พระสมเด็จฯ ยุคต้น ยุคกลาง ยุคปลาย (๑๒๘)

มีเพื่อนในเฟสได้นำคำถามเรื่องพระสมเด็จแบ่งเป็นสามยุค ..ยุคต้น…ยุคกลาง…ยุคปลาย…
ว่ามีจริงหรือไม่?….อย่างไร?…เพราะเคยมีหนังสือที่เขียนแนะนำเกี่ยวกับการแบ่งวิธีพิจารณาแยกยุค…พระสมเด็จฯ…ซึ่งเขียนโดยอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่ท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว

ก่อนอื่น ผมจะค่อยๆ อธิบายเรื่องนี้ไปทีละขั้นตอน แยกย่อยให้เพื่อนๆ ได้ข้อคิดพิจารณากันไป ซึ่งเผอิญผมไม่ได้มีหนังสือเล่มนั้นติดมือ ไม่ได้…อ่านและวิเคราะห์จากหนังสือเล่มนั้นโดยตรง
ผมจึงไม่อ้างอิงจากส่วนนั้น…แต่ถ้าเพื่อนๆ จะแคป…หรือจะเขียนบรรยาย ระบุหน้ามาถามคำถามที่ตัวเองไม่เข้าใจ…หรือจะเข้าร่วมถามสนทนา ในบทความนี้ก็ยินดีครับ…เพราะอันเนื่องมาจากผมไม่รู้ข้อความในหนังสือเล่มนั้นเช่นกัน…

เริ่มกันตรงจุดนี้ก่อนครับ….พระสมเด็จฯ….แบ่งวิธีการเรียนรู้เป็นสามยุค….จริงหรือไม่?….เขารู้ได้อย่างไร?….ผมจะวิเคราะห์อะไร?………

เท่าที่ผมเคยเห็นที่มีท่านชัยวัฒน์ เชื้อสูงเนินได้โพสต์ถามที่บทความผม นำรูปมาแสดง..ผมเคยตอบคร่าวๆ ไปแล้วว่า…

ประเด็นแรก……พระกลุ่มนั้นเป็น พระโรงงาน พิมพ์เข่าติดหัวเรือแจว….
แค่พิมพ์ทรงหน้าพระฯ…ก็…หมดสภาพที่จะเป็นพระแท้ได้แล้ว.. หน่ะครับ…
การนำภาพพระโรงงานเข่าติดหัวเรือแจวเหล่านั้น เอามาแบ่งเป็นยุคๆ ให้เรียนรู้..คงใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรกเริ่ม….แล้วครับ

ประเด็นที่สอง…..วันนี้มีการ “ส่งต่อ” ความรู้นั้นสู่คนรุ่นหลัง ให้เข้าใจผิด คิดคลาดเคลื่อนไปด้วย…มีการนำเอามวลสารมาขยาย ชี้แนะ…แยกแยะว่า…..พระสมเด็จสามยุค แบ่งยุคต่างๆ จะมีมวลสารแตกต่างกันอย่างไร?…มีมวลสารอะไรในยุคไหน?…..แจกแจง แสดงกันละเอียด อธิบายขยายความกัน อย่างละเอียดนั้น……ผมเห็นด้วยหรือไม่?…..

คำตอบผมคือย้อนกลับไปตอบที่ ประเด็นแรกครับ…ได้ตอบไว้แล้วครับ เป็นพระโรงงาน เข่าติดหัวเรือแจวครับ

แม้แต่กรณีของพระแท้เอง…
การแยกแยะมวลสารอย่างละเอียด สิ่งนี้ย่อมพิจารณาปัญญาของผู้แยกแยะได้ว่า….มีวัตถุประสงค์อย่างไร?…ต่อคำอธิบายมวลสารฯ เหล่านั้น………

ประการแรก..เพื่อให้ทุกคนเคารพความรู้ในการแยกแยะมวลสารต่างๆ ในแต่ละยุคได้…(ผมรู้จริงจึงแยกแยะได้ละเอียด..ผมศึกษามาดี..ช่ำชองเลยอธิบายได้)….อ้างรู้ ตรูเก่ง

ผมก็มีเรื่องที่ให้เพื่อนๆ ได้วิเคราะห์ว่า….”เขารู้ได้อย่างไร?”…ในเมื่อไม่ได้อยู่ ณ ห้วงเวลานั้น ณ เวลาที่สมเด็จพุฒาจารย์ โต ท่านได้ผสมมวลสาร…..

เขารู้ได้อย่างไร?ว่า…พิมพ์ทรงนั้น…มวลสารนั้น แบ่งได้เป็นยุคๆ สามยุคเหล่านั้นได้ในเมื่อไม่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ณ เวลานั้น อยู่ข้างๆ ท่านเวลาผสมมวลสาร หรือ ผลิตพระฯ….
เกิดไม่ทัน แต่..กลับแจกแจงแบ่งยุคอธิบายได้ละเอียด (เก่งเกินไปครับแบบนี้)

คำตอบผมก็คือให้ย้อนกลับไปดูที่….ประเด็นแรก…นั่นเอง พระโรงงาน เข่าติดหัวเรือแจว
ประเด็นแรก…”ข้อมูลผิด”…….จากการให้ข้อมูลของผู้เขียนผิด…

จากนั้น…ก็จะมีการขยายความ….เรียนรู้ทั้งพิมพ์ทรงทั้งเนื้อหากันอย่างผิดๆ…อ้างว่า..
ศึกษาตำราของประเด็นแรก..นั่นเอง…..

นี่คือ..การถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นแบบผิดๆ
โดยผู้เรียนรู้ ได้รับความรู้ต่อมา…

ไม่รู้ว่า…ความรู้เเรกมันผิด..ประเด็นแรกมันผิด….(หรือรู้ว่าผิดแต่หวังผลในภายหน้า สิ่งนี้ผมไม่ขอขยายความเพราะเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลครับ อาจจะเพื่อการค้าพาณิชย์หรือเจตนาวางหมากไว้ให้ตัวเองเดิน..นั่นเอง)

แม้แต่ท่านตรียัมปวาย..ปรมาจารย์แห่งวงการพระเครื่องเอง ก็ยัง…”มั่วข้อมูล”…ข้อมูลที่เกิดจากความเชื่อของตัวเอง..ว่าสิ่งที่ตัวเองคาดเดานั้นถูกต้องดีแล้ว.ลองตามอ่านบทความผมก็จะพบ “ความผิดปกติ”…นั้น….เช่น…ท่านคาดเดาว่า..แม่พิมพ์ทำจาก…….การนำพระออกจากแม่พิมพ์ด้วยวิธีตัดตอก เป็นต้น…..คือท่านไม่รู้จักแม่พิมพ์..ย่อมไม่เห็นกระบวนการในการผลิต.อธิบายเนื้อก่อนพิมพ์อย่างเหยียบเรือสองแคม..(เนื้อพระเป็นได้ทั้งปั้นกดเเละเทหยอด) …แต่ในตอนสุดท้ายของเรื่องอธิบายการเอาพระออกจากแม่พิมพ์นั้นได้…….ซึ่งเป็นเรื่องที่…อัศจรรย์ใจครับ (เพราะตัวเองไม่เคยเห็นแม่พิมพ์แต่รู้วิธีเอาออกจากพิมพ์ได้อย่างไร?)

การเรียนรู้แบ่ง…พระสมเด็จออกเป็นสามยุค…ก็ยิ่งตลกครับ…
ผู้เขียนท่านนั้นก็ไม่เคยเห็นแม่พิมพ์…..ไม่รู้จักกระบวนการในการผลิต….ไม่รู้ว่าเนื้อพระก่อนพิมพ์ปั้นกดหรือเทหยอด….อธิบายกระบวนการไม่ได้..ที่สำคัญ…

พระที่นำเอามาสอนให้คนเรียนรู้นั้น….เป็นพระโรงงานครับ…มีมาตรฐานพิมพ์ทรงแบบโรงงาน (เริ่มใช้เครื่องจักรที่เริ่มทันสมัยแล้ว ให้เพื่อนๆ สังเกตุให้ดีครับ)

แบ่งยุคเป็น ยุคต้น ยุคกลาง ยุคปลาย…ด้วยอะไร?….พิมพ์หรือเนื้อ….ก็พอได้เพราะใช้เครื่องมือในการผลิตที่ดีแล้ว…ถ้าแยกยุคจากเนื้อ……ไม่มีทางครับ…ขนมครกแต่ละฝายังไม่เหมือนกันครับ….ยิ่งมวลสารมากขึ้นเท่าไหร่?…ย่อมแตกต่างกันควบคุมไม่ได้…บางองค์มีอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้แม้ในการผสมในหม้อเดียวกันครั้งเดียวกันก็ตาม….การอธิบายแบบนี้…ย้อนถามไปตรงๆ ว่า

พระที่…เอามาแยกแยะ…เอามาอธิบายหน่ะ……เป็นพระแท้หรือพระโรงงาน?..แยกเบื้องต้นให้ได้ก่อนว่า…..มวลสารที่แยกแยะให้ฟัง อธิบาย แสดงภาพนั้นหน่ะ…เอามาจากพระแท้หรือพระโรงงาน?

แยกแยะให้ได้ก่อนว่า มวลสารที่อธิบาย/พิมพ์ทรงที่อธิบายนั้น…เป็นพระแท้หรือพระโรงงาน

แยกแยะ…พระสมเด็จในเบื้องต้นไม่ได้ว่า…………..พระแท้หรือพระโรงงาน?….
แยกแยะ…พระสมเด็จในเบื้องต้นไม่ได้ว่า….พระแท้เพราะอะไร?…ไม่แท้เพราะอะไร?….
แยกแยะ…พระสมเด็จในเบื้องต้นไม่ได้ว่า….มาตรฐานพระสมเด็จฯ ควรดูที่ใดก่อน? นั่นเอง

ก็อธิบายพระโรงงาน ขยายความเรียนรู้พระโรงงาน ตัดสินพระโรงงานกันต่อไป

บน “พื้นฐานการพิจารณา” ยึดจากเนื้อ จากพิมพ์ คราบ ความเก่า รา รักฯลฯ…บนความเชื่อของคนที่…..”ไม่รู้ว่าจะแยกพระแท้ออกจากพระเท็จ…ไม่รู้ว่า…มาตรฐานคืออะไร?”….จะวัดค่าได้อย่างไร?……เรียนรู้บนความเชื่อของคนใดคนหนึ่ง…ที่แสดงภูมิรู้…บนความไม่รู้นั้น..ต่อไป

ตราบใดที่เรายังไม่รู้…ไม่แยกแยะ…ไม่ตรวจสอบความรู้ที่แท้จริงว่า…พระแท้มีมาตรฐานอย่างไร?…จะวัดค่ากันอย่างไร?….ดูอย่างไร?…แท้….ได้นั่นเอง

การตรวจสอบองค์ความรู้ของผู้ให้ความรู้….จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งนัก…ที่เราจะพบทางออกของปัญหา…หรือ…ยิ่งเรียนรู้ยิ่งพบปัญหา……นั่นอยู่ที่วิจารณญานของเพื่อนๆ แต่ละคนเองครับ
ผมถึงบอกเพื่อนๆ ครับว่า….การเป็นผู้ให้ความรู้…สำคัญและอันตรายยิ่ง…ต่อการส่งต่อความรู้ให้คนคนหนึ่งที่จะไปถ่ายทอดต่อไปสู่รุ่นสู่รุ่น……

”วันนี้คุณรู้..อย่างถูกต้องอย่างดีพอที่จะถ่ายทอดความรู้นั้นหรือไม่?” ….

ฝากข้อคิดให้เหล่าอาจารย์ทั้งหลาย หรือ เหล่าผู้ที่คิดจะเป็นผู้เชี่ยวชาญพระเครื่อง รวมถึง ผู้อ้างตัวว่า…เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายได้…เก็บไว้คิดพิจารณา…ครับ (อย่าหวังเพียงแค่เงินตราจากความไม่รู้ของคนอื่นด้วยอวิชชา …(ความไม่รู้หรือรู้ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไม่ถูกต้อง)..ของตน การถ่ายทอดความเชื่อ/ความรู้แบบผิดๆ…มันน่ากลัวกว่าที่คิดครับ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครั

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *