เล่นพระเครื่องต้องแยกความจริง กับ ความเชื่อ ให้ได้ (๑๒๓)

ในช่วงระยะหลายสิบปีที่ผ่านมา วงการพระเครื่องเริ่มมีการรวมกลุ่มรวมตัวกัน สั่งสอน วิธีการดูพระฯ ถ่ายทอดกันมาตัวต่อตัว ปากต่อปาก ครูพักลักจำ เรียนรู้กันเองเฉพาะเป็นการภายใจ

จนมีการเขียนหนังสือ บันทึกเรื่องราว (ขาวดำ) ให้อ่านกัน มาตั้งนานมาก (อาจจะมีบันทึกก่อนท่านตรียัมปวาย พ.ศ.๒๕๑๕) ซึ่งระบบการพิมพ์ในสมัยนั้นยังเป็นภาพขาวดำอยู่ ขั้นตอนยุ่งยากตั้งแต่การเรียงพิมพ์ตัวอักษร จนถึงนำรูปภาพเข้าไปประกอบ ดังนั้นรูปภาพในหนังสือเล่มนั้นจึงเป็นขาวดำ…(ทำให้เวลาดูภาพ ก็จะเห็นเป็นเม็ดสกรีนตามแบบภาพขาวดำ สมัยคุณปู่นั่นเองครับ ความหมายของผมคือ ผู้เรียนรู้จะไม่เห็น “มวลสาร” นั้นๆ ส่วนข้อดีก็คือ…ได้เห็นพิมพ์ที่ไม่นิยม ที่เซียนไม่เล่นหาบ้าง (ในหนังสือก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นช่างไหน?…ทำพิมพ์นั้นๆ)

ในหนังสือปริอรรถาธิบาย ที่ท่านตรียัมปวาย บิดาแห่งวงการพระเครื่องเขียนเอาไว้
โดย…เนื้อหาส่วนใหญ่ก็เล่าเรื่องราวให้เข้าใจ…ประวัติวัด ประวัติท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตฯ ประวัติผู้เกี่ยวข้อง………….อธิบายมวลสาร……….อธิบายพิมพ์…ซึ่งก็ไม่ต่างจากการให้ความรู้ของเหล่าเซียนในปัจจุบัน คือ ยึดแนวๆ กันมาเหมือนกัน (อ่านแล้วก็จะมึนตึ๊บ เพราะอธิบายแบบองค์ต่อองค์…อธิบายเนื้อและพิมพ์ ตามที่ท่านผู้เขียนเข้าใจแบบนั้น)

แต่บทสรุปที่ได้รับจากการอ่านหนังสือปริถาธิบายฯ เล่มนั้น…..ผมเองก็ไม่ได้คำตอบฟันธงว่า…แท้เท็จจะแยกกันได้ยังงัย…เพราะเป็น….แนวทางการตั้งข้อสังเกตุที่ท่านผู้เขียนตั้งไว้ให้เราได้เรียนรู้ตาม….เนื้อหามากมาย แต่ในขณะที่หลายๆ ประเด็นก็มีความขัดแย้งแห่งแนวทางที่สับสน เรื่องราวมั่วมาตั้งแต่ตอนนั้น เพราะว่าท่านผู้เขียน (ตรียัมปวาย) ก็ไม่รู้ว่า..สิ่งที่เขาเขียนนั้น..มีเป้าหมายคืออะไร?…อะไร?คือมาตรฐาน..อะไรคือจุดหมายของเรื่อง

ส่งผลให้ คนรุ่นหลังไม่เข้าใจ จับต้นชนปลายไม่ได้ แยกเอาอะไรคือความเชื่อ..อะไรคือความจริง….อะไรสำคัญอะไรไม่สำคัญกับการเรียนรู้…..เหล่าผู้เรียนรู้ รวมถึงเหล่าเซียนในปัจจุบัน ก็เอาแนวทางรวมๆ มั่วๆ เหล่านั้นมาตั้งเป็นมาตรฐาน แบ่งเป็นความสำคัญการเรียนรู้หลักๆ…เป็นสองประการสำคัญ แล้วตั้งให้เป็นมาตรฐาน…คือ มาตรฐานทางพิมพ์ทรงองค์พระฯ กับ มาตรฐานการพิจารณาเนื้อหามวลสาร ที่ท่านผู้เขียนคือ ท่านตรียัมปวายได้เน้นให้ความสำคัญ

หลักการพิจารณามีสองเรื่องคือ ดูเนื้อ กับดูพิมพ์……..การตีความหมายวันนี้กลายเป็นเอาหลักการเบื้องต้นในการพิจารณานำมาเป็นมาตรฐาน…นำมาเป็นสองมาตรฐาน…คือ…ต้องแท้ทั้งเนื้อและพิมพ์…ซึ่งสองสิ่งที่ท่านตรียัมปวายบอกว่า…เป็นแค่แนวทางในการศึกษา…เท่านั้นเอง

มีเรื่องเล่าเรื่องหลวงวิจารณ์เจียรไน..เป็นผู้ทำแม่พิมพ์…ก็กลายเป็น..มากำหนดให้เป็นแม่พิมพ์
มาตรฐาน มาตรฐานสากลนิยม ทั้งๆ ที่ในรูปภาพขาวดำไม่ได้ระบุว่า…ภาพไหน? หลวงวิจารณ์เจียรไนเป็นคนสร้าง…เพราะท่านตรียัมปวายก็ได้รับฟังเรื่องราวมาอีกทีนึง เซียนก็เลยเอามาแบ่งแยกคัดเกรด ลดจำนวนประชากรพระแท้ฯ แม้แต่พระนอกพิมพ์ ก็อ้างว่าไม่นิยม เป็นพิมพ์ชาวบ้าน (ต่ำต้อยน้อยค่า ราคาไม่มีไปเสียอย่างนั้น ทำให้อนุรักษ์ที่จะเรียนรู้สะสมไม่ได้ เพราะใคร? ใครผู้กำหนดแบบนี้)

เมื่อมีการไปกำหนดกรอบ การเรียนรู้ กำหนดมาตรฐาน

ยึดเนื้อหามวลสาร….ทำให้ตัวเองดูเก่ง เป็นเซียนใหญ่ฯ กำหนดให้มวลสาร ต้องมี ต้องเห็น ต้องเป็น ต้องนี่ ต้องนั่น สารพัน สารพัด….(เรื่องมาก) ทำให้ประชากรพระฯ แท้…ลดลง

ยึดพิมพ์ทรงองค์พระฯ….นิยมเฉพาะหลวงวิจารณ์เจียรนัย เล่นเอาเฉพาะพิมพ์หลวงวิจารณ์เจียรนัย ให้เป็นมาตรฐาน ปั่นราคาเลยยี่สิบสามสิบล้าน ไปโน่นเลย (ซึ่งตัวตนหลวงวิจารณ์เจียรนัย มีตัวตน….จริงหรือไม่? ลองค้นหาอ่านบทความผมดูนะครับ ผมวิเคราะห์ไว้อย่างไร?)

กำหนดพิมพ์ทรงนิยมเฉพาะหลวงวิจารณ์…การกำหนดให้..นิยมสะสม..แคบๆ ไว้แบบนี้…ทำให้จำนวนประชากรพระแท้ฯ ลดลงไปอีกมากมาย….ในบันทึกเคยมีบันทึกไว้ว่า..มี ๗๓ พิมพ์ทรง…เลือกให้นิยมตั้ง….สี่ห้าพิมพ์ทรง…เลือกทำลายแค่ ๖๙ พิมพ์ทรง…อีกทั้งไม่สนใจ ไม่ยอมค้นหาพิมพ์ทรงที่หายไปนั้น โดยอ้างว่า…ไม่นิยม ไม่สากล (ใครกำหนด ผู้กำหนดแบบนี้เจตนาอะไร?…มองภาพออกนะครับ…อนุรักษ์? หรือ ทำลาย?)

เรื่องใหญ่ก็คือ…พิมพ์ทรงที่อ้างว่าเป็นมาตรฐาน มาตรฐานสากลนิยม คือแม่พิมพ์ที่ทำจาก…หลวงวิจารณ์เจียรนัยเท่านั้น ในกรณีถ้ามีการตรวจสอบย้อนทางแล้วพบว่า

“หลวงวิจารณ์เจียรไน” ตามที่เหล่าเซียนก็ดี กลุ่ม ชมรม หน่วยองค์กร…อ้างว่าทำแม่พิมพ์..เป็นฝึมือช่างหลวงที่สวยงาม…

จนเหล่าเซียนต่างยึดเป็นมาตรฐานในด้านพิมพ์ทรง มวลสาร
เล่นเช่าหา ปั่นราคาแพงหูฉี่……กันอยู่ในปัจจุบัน

หากมีกรณีที่ถูกตรวจสอบ และนำพิสูจน์ได้ว่า….”หลวงวิจารณ์เจียรไน” ไม่มีตัวตน……

ผมเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร?…ได้แต่ย้ำเตือนเพื่อนๆ เสมอๆ ว่า….ความเชื่อก็คือความเชื่อ นั่นเอง สามารถเอาความจริงไปตรวจสอบได้ครับ

แต่ต่อให้ หลวงวิจารณ์เจียรนัย หรือ เหล่าหลวงๆ ผู้สร้างแม่พิมพ์ มีอยู่จริง…?…..
ความเป็นพระแท้ ก็ไม่ได้อยู่ที่ การมีตัวตนของพวกท่านหลวงๆ ทั้งหลายเหล่านั้น..
หลงทางกับนิทาน นิยาย หลงทางกับการโปรโมท โฆษณา (โกหกทั้งเพ)

พระแท้อยู่ที่มาตรฐานที่พระมี…ต่างหาก

เนื้อกับพิมพ์…(แม้จะเป็นพิมพ์เดียวกัน ก็ไม่มีความเหมือนกัน แตกต่างกันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์ ไม่มีฝาแฝด) สิ่งนี้ยึดเป็นหลักไม่ได้….เพราะความไม่เหมือนกันนั่นเอง …ความไม่เหมือนกันความแตกต่างกัน (แม้จะนิดเดียว) ก็แสดงว่า ไม่มีมาตรฐานแล้ว…

การตัดสินพระเครื่องฯ ในวันนี้…ยึดพิมพ์ทรงเป็นมาตรฐาน….ยึดเนื้อเป็นมาตรฐาน…ดูความเก่า พิจารณาขอบ ดูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ …..ดูเยอะแยะ…ออกใบรับรองให้ได้มาตรฐาน…ออกใบรับรองให้ได้มาตรฐานจากการ ดูๆๆๆๆๆ เยอะแยะต่างๆ เหล่านั้น….ดูๆๆๆ สิ่งที่ไม่มีมาตรฐานเหล่านั้นประกอบกัน เเล้วเหล่าเซียนจึงลงความเห็น…..คิดว่าน่าจะ…แท้ ……….คิดว่าน่าจะใช่…คาดว่าดี…จึงออกใบรับรองมาตรฐาน (อะไร?)…ไว้ให้จิ้งจกดู…..ออก…..ใบรับรองที่…คิดว่า..เชื่อว่า…น่าจะ….ได้มาตรฐาน..นั้นนั่นเอง..55555 ใช้ความเชื่อ…ของกรรมการแต่ละคนในการพิจารณาบนความเชื่อส่วนตัวของพวกเขาเหล่านั้น….

มาตรฐาน…ออกใบรับรองมาตรฐาน….กรรมการใช้มาตรฐานอะไร?….วัดค่ายังงัย?…….
ตอบไม่ได้….ก็อ้างเนื้ออ้างพิมพ์อ้างความเก่า…อ้างๆๆๆๆๆ ตกลงสิ่งที่อ้างมาทั้งหมดเหล่านั้น
อะไรคือมาตรฐาน…จะวัดค่ามาตรฐานกันอย่างไร?…ตรงไหน?…หน่วยวัดค่าอะไร?…..

เหล่ากรรมการฯ อ้างรู้ ตรูเก่ง เบ่งอวด สวดพระฯ…กลับตอบเรื่อง “มาตรฐานที่พวกเขาใช้ตัดสินพระแท้ฯ ไม่ได้”………ตลกครับ

พระราคาเป็นสิบๆ ล้าน ใช้ความเชื่อว่า…คาดเดาว่า…เชื่อว่า…น่าจะใช่..หรือไม่ใช่?….
น่าจะมีมาตรฐาน….ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผมเคยเห็นเคยเรียนรู้ มีประสบการณ์….ดังนั้น
…น่าจะเป็นพระแท้….สมเด็จพุฒาจารย์โตฯ..น่าจะสร้าง…กับมือ
ผมและเพื่อนๆ เมื่อได้พิจารณาแล้วเห็นว่า..”มี….มาตรฐาน?”…..
จึงสรุปด้วยการ คาดเดาว่าแท้ แน่นอน? 5555555

เหล่าเซียน?…รวมถึง…ผู้อ้างรู้…ตรูชำนาญการ ทั้งหลาย
มาตรฐานคือสิ่งที่ต้องวัดค่าได้…ต้องมี หน่วยวัดค่ามาตรฐานได้….
แสดง..หน่วยวัดค่ามาตรฐาน…ที่ได้มาตรฐาน….ให้ดูหน่อยครับ?

มาตรฐาน ไม่ใช่ใช การคาดคะเน..การคาดเดา..ความเชื่อว่า…น่าจะ….คิดว่า..ฯลฯ ของท่านของพวกพ้อง ที่…”มีความรู้สึก…เกิดจากความเชื่อว่า…ถูกต้อง..หรือไม่ถูกต้อง”..นะขอรับ

เมื่อท่านและเพื่อนพ้อง
พิจารณามาตรฐาน จาก สิ่งที่ไม่มีมาตรฐาน ไม่รุ้อะไรคือมาตรฐาน…
ไม่รู้ว่า..มาตรฐานแปลว่าอะไร?….
แต่…สุดท้ายสามารถตัดสินให้พระฯ..ได้มาตรฐาน…(ทั้งที่ไม่รู้ว่า..มาตรฐานคืออะไร? มาตรฐานยังงัย? อะไรคือมาตรฐาน….ตัดสินบนความไม่รู้จริงนั้น? รับรองให้ได้มาตรฐานจากความไม่รู้จักอะไรคือมาตรฐานนั้น…….ให้รางวัล จากมาตรฐาน (อะไร? ไม่เข้าใจ)….มีหน่วยวัดค่ามาตรฐานได้…(จากตรงไหน? ให้เรียนรู้ได้?…..มีมั๊ยครับเจ้านาย?)…..

มาตรฐานที่ออกใบรับรองมาตรฐานได้…รับรองมาตรฐานสากล…สากลยอมรับ…สากลรับรอง..สากลนิยมได้…คำรับรองว่าได้มาตรฐานพระแท้ได้มาตรฐาน?

…มาตรฐาน…มาตรฐานคืออะไร?…อธิบายชี้แจงแถลงไขด้วยครับ…..(คือไปรับรองพระแท้ฯ ได้มาตรฐานได้..ผู้รู้ผู้ชำนาญการทั้งหลาย…จะต้องรู้ว่า…หน่วยวัดค่ามาตรฐานคืออะไร?)

..เอาคำตอบแค่ หน่วยวัดค่ามาตรฐานที่ใช้คือหน่วยวัดค่าที่เรียกชื่อว่า…”อะไร”…ก็พอครับ

เมื่อไม่รู้มาตรฐานคืออะไร?…หน่วยวัดค่ามาตรฐานคืออะไร?….แล้วไปรับรองให้ได้มาตรฐานได้อย่างไร?…บนความ ไม่รู้เรื่องมาตรฐาน นั้นอย่างดีพอ….นั่นเอง (ถ้าผมจะกล่าวว่า…แค่อุปโลกน์ตัวเองเป็นผู้รู้ ตรูชำนาญการก็คงไม่ผิด หรือผมพูดเกินความเป็นจริงหน่ะครับ)

เอวัง สาธุครับ อ่านแล้วถูกใจ แชร์ให้เพื่อนๆ คนอื่นได้แชร์ต่อ…..ได้เลยครับ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *