พระแท้ ขายได้ พระแท้แท้เพราะอะไร? (๑๑๒)

เราคงได้ยินคำนี้บ่อย….จนชินหู จากเหล่าผู้ค้าพระฯ ทั้งหลาย
คำว่า…พระแท้ขายได้….หมายความว่า…พระแท้เท่านั้น…จึงจะขายได้

ซึ่งความจริงแล้ว…พระปลอมก็ขายได้เช่นกัน…หรือ…ขยะก็ขายได้เช่นกัน
การขายจึงไม่ใช่ตัวบ่งชี้ว่า…สิ่งที่ขายได้นั้น…เป็นของแท้ ของจริงเสมอไป

การที่ใครคนใดคนนึง…จะออกมาป่าวประกาศว่า….ตัวเองเก่ง ดูพระแท้
แยกพระปลอมออกจากกันได้…แสดงว่า…มีความมั่นใจสูงในองค์ความรู้
ของตัวเอง…เชื่อมั่นความรู้ตัวเองว่าถูกต้อง…ดีแล้วนั่นเอง

เป็นคุณสมบัติที่ีดีในองค์ความรู้ของแต่ละคนไป
แต่..สิ่งหนึ่งที่เราควรรู้ก็คือ…แต่ละคน…รู้เรื่องอะไร? รู้เรื่องที่จำเป็น
ต่อเรื่องๆ นั้น ตามที่เขาถนัดหรือไม่?….เราก็ควรตรวจสอบองค์ความรู้นั้นด้วย

เช่น
เขาอ้างว่า มีความรู้ดีเรื่องเนื้อ แม่นเรื่องเน้ือ….เราก็ต้องรู้ ตรวจสอบด้วยว่า…
เนื้อหามวลสารวัดค่ามาตรฐาน มีค่ามาตรฐาน (ดั่งเนื้อทองคำหรือไม่?)…

ถ้าเนื้อไม่มีมาตรฐาน ควบคุมกระบวนการในการผสม ควบคุมส่วนผสมไม่ได้
เนื้อหามวลสารจึง….ยึดเป็นมาตรฐานไม่ได้
แสดงว่า…เขาไม่ได้เป็นคนเก่ง..เรื่องมาตรฐาน

หรือ
เขาอ้างว่า มีความรู้ดีเรื่องพิมพ์ แม่นเรื่องพิมพ์…เราก็ต้องรู้ ตรวจสอบด้วยว่า…
พิมพ์ทรงองค์พระวัดค่ามาตรฐาน มีค่ามาตรฐาน (วัดกว้างยาวหนาสูงได้เหมือนกัน
ในทุกองค์…ดั่งเช่นเหรียญสิบบาทได้หรือไม่?…)…ถ้าแต่ละองค์วัดได้เฉพาะองค์
แสดงว่า…เราจะยึดตัวเลขที่วัดค่่าด้วยหน่วยวัดค่านั้นไม่ได้…เพราะว่า..แฮนด์เมด
งานทำด้วยมือ…ไม่สามารถควบคุมตรงส่วนนั้นได้…และถ้าพิมพ์ทรง..ที่ผลิตขึ้นมา
มีความแตกต่างกัน…ควบคุมกระบวนการในการผลิตไม่ได้ ทำให้พิมพ์ทรง
ไม่มีมาตรฐาน บิดเบี้ยวไปมาได้…พิมพ์ทรงจึงไม่สามารถจัดให้เป็นมาตรฐานได้
แสดงว่า…เขาไม่ได้เป็นคนเก่ง..เรื่องมาตรฐาน

หรือ
เขาอ้างเรื่องความเก่า อายุพระฯ….ธรรมชาติความเก่าสามารถบ่งบอกความแท้

ความเท็จได้….เราก็ต้องรู้จักคิด วิเคราะห์ แยกแยะให้ได้ว่า….ความเก่าพรางได้ไหม?

อายุพระตรวจสอบได้จริงไหม?…(ถ้าได้ค่าโดยประมาณการ…เชื่อว่าน่าจะอยู่ระหว่าง…

ฯลฯ)…สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่ตัวค่าอายุที่แท้จริง…ก็ย่อมไม่สามารถสรุปได้ฟันธงชัดเจนใน

เรื่องของอายุที่แท้จริง….แต่พระเครื่อง ต่อให้ตรวจสอบได้อายุพระจริงฯ…ก็ไม่ได้หมาย

ความว่าเป็นพระแท้ฯ นั่นเอง

ส่วนการอ้างว่า…อายุพระฟ้อง ความเก่าฟ้อง สามารถดูรู้มองเห็น ฟันธงเก๊แท้ได้

มันเป็นการอวดอ้าง หลงตัวเองใช้ความเชื่อส่วนตัวในการพิจารณาพระตรงหน้าเท่านั้น

เนื่องจากความเก่าสามารถพรางได้ ความเข้าใจเรื่อง “ความเก่า เก่ากว่า เก่าพอดี”…

มันไม่มีมาตรฐานบนความรุ้สึกที่แต่ละคนเห็น เข้าใจ เรียนรู้ได้นั่นเอง

หรือการอ้างว่า พระแท้เพราะมีประวัติการสร้างชัดเจน

สิ่งนี้ไม่แปลก ถ้าเป็นพิมพ์พระโรงงานแบบในปัจจุบัน ซึ่งสามารถควบคุมกระบวนการ

ในการผลิตได้แล้วทั้งระบบ…ส่วนเรื่องปลีกย่อยก็สามารถเรียนรู้จากจุดนั้นได้..แต่ไม่สามารถ

อ้างใช้กับพระโบราณ พระสมัยโบราณได้เลย….(มันคนละกรรมวิธี…จะผูกเรื่องเป็นวิธีเดียวกัน

ไม่ได้…นั่นเพราะคนพูดขาดความรู้จริง นั่นเอง)

เขาอ้างว่า มีความรู้ดีเรื่องรัก คราบกรุ ความเก่า..รอยตัดตอก ฯลฯ..

แม่นเรื่องเหล่านี้เราก็ต้องรู้ ตรวจสอบด้วยว่า…

รัก คราบกรุ ความเก่า..รอยตัดตอกฯลฯ วัดค่ามาตรฐาน มีค่ามาตรฐานหรือไม่?
ถ้าแต่ละองค์ต่างก็มีความแตกต่างกันไม่เหมือนกัน..ต้องเห็น ใช้ได้เฉพาะองค์
แสดงว่า…เราจะยึดรัก คราบกรุ ความเก่า.รอยตัดตอก.ฯลฯ เป็นมาตรฐานไม่ได้
เพราะวัดค่่าด้วยหน่วยวัดค่าใดๆ ไม่ได้…

สิ่งต่างๆ เหล่านี้เกิดจากประสบการณ์การเรียนรู้เฉพาะตัว
ของบุคคลหนึ่งเท่านั้น เป็นความรู้เฉพาะตัวเท่านั้น (ประสบการณ์ ความเชื่อ ความ
ชอบส่วนตัวเหล่านี้ ไม่สามารถวัดค่าด้วยหน่วยวัดค่ามาตรฐานใดๆ ได้) เราเคารพ
ในองค์ความรู้แห่งประสบการณ์นั้นได้..แต่เอามาเป็นมาตรฐานไม่ได้
ความเชื่อ ประสบการณ์ (ตัดสินมามาก ซื้อขายมามาก เห็นมามาก)
ไม่สามารถจัดให้เป็นมาตรฐานได้ เพราะไม่มีหน่วยวัดค่า..ความเชื่อประสบการณ์
ที่ “เขาอ้าง” เขาเล่าว่า เหล่านั้นได้นั่นเอง

แสดงว่า…เขาไม่ได้เป็นคนเก่ง..เรื่องมาตรฐาน

ดังนั้น วันนี้ การที่จะมีใครสักคนออกมาพูดเรื่องความเก่งของตัวเอง…ตัวเรา
ต้องแยกแยะ ตรวจสอบองค์ความรู้ที่เขามีด้วยว่า….เขามีความเก่ง (อะไร?)
เก่งตรงส่วนไหน?..ของพระฯ จนสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า….เขา
เก่งชำนาญการจนสามารถชี้ชัดฟันธง รับรอง พระแท้เท็จให้คนอื่นได้ เก่งเรื่อง
มาตรฐาน…ใช่หรือไม่?….

ความเก่งแต่ละคนไม่เท่ากัน สิ่งที่แต่ละคนรู้จึงเป็นคนเก่งคนละทาง เนื้อ พิมพ์
ความเก่า รอยตัดตอก คราบเก่า รา รัก ฯลฯ เราต้องแยกแยะให้ได้ว่า…ความเก่ง
เหล่านั้นอะไรคือมาตรฐาน…วัดค่ามาตรฐานนั้นได้ จากองค์พระที่มี…จากองค์
ความรู้ที่เขาแสดง…เราต้องรู้จักวิเคราะห์แยกแยะให้ได้ว่า…สิ่งต่างๆ เหล่านั้น
อะไรจะสามารถจัดให้เป็นมาตรฐาน วัดค่าได้ เรียนรู้ได้

ในกรณีถ้าจะอ้างว่า…ผมแม่นพิมพ์ ผมแม่นเนื้อ ดูความเก่า รอยตัดตอก คราบ
รา รักฯลฯ…ผมรู้ ผมดูทั้งหมดว่ามีลักษณะอย่างไร?…ผมตอบได้…ผมขายพระมาเยอะ..
ตัดสินพระมาแยะ..มีประสบการณ์ตรงเคยเห็นเคยขาย..พระแท้ขายได้…คุณต้องเคย

เห็นของจริง…เคยสัมผัสของจริง..มีประสบการณ์ในการดูจากของจริง????

………..บรา…บรา….าาาาา

คำถามมันก็จะย้อนกลับไปที่เดิมว่า…สิ่งต่างๆ ที่ท่านแม่น ที่ท่านรู้ ที่ท่านเก่ง..นั้น.
ด้วยความเคารพครับ มันใช่…เก่งเรื่องมาตรฐานหรือไม่?…..สิ่งต่างๆ ที่ท่านอ้างว่าเก่ง

ใช่เรื่องมาตรฐานที่จะวัดค่าให้คนอื่นรู้ เรียนรู้ได้หรือไม่?….มีหน่วยวัดค่ามาตรฐานตามที่

ท่านใช้ยึดเป็นหลักในการแยกแยะฟันธงพระตรงหน้าได้หรือไม่?

ถ้าไม่?…แสดงว่า……
ท่านก็ไม่ได้เก่งในเรื่องที่สำคัญที่สุดคือ….มาตรฐานที่พระมี? เพราะท่านไม่รู้จักมาตรฐาน

ที่พระมี…ที่จะสามารถวัดค่ามาตรฐาน แสดงค่าหน่วยวัดค่า “มาตรฐาน”….จากสิ่งใดๆ

ที่อ้างว่า…ท่านเก่ง.ท่านรู้..ท่านดูเป็นได้เลย

สิ่งต่างๆ ที่ท่านอ้างรู้ ดูเก่ง..ซื้อขายมาเยอะ…เห็นมาแยะ…มีประสบการโชกโชน

ดูเนื้อ ดูพิมพ์ ดูความเก่า ดูธรรมชาติความเก่า…ดูรอยตัดตอก…สิ่งที่ท่านอ้างทั้งหมดเหล่านั้น

มันเป็นแค่…พื้นฐานของการเรียนรู้ ดูพระเท่านั้นฯ..เองครับ อธิบายได้ถูกต้องก็จริง

แต่ไม่สามารถใช้สิ่งเหล่านั้น มาใช้ตัดสินพิจารณาในเรื่องแท้เท็จได้ครับ…(ไม่พอครับ)

พระแต่ละองค์..จะมีความแตกต่างกัน..ไม่มีฝาแฝดที่เหมือนกันทั้งเนื้อและพิมพ์…ท่านจึงยึด

…พื้นฐานทั่วไปในองค์พระฯ เหล่านั้นเป็นหลักในการพิจารณาให้เป็นมาตรฐาน…ในการสอน

ตัดสินฟันธงไม่ได้ และไม่สมควรนำความรู้สึก ประสบการณ์แต่ละองค์ที่เคยเห็น (ไม่รู้ว่าแท้หรือไม่)

เคยขาย (ไม่รู้ว่าพระแท้หรือปลอม)..ตัดสินมาเยอะ (ตัดสินบนพระแท้หรือปลอม?)..เพื่อ..นำ

เอาประสบการณ์ หรือ ความรู้บนความเชื่อ (ว่าพิมพ์ทรงมีมาตรฐาน..เนื้อมีมาตรฐาน..ฯลฯ)..ไป

ใช้สอนให้เหมือนกับองค์อื่น…ไปตัดสินพระองค์อื่นว่าจะต้องเป็นแบบนั้น..อย่างที่ท่านมีประสบการณ์

มา…เคยซื้อเคยขาย…เคยเห็น…เคยสัมผัสมา สิ่งนี้…เป็นข้ออ้างที่ไม่ถูกต้อง…นั่นเอง

เพราะอะไร?…เพราะความไม่รู้จริง….ว่าอะไรคือมาตรฐานนั่นเอง

พระแท้…?…แท้เพราะมาตรฐาน (แล้วมาตรฐานวัดค่ากันตรงไหน? อย่างไร?)
หน่วยวัดค่าพระแท้ได้ตรงไหน?…..หน่วยงานที่รับผิดชอบการออกใบรับรอง…บุคคล
ที่ออกใบรับรอง กลุ่มก้อนที่ออกใบรับรองว่าพระแท้ (แท้ยังงัย) พระแท้ได้มาตรฐาน
(มาตรฐานใช้หน่วยอะไรวัดค่าองค์พระฯ ได้บ้างครับ)……..

เห็นไหมครับ..ไม่มีคำเฉลยว่า พระแท้ แท้ยังงัย?……มีมาตรฐาน (ตรงไหน?)
รับรองมาตรฐานว่าแท้ แท้สากล แต่ละคน แต่ละชมรมก็อ้างไป…(แต่….ไม่มีหน่วยวัดค่ามาตรฐาน

พระแท้?.ใดๆ กำกับได้ ไม่มีคำอธิบายให้เห็นเป็นรูปธรรมได้…) มีเพียงกระดาษติดรูปพระฯ

กับคำอ้าง…ยืนยันว่าเป็นพระแท้มาตรฐาน….55555555 (มาตรฐานอะไร?)….

ในขณะที่พระปลอม พระโรงงาน ก็อ้างว่าพระของตัวเอง…กลุ่มตัวเอง
เป็นพระแท้ แต่ไม่รู้แท้ยังงัยเหมือนกัน ออกใบรับรองกำกับว่าเป็นพระ (ปลอม) แท้ๆ
ติดรูปยืนยันว่า…เป็นพระ (ปลอม) แท้ๆ ได้มาตรฐาน (โรงงาน)…ได้เหมือนกัน

ส่วนที่มีเหมือนกัน ไม่ว่าจะกลุ่มไหนก็คือ คำกล่าวอ้างเรื่อง “พระแท้ ขายได้”

พระกลุ่มผมเป็นพระแท้ (ทุกกลุ่มก็อ้างแบบนี้…แต่ก็ไม่รุ้ว่า..แท้ยังงัย..มีมาตรฐาน.
ยังงัย …จะวัดค่าเรียนรู้…ยังงัย….แต่….สามารถออกใบรับรองว่า…แท้มีมาตรฐาน
ได้…)…ในทุกๆ กลุ่มก็ทำได้เช่นกัน…รับรองให้แท้เท็จ..ได้เช่นกัน…นี่คือปัญหาครับ….

พระแท้ขายได้?….จึงเป็นวลีที่…ไม่ถูกต้องครับ?….พระปลอมก็ขายได้ ย้อมแมว
ได้ครับ..(เพียงแค่ส่งประกวดให้ได้ใบรับรองว่าเป็นพระแท้?…ได้มาตรฐาน…5555)
เพราะว่า…พระแท้ (ไม่รู้ว่าแท้ยังงัย…ได้มาตรฐาน (ตรงไหน?)…มีใบรับรองกำกับ
เป็นพระแท้ ได้ใบรับรองมาตรฐานกำกับ (แท้ยังงัย มาตรฐานตรงไหน?) เป็นพอ

การจะแยกพระแท้ออกจากพระปลอมได้ นั่นก็คงมีเพียงสิ่งเดียวที่พระมี คือ
มาตรฐาน วัดค่าได้เท่านั้น บทสรุปของเรื่องที่จะตอบคำถามทั้งมวลได้ คือ
มาตรฐานที่พระมีฯ เท่านั้นครับเพื่อนๆ

ไม่ใช่ใบรับรอง ไม่ใช่คำกล่าวอ้างที่ว่า…”พระแท้ ขายได้”…นั่นเอง

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *