ทำไมวงการพระเครื่องไม่พัฒนา คนรุ่นหลังเดินหลงทางเพราะใคร? (๑๒๑)


ในการศึกษาพระเครื่องฯ ข้อมูลส่วนใหญ่เราก็มักจะได้จากเหล่าผู้คนที่อยู่ในวงการ ตั้งตนเป็นผู้รู้ผู้ชำนาญการ บางคนก็ติดสอยห้อยตามก้นเซียนใหญ่ขึ้นมาในสายของเซียนใหญ่ผู้นั้น…ยกตัวอย่างเช่น…เคยมีการเช่าพระสมเด็จฯ จากการประกวดฯ จากผู้นำเข้าประกวดเจ็ดแสนบาท จากกรรมการสายสุพรรณท่านหนึ่งในงานประกวด…..

แน่นอน เซียนเล็ก ที่ติดสอยห้อยตามเพื่อเอาความรู้จากเซียนใหญ่ผู้นี้ก็…ออกเงิน (นั้ง)….เพื่อเป็นส่วนหนึ่ง เป็นหุ้นส่วนแสดงความเชื่อมั่นในองค์ความรู้ของอาจารย์ใหญ่ท่านนั้น….เพื่อแสดงตัวให้เห็นว่า…อาจารย์ของตัวเองกล้าซื้อ…ตัวเองก็ได้เครดิต..ติดสอยมีชื่ออยู่ในกลุ่มนั้นด้วยนั่นเอง….จากนั้นก็…เขยิบฐานะขึ้นมามีชื่อเสียงเป็นที่รุ้จัก…(แจ้งเกิดในวงการ)…

ผมเป็นห่วงมากในเรื่องการเรียนรู้บนความเชื่อของเหล่าผู้คน เรียนรู้ความเชื่อจนมั่นใจในความรู้โดยไม่กล้าตรวจสอบข้อมูลของสิ่งที่เรียนรู้นั้น….กับเหล่าอาจารย์ผู้สอน?…เช่นว่า…มีความรู้ความชำนาญอย่างถูกต้องดีพอที่จะเป็นผู้สอนหรือผู้ให้ความรู้หรือไม่?

วงการนี้เราก็จึง..พบเหล่าผู้คนที่ “เรียนรู้มาแบบเดียวกันเหมือนกันหมด” ถ่ายทอดกันมา ไม่ว่าจะเป็นครูพักลักจำ หรือเปิดสอนเป็นหลักสูตรเพื่อให้ความรู้กับคนทั่วไป….ความรู้ที่เขาให้..ถ่ายทอด..เป็นความรู้ที่ถูกต้องจริงๆ หรือไม่?…สิ่งที่เขาอ้างว่า…ยึดมาตรฐานพิมพ์ทรงองค์พระเป็นหลักมาตรฐาน…สิ่งที่เขาอ้างว่าเขายึดเนื้อหามวลสารเป็นหลักมาตรฐานนั้น

คำกล่าวอ้างทั้งหลายเหล่านั้น…มันเป็นมาตรฐาน..มันมีมาตรฐาน..มันใช่มาตรฐานจริงหรือไม่?….เราก็ไม่รุ้เหมือนกัน..เพราะเราเองก็เรียนรู้แบบผิดๆ มาแบบนั้นเช่นกันนั่นเอง จึงตรวจสอบไม่ได้?…..เพราะรู้มาแบบนั้นอย่างนั้น…เหมือนกัน….

หลายสิ่งหลายอย่างที่เพิ่งเกิด ที่ผมเองสะสมพระเครื่องมานาน…ก็เพิ่งพบเจอเมื่อสองสามปี..ที่ผ่านมา….เช่น….
มีการอ้างการตรวจอายุพระฯ….(ด้วยเครื่องมือที่ไม่สามารถทำการตรวจอายุได้จริง)

มีการอ้างใบรับรองอายุพระฯ…จาก สทน. (ทั้งๆ ที่ สทน.ออกมาแสดงความรู้ว่า..ไม่สามารถทำได้) และก็ยังมีคนกลุ่มนี้…ยังใช้แสดงอยู่…อย่างไม่สะทกสะท้าน..(ทั้งๆ ที่ตัวเองก็รู้ว่า…สทน.บอกว่าเป็นใบรับรองปลอม…เพราะไม่ใช่รูปแบบที่ออกโดยหน่วยงานของตน อีกทั้งไม่มีเครื่องมือใดๆ สามารถตรวจอายุวัตถุต่ำกว่าสองร้อยปีได้ ณ ปัจจุบัน ๒๕๕๙)

กลุ่มพวกนี้…จะอ้างอยู่ตลอดเวลาว่า…ถ้าตรวจอายุพระฯ แล้วได้อายุพระฯ….(ไม่รู้มีวิธีคิดคำนวณอย่างไร?…เขาไม่บอกอ้างเป็นความรุ้ส่วนตัว…55555…คุณก็ไปเล่นส่วนตัวไป..เพราะอ้างว่าเครื่องตรวจฯ…เป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์…แต่วิธีคิดค่าคำนวณอายุ..การได้มาของค่าอายุ…มันมาจากฐานคำนวณอะไร?…มันเป็นวิทยาศาสตร์ไหม?……หลอกลวงครับ)

ความรู้ที่ตัวเองชำนาญ…การหาช่องทางที่เอาเปรียบ หารายได้จากความไม่่รู้ของคนอื่นแบบนี้เป็นการกระทำที่น่าละอายใจยิ่งครับ เพราะตัวเองรู้อยู่แก่ใจว่า….โกหก…คนโกหกแสดงความพิรุุธ…โดยวิธีการแก้ตัวไปวันๆ บนความสับสนของข้อมูล…ที่ตัวเองได้สร้างเรื่องไว้…หามุขใหม่ๆ ให้คนหลงเชื่อ เพื่อให้เขาตกเป็นเหยื่อ บนความไม่รู้…”ของผู้คนเหล่านั้น”….ไม่ต่างจากการอ้างการจับพลัง..เรื่องผีสางนางไม้..ที่….”คนอื่นต่างก็ไม่รู้ เข้าใจไม่ได้นั่นเอง”…….

มาตรฐานต่างๆ ที่เราใช้กันในการตรวจสอบเพื่อยืนยันความแท้ให้กับพระเครื่องฯ…ในวันนี้จึงหนีไม่พ้น…กลุ่ม ชมรม องค์กร ที่กำหนดมาตรฐาน จากสิ่งที่ไม่มีมาตรฐาน กำหนดจาก

”พื้นฐานข้ันต้นของความรู้ทั่วไป” มาใช้เป็นประเด็นในการนำพิสูจน์ พระเเท้….ก็คือ
เนื้อหามวลสารแต่ละองค์ไม่มีความเหมือนกัน……จึงจัดให้เนื้อหามวลสารเป็นมาตรฐานไม่ได้

พิมพ์ทรงองค์พระ..แต่ละองค์ไม่มีความเหมือนกัน..จึงจัดให้เนื้อหามวลสารเป็นมาตรฐานไม่ได้
แม่พิมพ์..อ้างเป็นพิมพ์ทรงของเหล่าขุนนางฯ…..ก็ยังนำพิสูจน์ตัวตนขุนนางแต่ละคนนั้น ไม่ได้

ใบรับรอง สทน. ….ไม่มีรุปพระฯ และตรายางประทับ ใบที่ออก..ก็ไม่ใช่เป็นใบของหน่วยงาน สทน.ออกรับรองจาก สทน. เป็นการปลอมแปลงจากหน่วยองค์กรของผู้ปลอมแปลงเอง ปลอมแปลงเอกสารทางราชการขั้นมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร?….ผมคงไม่ขอสาธยายต่อนะครับ…

(ทีนี้ ให้เพื่อนๆ ลองย้อนไปดู ย้อนไปค้นหาดูว่ามีหน่วยไหน? องค์กรไหน? ที่ใช้ใบรับรองปลอมๆ โกหกหลอกลวงเหล่านี้ เมื่อรู้ว่ามีหน่วย องค์กรไหนบ้าง…ก็สมควรที่จะหลีกเลี่ยง คนหรือกลุ่มคน พวกนั้นเสีย พึงเลิกคบเสีย เพราะว่า คนเหล่านี้..หาได้ใช่คนดีที่น่าคบไม่?)

การตรวจอายุฯ……กลุ่มคนพวกนี้ ไม่มีเครื่องที่มีความสามารถตรวจอายุพระที่ต่ำกว่าสองร้อยปีได้ เพราะแม้แต่ สทน. องค์กรของรัฐยังไม่มีเครื่องที่ว่านี้ใช้เลย กลุ่มคนพวกนี้จะพยายามสร้างมุขใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการหยดน้ำยา สารเคมี ฯลฯ สิ่งต่างเหล่านี้…ล้วนล่อลวงให้ผู้คน ตกเป็นเหยื่อกับคำโฆษณาชวนเชื่อทั้งหลายเหล่านั้น การตรวจอายุฯ ก็ดี การหยดนำ้ยาเคมีก็ดี

ต่อให้….ได้อายุจริง ก็หาได้เป็นพระแท้ฯ ไม่ ต่อให้สมมุติว่าตรวจสอบอายุได้จริง (สมมุตินะครับ) ค่าอายุที่ได้ต่อให้ตรงเป๊ะๆ ก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่า…วัตถุที่นำมาตรวจนั้น…ต้องเป็นพระแท้ฯ…..ซึ่งอาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่ได้อายุ…แต่ไม่เสมอไปที่จะได้คำตอบเรื่องพระแท้…ยกตัวอย่างคนที่เป็นฝาแฝดกัน ได้ผลตรวจอายุเท่ากัน ผลเลือดฯลฯ เท่ากัน…แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนคนเดียวกันก็ได้นั่นเอง….พึงระมัดระวัง…พวกหลอกลวงเหล่านี้ครับ

การขยายเนื้อพระฯ
การขยายเนื้อพระฯ ดู ดูเพื่อให้รุ้ว่าเป็นพิมพ์อะไร?…มีส่วนผสมอะไรบ้าง?….ดูเพื่อค้นหาอะไร?…ดูเพื่อจะต้องการเห็นเนื้อพระฯ ต้องมีเนื้อนี้ มีจุดนี้ มีเม็ดนี้ มีคราบ ขี้กรุ ฯลฯ การขยายเนื้อพระดูก็เป็นการดูเนื้อ ส่วนผสมส่วนประกอบของเนื้อว่ามีอะไรบ้าง…ผมสมมุติว่า..เราขยายเนื้อของขนมครกดู เราเห็นมี

ลักษณะอย่างไร?…ก็อธิบายไป…เจอผัก เจอฟักทอง ก็อธิบายไป…อืม..ม์….มันก็เป็นของมันอย่างนั้นอยู่แล้ว..จะอธิบายยังงัยก็ถูก….ปัญหาอยู่ว่า…พระแท้ยังงัย…ส่องหา…อะไร?…เจอมาตรฐานที่จะวัดค่าได้ไหม?….อะไร?คือมาตรฐาน…คำตอบคือ…

ไม่รู้ ก็ดูไปอย่างนั้น ดูไปงั้นๆ เอง ยิ่งขยายยิ่งมึน..เพราะไม่รู้จะดูอะไร?….ตลกครับ แค่มุขเด็กๆ
การโปรโมท ว่า อ้างว่า…เหล่าหลวงๆ….มีตัวตน

เหล่าหลวงๆ จะมีตัวตนหรือไม่มีตัวตน…พระปลอมก็คือพระปลอม….พระแท้ก็คือพระแท้ฯ มันคนละประเด็นกัน…ผู้เรียนรู้ต้องแยกแยะสิ่งเหล่านี้ให้ออก…ไม่ใช่ว่า…เรื่องเล่าเหล่าหลวง มีตัวตน แล้วพระเลยแท้ฯ….(สิ่งที่ผมค้นคว้ามา หลวงๆ ทั้งหลาย ไม่มีตัวตนครับ…งั้นพระที่อ้างว่าเป็นพิมพ์นิยมหลวงวิจารณ์ฯ ก็ดี เรื่องเล่าสมเด็จสามยุคก็ดี..หลวงสิทธิการโยธารักษ์…หรือ หลวงวิจิตรนฤมล…จะเดินหมากวางหมากอย่างไร?…)

สร้างหลักฐานเท็จต่างๆ มาประกอบเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ…แต่สุดท้าย ความจริงก็คือความจริง…ผมเชื่อว่า…ความจริงเท่านั้นที่จะสามารถเป็นคำตอบที่ดีได้…แล้วให้เพื่อนๆ คิดพิจารณากับคนหรือกลุ่มคนที่สร้างภาพ สร้างเรื่องราว เพื่อแสวงหาประโยชน์ใส่ตนบนความไม่รู้ของผู้คนเช่นกัน

เหล่าเซียนและเหล่าผู้รู้ กรูเก่ง…ทั้งหลาย
มีการตั้งมาตรฐาน กำหนดสิ่งต่างๆ ให้เป็นมาตรฐาน…นำพิสูจน์ได้…เพื่อนำพิสูจน์
พระแท้…พระเท็จ ณ เวลานี้จะพบว่า…

แต่ละสิ่งแต่ละอย่าง…เรียนรู้ไม่ได้ (เรียนรู้ในความแตกต่างกันแต่ละองค์…ไม่ได้)…..ไม่มีหน่วยวัดค่าใดๆ วัดค่ามาตรฐานตามที่อ้างกันเอิกเกริกนั้นได้….ไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานพระฯ…ได้เลย….ใบรับรองรับประกันว่าแท้…ก็เลยไม่รู้ว่า…ใช้มาตรฐานอะไร?…รับรองพระ?
เอามาตรฐานอะไร?…มารับรอง..(น่าหัวเราะที่รับรองพระแท้ได้มาตรฐานบนความเชื่อล้วนๆ)
เราหลงทางเพราะใคร?…

วันนี้ก็มีเรื่องเล่ามุข..ใหม่ๆ…ให้เราปวดหัววิ่งไล่ตาม…เราก็บ้าจี้…เชื่อไปตามเหล่าผู้อวดอ้างความรู้ ความชำนาญ ในเรื่องต่างๆ….โลหะ…เคมี…ฟิสิก…ฯลฯ ออกมาให้ข้อมูลมากมาย แต่สุดท้ายก็ตอบไม่ได้อยู่ดีว่า…มาตรฐานพระฯ…ดูยังงัย?…วัดค่ายังงัย?…..จากนั้นก็แนะนำให้ไป….”เข้าทาง”….เป็น เหยื่อในวงจรอุบาทว์ของตน…ของกลุ่มตน…ต้องพึ่งพากลุ่มตน พวกตน…ต้องเสียเงินเสียทอง..ให้กับกลุ่มตนพวกตน

(เรียกว่า…วงจรอุบาทว์ เสียดายที่หัวหน้ากลุ่มเหล่านี้เป็นผู้มีวิชาความรู้ เป็นครูคน…เเต่ใช้วิชาอาชีพแสดงหาประโยชน์ใส่ตน ให้คนนับถือตนในวิชาชีพตนบังหน้า หรือเบี่ยงประเด็นวิชชาให้เข้ากับสาขาความรู้ตนนั้น)…..น่าเสียดายครับ ที่เราจะพบปรากฏการณ์แบบนี้เป็นส่วนใหญ่…ผมถึงเตือนเรื่องการให้ความรู้ก็ดีหรือการที่เพื่อนๆ จะเลือกที่ทำการตรวจสอบความรู้ “เหล่าผู้รู้ ผู้ชำนาญการ” นั่นเอง

ในฐานะเราเองเป็นผู้บริโภคควรฉลาดเลือก…เลือกเรียนรู้…ศึกษาเพื่อไม่ตกเป็นเหยือครับ..?
ค้นหาข้อมูลให้มาก…มองเจตนาของผู้ให้ความรู้ว่า…ต้องการสื่ออะไร?..บอกอะไร?..สุดท้ายเขาหวังจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่ออกมาให้ข้อมูลใหม่นี้….ดัดแปลง..ความรู้ให้เรางง…หลงทางไปกับการเรียนรู้ตามเขา…เพื่ออะไร?…….

เราหลงดูเนื้อ…ดูรายละเอียด…ส่วนผสมมากมาย..เยอะแยะ…รู้แร่ธาตุชื่อนั้นชื่อนี้…รุ้ละเอียดไปหมด…สุดท้ายแล้วงัย…เราอยากรู้จักแร่ธาตุใหม่ๆ ไหม?…เราอยากจะได้คำตอบเรื่องอะไร?

ลองอ่านแต่ละเรื่อง ที่แต่ละกูรู ผู้ชำนาญการ เขียน อธิบาย หรือแชร์มาครับ…
ถ้าเราอ่านจบ..เราจะพบว่า..เขากำลังจะสื่อถึงเรื่องใด?…พระเผา..หรือไม่เผา…แมงกินเนื้อพระฯ…แร่แคลเซียม แร่แมกนีเซียม แคลเซียมคาร์บอเนต การตกผลึก…ฟอสซิล…..

เราอยากรู้อะไร?…เรื่องแร่ธาตุเหรอครับ…รู้แล้วได้ประโยชน์อะไร?..ที่ไปสรุปว่า…พระแท้หรือพระเท็จ…..?…….ได้หรือไม่..(คือเขาจะอธิบายความรู้ที่เขาชำนาญให้เข้ากับพระฯ ให้ได้)

พระที่ยังไม่ได้เผา…มีแมงกินพระฯได้ เลยเป็นพระแท้?…
(หนู แมลงสาปก็คงกินพระได้..พระฯ ที่ถูกพิมพ์ออกมา….คงหมดสภาพ เป็นอาหารสัตว์เหล่านั้นไปหมดแล้ว)

พระที่เผาแล้ว…(คงเหมือน…เผือกมันที่เผา..”ข้ออ้างจากแมงกินพระได้”…เเล้วเช่นกัน..ต่อให้เผาแล้วก็ยังมีประโยชน์สัตว์เล็กๆ ก็อาจจะกินต่อได้ครับ)
จะอ้างว่า..มีแมงกินพระฯ…แล้วเป็นพระแท้หรือ?….55555555 ท่านลองเอาพระที่ท่านว่าแท้เป็นพระแท้..เพราะมีแมงกินพระอยู่…ลองฉีดยาฉีดยุงฉีดที่พระฯ…ดูครับ….เมื่อแมงเหล่านั้นมันจะตาย…

มันไม่สามารถกินพระได้แล้ว….เมื่อแมงกินพระฯ…ไม่กินพระฯ แล้ว…หรือ…กินพระไม่ได้แล้ว…เพราะตัวมันตาย….หมายความว่า..พระแท้ที่มันกิน…ก็กลายเป็นปลอมไปด้วยเดี๋ยวนั้น..กลายเป็นพระปลอมในเสี้ยววินาทีนั้นเลย..สรุปแบบนี้ได้ไหม?.555555555555555
แชร์มาให้ตามที่ท่านอนุญาตครับ….อ่านจบ…ตกลงพระแท้เพราะอะไร? ครับ..ต้องตรวจอายุ…

ใช่ไหม?…เครื่องตรวจอายุมีคุณสมบัติตรวจอายุได้หรือ?…….อายุแมงตัวที่กินพระเมื่อก้ีที่เป็นเหตุให้เป็นพระแท้เพราะมันกินเนื้อพระฯ ได้…..เมื่อมันตายลง..พระนั้นก็กลายเป็นพระปลอม…ตรวจอายุแมงกินพระได้ไหม?…ว่ามันอายุเท่าไหร่?…ครับ…..เกิดตรวจเจอตัวแมงตัวนี้…กลายเป็นอายุพระฯ..กลายเป็นพระเพิ่งสร้าง…จากอายุของแมงที่ตายเมื่อกี้งัย…..55555
ขำขำครับ มุขตื้นๆ ครับ

จะอ้างว่าการตรวจอายุพระเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์….จริงอยู่…แต่ความสามารถของ เครื่องตรวจอายุที่จะตรวจได้…มันไม่ใช่อายุพระฯ…มันเป็นอายุของวัสดุที่เอามาทำพระฯ.
เจ้าของเครื่องตรวจอายุพระฯ…ยังตะแบง…แสดงอวด หากินกับความไม่รู้ของคนอื่น

ความสามารถของเครื่องตรวจอายุฯ…ไม่สามารถตรวจวัสดุที่อายุต่ำกว่าสองร้อยปีได้ คนระดับปัญญาชนสั่งสอนคนกลับบิดเบือน หาประโยชน์ใส่ตน…เป็นที่น่าเวทนาอนาถใจยิ่งนัก

ความสามารถของเครื่องตรวจอายุฯ…ตรวจได้เฉพาะสิ่งเหล่านี้ คือ ไม้ กระดาษ กระดูก และก็ผ้า ไม่มีพระเครื่องฯ ครับ พระเครื่องไม่สามารถตรวจอายุวันที่ผลิต ปีที่สร้างได้ครับ…เพราะเป็นเนื้อผสมวัสดุต่างชนิดกัน….คิดแค่นี้ก็น่าจะปิดฉากเครื่องตรวจอายุพระฯ…ได้เเล้วครับ
ความสามารถเครื่องทำไม่ได้ครับ….คนเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วครับ…เจ้านาย…ย…

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ…

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *