่างกะปิที่อยู่ในกระปุก..กับ
กะปิกระปุกเดียวกันที่แคะออกมาตากแดดสามวัน เพื่อนๆ คงจำกันได้นะครับ…..แค่สามวัน….
ความแตกต่างก็แสดงให้เห็นชัดเจนได้ง่ายอยู่แล้ว…

๕. มาตรฐานที่ห้า…..รูพรุนปลายเข็ม
๖. มาตรฐานที่หก-เจ็ด-แปด- ฯลฯ..รอยหนอนด้น รูคู่ ปูไต่ ตะไคร่น้ำ บ่อน้ำตาตื้น

รอยกระเพื่อมของผิวน้ำ ริ้วละลอกคลื่นฯลฯ…..เม็ดดำ เม็ดเเดง….ฯลฯ……

มาตรฐานที่ “เหล่าเซียน” กำหนดขึ้นมาที่เราคิดว่ามีเพียงแค่

พิมพ์ทรงองค์พระฯ กับ เนื้อหามวลสาร…เราจึง…..คิดผิดครับ….

มาตรฐานต่าง ๆที่กำหนดขึ้นมาเพื่อจะให้พระหนึ่งองค์..ตรงหน้า..แท้เท็จนั้น..มันวุ่นวาย
มันมีมาตรฐาน (ที่ไม่มีมาตรฐาน) เยอะมาก

จนเรียนรู้ไม่ได้…เราแยกแยะไม่ได้..เข้าใจเข้าถึงไม่ได้ว่า ตกลงอะไร คือมาตรฐานกันแน่…

พระสมเด็จถึงเป็นพระที่หายากมากๆ….เรียนรู้ยาก ตรวจสอบยากมาก…..เพื่อนๆ ก็ลอง

มองดูมาตรฐานมากมายที่ผมได้แจกแจงให้ฟังครับ…แล้วจะรู้ว่า…มาตรฐานมันเยอะเกินไป….

และหากลองมองย้อนไป ค่อยๆ ค้นหาดูว่า..อะไรน่าจะเอามาวัดค่าได้บ้าง..?……คำตอบ
ก็คงอยู่ที่….เพื่อนๆ จะต้องตรวจสอบความรู้ที่อ้างว่าเป็นมาตรฐานเดิม….ครับ….ลองหาหน่วยวัดค่า..
ให้กับมาตรฐานทั้งหลายที่ถูกกำหนดดูครับ…เราจะยึดอะไร?..เป็นหลักมาตรฐานเพื่อพิจารณากันดี
ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ครับ เปิดโอกาสให้…ปัญญาของเราทำงานกันดูครับ…เราอาจจะค้นพบความจริงสักวัน
เราอาจจะได้คำตอบได้สักวันนึงก็ได้ครับผม

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *