มาตรฐาน กับ ประสบการณ์ ของเซียนพระเครื่อง (๑๒๗)

ส่ิงที่เราได้เคยได้ยินเกี่ยวกับมาตรฐานพระเครื่อง..ที่เรายึดเป็นหลักมาตรฐาน…มาตรฐานสากลในวันนี้…เราได้เรียนรู้ เข้าใจ เข้าถึงอะไรกันบ้าง…เรายึดอะไร? เป็นมาตรฐาน..สิ่งที่เรายึดทั้งหลายเหล่านั้น…มีมาตรฐานหรือไม่?…อย่างไร?…..ผมเองจะเอาเรื่องราวต่างๆ ที่เรายึดเป็นมาตรฐาน….มาค่อยๆ อธิบายให้เพื่อนๆ ได้ทำความเข้าใจเพื่อเรียนรู้ค้นหาความจริงกัน
ในเรื่องมาตรฐานที่แท้จริง….

ก่อนอื่นเรามาแปลความหมายของคำว่า….มาตรฐานก่อนนะครับ…..

มาตรฐาน

[มาดตฺระ-] น. สิ่งที่ถือเอาเป็นเกณฑ์ที่รับรองกันทั่วไป เช่น เวลามาตรฐานกรีนิช สิ่งที่ถือเอาเป็นเกณฑ์สำหรับเทียบกำหนดทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เช่น มาตรฐานอุตสาหกรรม หนังสือนี้ยังไม่เข้ามาตรฐาน.

มาตรฐานคือสิ่งที่ยึดเป็นหลักเพื่อเทียบกำหนดทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ กรณีนี้หมายความว่า…มีหน่วยวัดด้านปริมาณและคุณภาพ

การกำหนดพระเครื่องฯ ไม่ว่าจะเป็นสมเด็จหรือเนื้อดิน ชินผง ว่าน รูปหล่อฯลฯ ในกรณีที่
ผลิตชิ้นงาน…ไม่มีความเหมือนกัน ทั้งรูปร่างและปริมาณ นั่นหมายความ….ไม่มีมาตรฐาน หรือจัดให้ความไม่เหมือนกันทั้งรูปร่างและปริมาณเหล่านั้น…ให้เป็นมาตรฐานได้……นั่นเอง

แสดงว่า เนื้อหามวลสาร (ควบคุมการผสมไม่ได้) พิมพ์ทรงองค์พระฯ ควบคุมการผลิตไม่ได้….(กว้าง ยาว หนา สูง) ผลที่ออกมาแต่ละองค์ไม่เท่ากันไม่เหมือนกัน…ก็จัดให้เป็นมาตรฐานใดๆ ไม่ได้เช่นกัน

รอยตัดตอก หรือสิ่งใดๆ ที่กระทำด้วยมือ การควบคุมกระบวนการให้ได้มาตรฐานไม่ได้…ให้เกิดรอยที่เหมือนกันในทุกองค์ไม่ได้….สิ่งที่วัดค่าไม่ได้เหล่านั้น….จัดให้เป็นมาตรฐานไม่ได้

ความเก่า ที่มองเห็น เก่าจริง เก่าเท็จ ….. สิ่งนี้ก็ไม่สามารถจัดให้เป็นมาตรฐานได้ เพราะว่า…ความเก่าไม่มีส่วนวัดค่ามาตรฐานใดๆ รองรับนั่นเอง…..ต่อให้เก่าจริง การแสดงความเก่าของแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน อาจจะมีสาเหตุที่แตกต่างกันเช่น การเก็บรักษาดี ไม่ดี ก็ได้ ….. อายุความเก่าที่มองเห็นด้วยสายตาของ…คนแต่ละคน..ก็แตกต่างกัน เก่าพอ..ไม่พอ…ไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน…เพราะความเก่าที่แต่ละคนเก่งแต่ละคนได้ทำการอธิบาย….ก็เป็นไปตาม “ประสบการณ์ของตน”…..นั่นเอง

ประสบการณ์
[n.] experience
[syn.] ความช่ำชอง,ความจัดเจน,ความชำนาญ,ความเชี่ยวชาญ

เราจะเห็นว่า…ประสบการณ์แปลว่าความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ (สิ่งนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัวเท่านั้น) คือรับรู้เพียงเฉพาะตนได้เท่านั้น ซึ่งความเชี่ยวชาญนั้น แยกเป็นสองกรณีง่ายครับ
๑. อาจจะลงมือทำตลอดเวลา
๒. อาจจะ เคยรู้จัก เคยเห็นตลอดเวลาก็ได้

กรณีที่หนึ่ง เป็นประสบการณ์จากการทำงานจริง…รู้จริง…เพราะลงมือปฏิบัติจริง…เช่นนักมวยเก่งๆ เขาลงนวมจริง ชกจริง…ประสบการณ์ในการชกโชกโชน….คนพวกนี้จะเก่งก็เก่งจริง…..

กรณีที่สอง..เป็นประสบการณ์จากการเคยเห็น จากการตัดสิน เคยตรวจสอบ
สิ่งนี้บางทีก็น่ากลัว…เพราะว่าในความจริงแล้ว…สิ่งที่ตนเคยเห็น เคยสัมผัส…อาจจะไม่ใช่ของแท้ทั้งหมดก็ได้ แต่ด้วยความที่ตัวเองเคยเห็นมามากแบบนั้น ก็เชื่อว่าส่ิงที่ตัวเองเห็นมามากนั้น…ถูกต้องก็ได้ ผมยกตัวอย่างกรณีของพระเครื่องฯ….ที่มีผู้อ้างว่ารู้ ตรูชำนาญ..การตัดสิน
พระฯ…อธิบายพระฯ ให้เหล่าผู้คนเรียนรู้ อ้างความรู้เดิมๆ ว่ามีความถูกต้อง ตั้งตัวเองเป็นผู้รู้สอนคนอื่น ให้เรียนรู้ ตาม…“ประสบการณ์” ตาม..ความเชื่อของตนนั้น

ผมก็พยายามมองดูผู้คนเหล่านั้น ก็พบว่า…พระที่พวกเขาเองเอามาอธิบายนั้น พระส่วนใหญ่เป็นพระปลอมทั้งนั้นเลย อ่านไปก็ปวดตับ เหล่าผู้คนก็รับเอาความเชื่อ รับเอาความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง จดจำพระปลอม เหล่านั้นเอาไว้ วันนึงเจอพระปลอมแบบนั้นก็นึกเชื่อมั่นใจว่ามาถูกทาง
(หลงทางกับพระโรงงานเหล่านั้นจนสะสมไว้เต็มบ้าน) ชื่นชมกับคนให้ความรู้เรื่องพระฯคนนั้น

ผมเองก็ไม่ก้าวก่ายในความรู้ใคร…ในความเชื่อของเหล่าผู้คนท่านใด…เพียงแต่เตือนสติเรื่องความรู้…เราต้องแยกแยะให้ได้ว่า…อะไรคือวิชชา อะไรคืออวิชชา….อะไรคือความจริง อะไรคือความเชื่อ….เราต้องคิดวิเคราะห์แยกแยะให้ได้ ครับ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของความเชื่อ เป็นเหยื่อของความรู้ที่ผิดนั้น

พระปลอมก็เอามาอธิบายให้แท้ได้….ยิ่งเชื่อคนอธิบายว่าเป็นพระแท้…เราก็จะจดจำเรียนรู้….ในความเชื่อว่าใช่ ว่าเป็นพระแท้….ตามที่เขาเชื่อนั่นเอง สิ่งนี้แหละคืออันตราย……..

การสอนให้รู้.เรียนรู้ได้..ให้คนอื่นรู้ได้ คิดได้ วิเคราะห์แยกแยะได้…จึงแตกต่างกันกับการสอนให้คนอื่นเชื่อ..ให้คนอื่นต้องเชื่อ เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ เชื่อว่าตัวเองเชื่อนั้นถูกต้อง.นั่นเอง

มาตรฐาน คือ การสอนให้เรียนรู้ รู้ในมาตรฐานที่พระมี….ให้คนอื่นเรียนรู้ทำความเข้าใจได้

ประสบการณ์…คือการบอกเล่าให้คนอื่น “เชื่อ” ในสิ่งที่ตัวเองเล่า ตามที่ตัวเองเข้าใจจาก
ความเชื่อว่าใช่ ว่าถูกต้อง ของตนนั้น

การค้นหาคำตอบเพื่อจะแยกพระแท้ฯ ออกจากพระเท็จ……ก็คงต้องเรียนรู้ด้วยความจริง…
ด้วยการ…ค้นหามาตรฐานที่จะวัดค่าให้กับองค์พระฯ…ให้พระฯ ยืนยันตัวเองว่าแท้ได้

ในขณะที่ความเชื่อ…สอนให้เชื่อในตัวผู้พูด….เคารพในตัวผู้พูด..ว่า ความเชื่อของเขากับพระองค์ที่นำแสดงอธิบาย….เป็นพระแท้…แท้แน่นอนบนความเชื่อของตัวเขากับเหล่าพวกพ้องนั่นเอง แล้วก็อ้างว่าสากลนิยม สากลรับรอง สากลยอมรับ

แยกแยะกันครับ….
มาตรฐานต้องเรียนรู้ได้…ทำความเข้าใจได้…มีหน่วยวัดค่ากำกับ…เพื่อเทียบเคียง…ได้
ประสบการณ์…เป็นความเชื่อ…เรียนรู้ไม่ได้…ลึกซึ้งไม่ได้….วัดค่าใดๆ ไม่ได้ เป็นเรื่องเฉพาะตัว

เรื่องอะไรก็เเล้วแต่..ถ้าไม่มีหน่วยค่าอะไร?….กำกับรับรอง…เรื่องเหล่านั้นล้วนเป็นความเชื่อ

สิ่งใดๆ..ถ้าเป็นความจริง….เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมาตรฐาน….ต้องแยกแยะได้ด้วย….หน่วยวัดค่ามาตรฐาน…ได้นั่นเอง…(สิ่งนี้คือ…ความจริง)……

อ่านแล้วชอบถูกใจแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านกันต่อได้เลยครับ

สมชาย น้อยสาคร 20/1/59

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *