จุดอ่อนของคนเล่นพระเครื่องแต่ละชมรม (๑๒๐)

ในทุกวันนี้..มีหลากหลายชมรมพระเครื่องฯ…ที่ตั้งขึ้น..เพื่อการอนุรักษ์ก็ดี…เพื่อการพาณิชย์…ก็ดี….โดยที่ทุกชมรมต่างก็สามารถออกใบรับรองฯ พระแท้ได้มาตรฐาน
ได้มาตรฐานสากลของกลุ่มของชมรมตัวเองได้

ซึ่งแน่นอน พระแท้ (ที่แม้จะมีใบรับรอง) จากชมรมหนึ่ง กลับเป็นพระปลอมอีกชมรมหนึ่งอย่างไม่มีใครสงสัย….(มันเกิดอะไรขึ้น)…..กรณีแบบนี้…เป็นเรื่องธรรมดาของทุกวันนี้ ณ เวลาที่ผมกำลังเขียนบทความนี้…..

นั่นก็หมายความว่า พระแท้แต่ละกลุ่ม แต่ละฝ่าย แต่ละชมรม …..มองไม่เหมือนกัน? มองต่างมุม….คำตอบจึงไม่เหมือนกัน…..หรือ….มาตรฐานที่ใช้ตัดสิน….แตกต่างกัน?……55555

ความหมายนี้แบ่งเป็นสองกรณี….คือ…ใครตัดสินผิด…ใครตัดสินถูก…ฝ่ายไหนถูก?…ฝ่ายไหนผิด?……สิ่งนี้คือประเด็นสำคัญ…..เพราะแต่ละฝ่าย ทุกฝ่ายต่างก็อ้างว่าตัวเองถูกต้อง…ใบรับรองมาตรฐานที่ออกนั้นมีความถูกต้องแม่นยำ….จึงออกใบรับรองรับประกัน…มาตรฐานได้ด้วยตนเอง….แต่คำตอบไม่เหมือนกัน…(สวรรค์กับนรก)

แต่ละฝ่ายใช้มาตรฐานอะไร?…ในการพิจารณาให้พระแท้เท็จ….คำตอบก็จะเหมือนกันก็คือ
๑. พิมพ์ทรงองค์พระฯ
๒. เนื้อหามวลสาร
สองสิ่งนี้เป็นหลักใหญ่ๆ ที่ใช้ในการพิจารณาแท้เท็จได้ในเบื้องต้น (ตามอ้างนั้น)

จากนั้นก็เป็นเรื่องส่วนประกอบอื่นๆ เช่น คราบ ความเก่า รอยตัดตอก รา รัก รูพรุนปลายเข็ม รอยเม็ดทรายที่ทิ้งรูบนพื้นผิวพระ ฯลฯ…..ทุกกลุ่ม ทุกชมรมก็จะอ้างเหมือนกันๆ ……

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร?….ว่ากลุ่มไหน?…ใช้มาตรฐานในการตัดสินได้อย่างถูกต้องแม่นยำกว่ากัน เพราะเราก็รู้กันมาแค่นี้เหมือนกัน….นี่แหละคือปัญหาใหญ่…ที่เราไม่เคยมองเห็นนั่นเอง….เราอยู่ในกลุ่มไหน?..เราก็เชื่อในผู้นำกลุ่ม…บางครั้งความเชื่อก็ทำให้ขาดสติที่จะคิดพิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วนได้

มาตรฐานที่กล่าวไว้ข้างต้น…เนื้อหามวลสาร พิมพ์ทรงองค์พระฯ…แต่ละฝ่ายก็อ้างเหมือนกัน…แต่…คำตอบในพระองค์เดียวกันจากสองกลุ่ม..หรือแต่ละกลุ่ม…ต่างไม่เหมือนกัน…

วิธีตรวจสอบเบื้องต้นก็คือ…เราก็ต้องไปดูว่า..เนื้อพระแต่ละองค์…มีลักษณะเหมือนกันแบบทองคำไหม?…ถ้าใช่ก็ยึดเป็นหลักได้….พิมพ์ทรงเหมือนกับเหรียญบาทไหม? ไม่มีผิดเพี้ยน
ถ้าใช่ก็ยึดเป็นหลักได้…..แต่….กรณีถ้า…พระเครื่องที่ทำด้วยมือ เราจะไม่สามารถควบคุมความเหมือนกันได้…ทั้งเนื้อทั้งพิมพ์…ก็เลยทำให้…ทั้งเนื้อทั้งพิมพ์..มีความแตกต่างกันได้…

เมื่อมีการแตกต่างกันได้..สิ่งที่มีความแตกต่างกัน..สิ่งนั้นย่อมยึดเอาเป็นมาตรฐานไม่ได้…
จัดให้เป็นมาตรฐานไม่ได้…เพราะไม่มีมาตรฐานนั่นเอง

จุดอ่อนของชมรม…ที่ยึดเนื้อหามวลสาร…(รวมพวกขยายเนื้อพระฯ ดูละเอียด)

จุดอ่อนของชมรม…ที่ยึดพิมพ์องค์พระ..เป็นหลัก…..ก็คือ….

ไม่เห็นแม่พิมพ์…

จึงไม่เข้าใจกระบวนการในการผลิต…อธิบายตรงส่วนที่ขาดหายนั้นไม่ได้…ปะติดปะต่อเรื่องราวจากการไม่เห็นแม่พิมพ์นั้นไม่ได้ จึงยึดเอาเนื้อหามวลสาร กับ พิมพ์ทรงองค์พระฯ…ที่ตาตัวเองเห็น..คนอื่นก็เห็นเหมือนกัน….ในการอธิบายเพื่อให้คนอื่นเข้าใจเหมือนที่ตัวเองเข้าใจได้….
แต่สุดท้าย….ก็ไม่รู้ว่า…ความไม่เหมือนกันนั้นไม่ใช่มาตรฐาน…เอาเป็นมาตรฐานไม่ได้…อยู่ดี
ไม่รู้จะวัดค่ามาตรฐานจากองค์พระฯ..จากเนื้อพระฯ..ได้อยู่ดีครับ (ไม่รู้จักมาตรฐานที่พระมีฯ)

จุดอ่อนของชมรมที่ยึดเอา…แม่พิมพ์…หลวงวิจารณ์เจียรไน…มาเป็นหลักในการพิจารณา

จุดอ่อนของกลุ่มนี้คือ…จะต้องตามสืบค้นตัวตน…ว่าหลวงวิจารณ์ฯ…มีตัวตนจริงๆ ให้ได้…(กลุ่มที่เล่นพิมพ์หลวงวิจารณ์มีหลายกลุ่ม) เท่าที่ตรวจสอบตามตำแหน่งยศฐาบรรดาศักดิ์….ปรากฏว่า…ตำแหน่งทางราชการนี้ ไม่มีในช่างสิบหมู่… ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมวิเคราะห์ชื่อ ตำแหน่ง ฐานันดรศักดิ์….ในเบื้องต้นนั้น

อ.ไผ่ (ไผ่พนา เพ็ชรเย็น) ท่านได้ไปค้นดู ท่านค้นหาใน ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็ไม่พบว่าท่านหลวงผู้นี้…เป็นต้นสกุลของ….สกุลอะไรในปัจจุบัน…(วันนี้ก็ยังค้นหาไม่เจอครับ)….นี่คือจุดอ่อน..ที่บอบบางยิ่งนัก…เพราะถ้าหาก

“ท่านหลวงผู้นี้…ไม่มีตัวตนจริงๆ”……วงการพระเครื่องฯ…ที่ยึดเอาแม่พิมพ์ของ ท่านหลวงผู้นี้…เป็นที่นิยมในการเช่าหาสะสม…ราคาสูงลิ่ว…. โดยการยึดแม่พิมพ์ของท่านหลวงท่านนี้เป็นหลัก….ก็คือ สุดท้ายก็ไม่สามารถวัดค่ามาตรฐาน อะไรได้อยู่ดี…จากแม่พิมพ์ที่อ้างนั้น…(ความจริงท่านหลวงจะมีตัวตนก็ไม่เกี่ยวกับมีตัวตนแล้วพระจะแท้ฯ…แต่ถ้าไปสร้างเรื่องให้เกี่ยวพันในส่วนอื่น…ก็ต้องพิจารณากันเอง…..”ในกรณีที่…หลวงท่านนี้ไม่มีตัวตน”….ความจริงก็จะแสดงตัวของมันเอง…คงจะไม่มีแม่พิมพ์…หรือ จะมีพระพิมพ์…ที่สร้างโดยคนไม่มีตัวตนเป็นแน่แท้…นั่นเองครับ) ถ้าหลวงท่านนี้ไม่มีตัวตน ย่อมไม่สามารถทำแม่พิมพ์ได้นั่นเอง…..
และเมื่อ…เมื่อคนสร้างไม่มีตัวตนแม่พิมพ์ที่อ้างก็ย่อมไม่มีตัวตนและพระที่ถูกพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์
ของหลวงท่านนี้….”ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้”….วันนี้ แค่ค้นหาความจริงเรื่องหลวงท่านนี้เรื่องเดียว
รับรองครับ…โยงความรู้กันสนุกสนานบานฉ่ำ….ครับ (รวมถึงเรื่องเล่าเหล่าหลวงๆผู้สร้างแม่พิมพ์…ต่อให้มีตัวตนว่ามีจริง…ก็ไม่เกี่ยวกับพระที่เห็นตรงหน้าจะใช่พระแท้ฯ อาจจะเป็นพระปลอมล้วนๆ เลยก็ได้ครับ….รับรองสนุกสนานเช่นกัน..ถ้าวันข้างหน้าเรารู้ความจริง)

จุดอ่อนของชมรม..ที่ยึด “เหล่าหลวงๆ” พระสมเด็จสามยุค..เป็นหลักกลุ่มนี้ชมรมนี้…จะไม่สามารถค้นหาความจริง ตัวตน ของเหล่าหลวงๆ ที่นำมาเสนอชื่อได้…(น่าจะมีเพียงท่านเดียวที่พอจะหาประวัติได้…อีกสองชื่อนั้น “หลวงสลบ จบข่าว” หาประวัติไล่ประวัติไม่เจอ…สมเด็จสามยุคสองยุคที่ผู้นั่งเทียน เขียนข่าว…ไม่เช็คให้ดี…เพราะคงคาดไม่ถึงว่า ผมตรวจสอบลงลึกขนาดนั้น หนังสือเรื่องพระสมเด็จสามยุคจึงจบข่าวครับ….ส่วนหลวงที่เหลือ…จริงอยู่แม้จะมีตัวตน…เขาเองเป็นผู้สร้างแม่พิมพ์จริงหรือ?….(พระปลอมแบบนั้น)…..สร้างแม่พิมพ์ให้สมเด็จฯพุฒาจารย์โตใช้เพื่อพิมพ์พระฯ จริงหรือ?….ก็ไม่ต้องสนใจครับ…เพราะพระแท้หรือไม่แท้?…อยู่ที่หน้าพระฯ…ไม่เกี่ยวกับการมีหลวงๆ หรือไม่มีหลวงๆ ใครจะสร้างแม่พิมพ์…ถวายให้….นั่นเองครับ…อย่าหลงทาง ไปกัับพวกจะสร้างเรื่อง สร้างนิยาย ย้อมแมว…ในเรื่องเล่าเหล่าหลวงก็ดี…หรือ..การแบ่งยุคพระสมเด็จฯ..ในการศึกษาเรียนรู้ก็ดี…พระปลอมทั้งนั้นครับ

จุดอ่อนของชมรม..ที่ยึดการตรวจอายุพระฯ….เป็นหลักกลุ่มนี้ชมรมนี้…จะอ้างการตรวจ
อายุพระฯ จากเครื่องฯ อ้างว่าเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์….เมื่อตรวจอายุพระฯ ได้แล้ว ถ้าพระมีอายุอยู่ในช่วงเวลานั้น…ก็เป็นพระแท้ได้

กลุ่มนี้เลอะเทอะ…เคยปะทะผม อ้างว่ามีเครื่องตรวจใช้เอง…มีสถานที่ประกอบการห้องแล๊ปใช้เอง…สุดท้ายก็ไม่สามารถนำมาแสดง…(เพราะไม่มีเครื่อง)….อีกทั้ง..ในปัจจุบันไม่มีเครื่องที่สามารถตรวจอายุวัตถุฯ ที่ต่ำกว่าสองร้อยปีได้….กลุ่มนี้จะออกใบรับรองเอง…ไม่มีเครื่องฯ…คิดค่าการได้ค่าของอายุโดยประมาณการเองจากความเชื่อตัวของตัวเอง….หน่วยคำนวณการได้มาของอายุไม่สามารถอธิบายได้….หลอกลวงประชาชนครับ

ตอนนี้ก็อ้างว่า…ต้องส่งไปตรวจสอบต่างประเทศ…(ซึ่งก่อนหน้านั้น…บอกมีแล็ปเอง 5555) บอกว่าเมืองนอกสามารถทำได้ ทั้งๆ ที่ความจริงยังไม่มีเครื่องใดๆ ในโลกสามารถทำได้ในปัจจุบัน ได้แต่อ้างๆๆๆๆๆ เอาค่าตรวจอายุต่ำกว่าสองร้อยปีมาแสดงได้…เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก

หมายเหตุ….สิ่งของที่จะตรวจค่าอายุได้นั้น….จะมีสี่อย่างประกอบด้วย
(๑) กระดาษ (๒) ไม้ (๓) ผ้า (๔) กระดูก….จะเห็นว่ามีช่วงอายุ…ชีวิตเดียว..(เกิดตาย)
ส่วนเนื้อผสม เช่นเนื้อพระสมเด็จฯ….จะไปเฉลี่ยอายุ…”มวลสารได้อย่างไร?”….อีกทั้งมวลสารแต่ละอย่าง….ต่างก็บอกอายุไม่ได้….(ไม่ใช่ชีวิตเดียวที่จะสะสมค่าคาร์บอนด์ในตัวเองได้)…..และต่อให้ตรวจได้จริง….ก็จะได้อายุมวลสาร (ผสม) หาได้อายุพระฯ…วันเวลา นาที ปี
ที่ผลิตขึ้นมาได้ไม่?………คนคิดหลอกลวงนี่…สุดยอดครับ…รู้ว่าทำไม่ได้?…ก็ยังดันทุรัง…หลอกลวงเอาเงินจากความไม่รู้ของผู้อื่น…ให้ระวังจะโดนหางเลขหากมีคนไปแจ้งความ ยิ่งถ้ารวมตัวกัน..โทษยิ่งหนัก…เพื่อนๆ สมชายที่อ่านก็จงห่างๆ คนพวกนี้ไว้…อย่าให้มีที่ยืนในสังคมพระเครื่องฯ ไปเลยก็จะเป็นการดี…พวกสร้างเรื่องเท็จ…พวกนี้….

จุดอ่อนของชมรมที่อ้าง…การรับรองจาก สทน. (สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ)

กลุ่มนี้จะมีการนำใบรับรองไปใส่ภาษาจีนมั่ง (ถือว่าปลอมแปลงแล้ว)…นำไปติดรูป…(ถือว่าปลอมแปลงแล้ว)…นำไปประทับตรายางบนรูป (ถือว่าปลอมแปลงแล้ว)….เพราะ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมาบอกสื่อว่า…ไม่ใช่ใบรับรองของ สถาบันฯ…ที่มีลักษณะแบบนั้น…บางชมรมอ้างว่า…แปดหมื่นสี่พันองค์…ในชมรมได้รับการรับรองจาก สทน.แล้ว….มีใบรับรองกำกับยืนยันกำกับให้กับพระฯ ทุกองค์ได้….5555 ในขณะที่เจ้าหน้าที่…สทน.บอกเองว่า…ในกรณีใบรับรองจะไม่มีรูปติด ไม่มีตรายางประทับ…เพราะว่า…ตัวอย่างชิ้นงานได้ถูกทำลายหมดแล้ว…เผาเป็นซากขี้เถ้าหมดแล้วนั่นเอง….อ้าว…ง้ัน..บางชมรมที่บอกว่า…พระของเขาแท้ทุกองค์ (มีรูปติดตรายางประทับ) แปดหมื่นกว่าองค์…(วันนี้เพิ่มมาเป็นหลายแสนองค์) ที่ สทน.รับรองอายุ…ออกใบรับรองให้แล้ว มีรูปภาพรับรองตราประทับทุกรูป มีทั้งพระทั้งรูปในใบรับรองแสดงให้เห็นเสร็จสรรพ….เอ….หรือปาฏิหาริย์มีจริงๆ ครับ….แยกเป็นกรณีครับ….

สทน.บอกไม่รับตรวจ..แต่กลุ่ม มีหลายกลุ่มที่ใช้ใบรับรองของ สทน.นี้บอกว่า..มีการตรวจจริง….ทั้งหมดมีใบรับรอง มีภาพพระฯ ที่ผ่านการตรวจ มีตราประทับทุกองค์ยืนยัน มีพระฯ สะสมในคลัง ในโกดัง (โรงงาน) กันมากมาย….

สทน.บอกว่าในใบรับรองจะไม่มีรูปภาพพระฯ.. ไม่หลงเหลือตัวอย่างชิ้นงาน ไม่เหมาเข่ง..จะส่งตรวจเพียงแค่องค์เดียวแล้ว…สรุปว่าแท้ทุกองค์ไม่ได้….หรือ…ออกใบรับรองใบเดียว แล้วให้ก๊อปปี้ใช้ได้ทั้งเข่ง…ไม่ได้น่ะครับ….ขำขำครับ…แต่เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นแล้วครับเจ้านาย

จุดอ่อนของกลุ่มนี้ก็คือ…ใช้ใบรับรองของ สทน. ด้วยการปลอมแปลง…เอกสารทางราชการรับรองพระตัวเอง ว่าเป็นพระแท้นั่นเอง…..(เบื้องต้นก็ออกอาการไม่ดีเเล้วครับ…ส่วนเรื่องอื่น
นั่นก็แล้วแต่เพื่อนๆ จะสรุปความคิดเห็นกับกลุ่มเหล่านี้…..ยังงัย?…เขากล้าลงแรงทำเเบบนี้
โดยไม่กลัวอะไร?…ไม่กลัวผิดกฏหมาย ไม่สนใจใครทั้งสิ้น…เขาถึงกล้าทำได้ขนาดนี้…กล้าโกหกหลอกลวงคนอื่นทั่วไปด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จแบบนี้)

สุดท้ายกลุ่มที่แสดงใบรับรองการตรวจของ สทน. (ปลอมแปลง) เหล่านี้…ก็ไม่สามารถนำพิสูจน์ว่า..พระที่นำแสดงนั้นเป็นพระแท้ได้อย่างไร?….เลยต้องอ้างใบ สทน.นี้นั่นเองครับ..

กลุ่มเหล่านี้กำลังถูกไล่เช็คบิล ในเร็ววันนี้…ก็เตรียมตัวรับกรรม ที่ตัวเองได้ทำเอาไว้กันครับ
คงอีกไม่นาน ผลกรรมที่ใครก่อไว้ก็จะแสดงให้เพื่อนๆ เห็นเองครับ

จุดอ่อนของชมรมที่อ้างว่า ตัวเองเป็นเจ้าของพื้นที่ มีความรู้ดีเกี่ยวกับพระพื้นที่ที่ตัวเองอาศัยกลุ่มนี้ก็จะอ้างความคุ้นเคย เป็นคนในพื้นที่ จึงมีความรู้ความชำนาญกับพระประเภทนั้นแบบ น้ัน จริงอยู่อาจจะเห็นมาเยอะก็จริง ในขณะที่ ยังมีพระกรุฯ พิมพ์ที่ท่านยังไม่เคยเห็นไม่เคยบันทึกก็มีอีกมากมายเช่นกัน

การที่จะอ้างกลุ่มตัวเองรู้ เป็นผู้รู้ อย่างแท้จริง จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้องนัก เพราะความแท้เท็จของพระก็สมควรที่จะพิจารณาได้จากองค์พระฯ…ควรอยู่ที่องค์พระฯ นั้นๆ เองเช่นกัน…หาได้เป็นเพราะพระแท้..จะมีเฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้นที่จะรู้…ดูออก.บอกได้ แยกแท้เท็จได้

บางที..หรือ กรณีถ้า..คนในพื้นที่ปลอมแปลงพระแบบนั้นขึ้นมาเอง…แล้วเขาอ้างว่า..ผมเป็นคนในพื้นที่เช่นกัน….ผมเกิดและโตในพื้นที่เช่นกัน…พระที่ผมเล่น (ปลอมเอง)..ก็ย่อมแท้ เพราะอยู่ในพื้นที่มาตลอด….จากนั้นเขาก็จะสร้างนิทาน นิยาย ฯลฯ….อะไรเพิ่มเติมก็ได้…เพื่อให้ทุกคนรู้ว่า…เขาก็เป็นคนในพื้นที่ได้เช่นกัน….เพื่อให้ทุกคนรู้ว่า..พระแท้เพราะเป็นคนในพื้นที่จริงๆ

ผมถึงบอกว่า…พระจะแท้จะเท็จ..อยู่ที่องค์พระนั้นเอง บอกเราได้….ถ้าเราหัดสังเกตและได้รับการเรียนรู้อย่างถูกต้อง…ไม่พร่องความรู้ที่จะ…อธิบายหรือแสดงให้คนอื่น…เรียนรู้ได้..นั่นเอง

สรุปง่ายๆ ดังนี้ครับ….แต่ละกลุ่มแต่ละชมรม….ต่างก็พยายามหาเหตุผล…สร้างหลักฐาน…อธิบายขยายความ…เพื่อแสดงให้เห็นว่า…กลุ่มตัวเองถูกต้อง…มีหลักการ หลักฐานที่น่าเชื่อถือ มีเรื่องราวที่ติดตามได้ เพื่อให้คนทั่วไปมั่นใจได้ใน…(พระฯ) นั้น ในการนำแสดงนั้น

ทุกๆ กลุ่มต่างไม่ทะเลาะกัน ทางใครทางมัน เพราะจะสาวไส้ “อวิชชา” คือความรู้บนความไม่รู้จริงกันไป เปล่าๆ เลยหาทางออกด้วยการอธิบาย หรือ แสดงหลักฐานเท็จ…เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ….บนความไม่รุ้หรือ บนความรู้อย่างไม่ถูกต้องดีพอ พร่องความรู้นั้น โดยที่ต่างคนต่างก็มี จุดอ่อน แห่งความ “ไม่รู้นั้น”…ล้วนเป็น “ข้ออ้าง”.เพราะความไม่รุ้เหมือนกันว่า

พระแท้ดูอย่างไร?..นั่นเอง

เวลา…นักประกวดพระฯ นักสะสมทั่วไป…มีปัญหากับพระฯ..กับใบประกวดรับรอง…ต่างก็ถูกโยนไปโยนมา…อ้างว่า…อีกกลุ่ม อีกชมรม..เล่นพระไม่เป็น ดูไม่เป็น….พวกนั้นมันอ่อน…สาระพัดจะพรรณากันไป สารพันจะข่มกันไป สาดโคลนใส่กันเข้าไป เพื่อให้ตัวเองเก่ง…ดูดี…

”ถ้าชอบกลุ่มมัน เชื่อกลุ่มมันก็ไปเล่นกับพวกมันไป” คำปัดสวะที่แต่ละกลุ่มใช้…เรียบง่ายไม่รับผิดชอบอะไร?….แต่…เจ็บใจดีแท้ครับ

แมงเม่า…ก็เป็นแมงเม่า….ถ้าไม่เข้าใจ…ก็อ่านบทความผมไปเยอะๆ ครับ
พยายามทำความเข้าใจให้ได้ครับ..เป็นกำลังใจเพื่อนๆ นักสะสมพระเครื่องทุกท่านครับ

ฝากข้อคิดให้เพื่อนๆ ได้ตรวจสอบกันนิดนึงครับ….
วันนี้ มาตรฐาน มาตรฐานสากล..ใบรับรองพระแท้ได้มาตรฐาน ได้มาตรฐานสากล..ที่

แต่ละคน.แต่ละสำนัก..แต่ละชมรม..องค์กรหรือหน่วย.ออกใบรับรองพระแท้ได้มาตรฐาน
ได้มาตรฐานสากล………มาตรฐานที่ทุกคนทุกกลุ่มทุกหน่วยองค์กรอ้างในวันนี้ ณ เวลานี้..นั้น

พวกท่านใช้…. “มาตรฐานอะไร?” ในการรับรองพระแท้เท็จนั้นได้…….
เนื้อหามวลสาร……มีความแตกต่างกันในทุกองค์…….แสดงว่าไม่มีมาตรฐานในการผสม
พิมพ์ทรงองค์พระฯ..แต่ให้เป็นพิมพ์เดียวกันก็ไม่เหมือนกัน…มีความผิดเพี้ยนทางพิมพ์ทรงได้

สองสิ่งนี้ที่ถูกใช้เป็นหลักในการพิจารณาให้พระคือ…”ยึดทั้งเนื้อทั้งพิมพ์เป็นหลัก”…

พิมพ์ทรง….ในแต่ละองค์ที่ตัดสินไปแล้วว่าแท้..(แม้จะเป็นพิมพ์เดียวกันต่างก็ไม่มีฝาแฝด..อีกทั้งยังมีความแตกต่างในด้านพิมพ์ทรง…เช่นเกศเอียงซ้ายเอียงขวา….หนาบาง…เป็นต้น

เนื้อหามวลสาร…ในแต่ละองค์ที่ตัดสินไปแล้วว่าแท้ แม้จะเป็นพิมพ์เดียวกันต่างก็..ไม่มีฝาแฝดเช่นกัน…..อีกทั้งยังมีความแตกต่างกัน…ในด้านเนื้อหามวลสารเช่น…หนึกนุ่ม..หนึกแกร่ง เป็นต้น สิ่งนี้แหละคือเครื่องบ่งชี้ว่า…เนื้อหามวลสารแต่ละองค์มีความแตกต่างกันนั่นเอง

และเมื่อยึดพิมพ์ทรงกับเนื้อหามวลสาร…ที่ไม่มีความเหมือนกัน ไม่เท่ากัน แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง…เอามาเป็นหลักมาตรฐานในการพิจารณาแยกแท้เท็จ……

จุดอ่อนของทุกชมรม….ในวันนี้…เวลานี้….วินาทีนี้…(20/3/59) ก็คือ

ใช้สิ่งที่ไม่มีมาตรฐานใดๆ รองรับ….เอาพื้นฐานของความรู้เรื่องพิมพ์ทรง….มวลสาร…คราบ…
ความเก่า….รอยตัดตอก…ฯลฯ…สิ่งต่างๆ เหล่านั้น…ไม่มีอะไรได้มาตรฐาน…เพราะพระฯ..แต่ละองค์ต่างมีความแตกต่างกัน…..ไม่มีความเหมือนกันดั่งฝาแฝด…ดังนั้น

คำตัดสินว่าเป็นพระแท้ได้มาตรฐาน….จึง..ไม่ได้วางอยู่บนมาตรฐานใดๆ ทั้งสิ้น….
คำตัดสินว่าเป็นพระแท้ได้มาตรฐาน..จึงไม่มีมาตรฐานใดๆ รองรับได้ ทั้งสิ้น…..
คำตัดสินที่ไม่มีมาตรฐาน จึงไม่มีหน่วยวัดค่ามาตรฐานใดๆ ที่ถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานได้
คำตัดสินที่เกิดจากความเชื่อ ของคน ของกลุ่มคน หน่วย ชมรม องค์กร…จึงไม่มีมาตรฐานใดๆ รองรับ..ได้เลย…นอกจากความเชื่อของคน ของกลุ่มคน หน่วย ชมรม องค์กรนั้น…เท่านั้น……
และในท้ายที่สุด……

ใบรับรองว่าแท้ได้มาตรฐาน…ใบรับรองว่าแท้ได้มาตรฐานสากล…ที่แต่ละคนชมรม…หน่วย องค์กร….รับรองไว้ว่า…มีมาตรฐาน….ได้มาตรฐานสากล…จึงไม่ได้วางอยู่บนความจริงที่สิ่งนั้นเป็น…หากอยู่บนความเชื่อของแต่ละคน…แต่ละกลุ่ม…แต่ละหน่วย องค์กรนั้น…นั่นเอง…

ใบรับรองพระแท้ได้มาตรฐาน ใบรับรองพระแท้ได้มาตรฐานสากล ในวันนี้….จึง…
ไม่มี…”มาตรฐาน” ใดๆ ในเบื้องต้นรองรับ…ได้เลย…ไม่มีหน่วยวัดค่ามาตรฐานใดๆ ในโลกนี้…รองรับใบรับรองนั้นได้เลยครับ…เพราะเกิดจากความเชื่อของคน กลุ่ม ชมรม องค์กรนั้นเท่านั้น…..เพราะแต่ละกลุ่ม…ต่างก็มี “จุดอ่อน”..บนความไม่รู้เหมือนกัน..ไม่รุ้มาตรฐานคืออะไร?…จะอธิบายได้อย่างชัดเจน….จะวัดค่ามาตรฐานนั้นได้….นั่นเอง…..
เอวัง..ด้วยประการฉะนี้

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *