ความชอบ ความเชื่อ ความใช่ (๑๓๘)


ความชอบ
ในกรณีที่เราชอบอะไร?…ก็ทำให้เราเกิดความรักในสิ่งๆ นั้น เช่น เรารักพระสมเด็จฯ เราก็ชอบที่จะเรียนรู้ศึกษา หาสะสม หาข้อมูลหาความรู้เพิ่มเติม เป็นต้น

ความเชื่อ
ผมจะแยกความเชื่อออกเป็นเรื่องง่ายๆ สองประการ คือ �
เชื่อเพราะอวิชชา (ความไม่รู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างดีพอ)
เชื่อเพราะวิชชา (ความรู้นั้นเป็นความจริง จึงเชื่อความจริงนั้น)

ความเชื่อด้วยอวิชชา
ความเชื่อนี้…เป็นความเชื่อโดยไร้เหตุผล ไม่ต้องมีเหตุผลประกอบ ไม่ต้องวางอยู่บนเหตุผลใดต้องยึดในตัวบุคคลเป็นสรณะในการให้ความรู้ ผู้เชื่อจึงต้องใช้ความเชื่ออย่างแรงกล้า…ในขณะที่ผู้สอนก็ต้องหาวิธีไม่ให้ผู้หลงเชื่อตัวเองหลุดจากความเคารพในความเชื่อที่สร้างไว้ ต้องแสดงอำนาจบารมี ตีเบ่งข่มเอาไว้ เพื่อให้เกิดความยำเกรง หาวิธีครอบงำความจริง ไม่ให้ความจริงถูกเปิดเผย (ในความไม่รู้นั้นเหมือนกัน) …ความเชื่อประเภทนี้ รังแต่จะสร้างความเสียหายต่อส่วนรวม ต่อทุกคน เป็นปัญหาใหญ่ นั่นเอง ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ…คือ..ไม่พยายามสอนให้คนอื่นรู้ ไม่พยายามสอนคนอื่นให้คนอื่นอ่านออกเขียนได้..กีดกัน..ไม่ให้คนอื่น ได้รับรู้เพื่อที่ตัวเอง กลุ่ม ชมรม องค์กรจะได้ครอบงำและควบคุมได้นั่นเอง……แต่……

..(ตรงนี้ขอขยายความตรงส่วนนี้หน่อยนึงครับ…คือ…ผู้สอนก็อ่านไม่ออก..ก็เลยสอนไม่ได้…จึงต้องสอนด้วยความเชื่อนั่นเอง)

คำอธิบายบนความไม่รู้ คนอื่นก็ไม่รู้…จึงไม่สามารถตรวจสอบความไม่รู้นั้นได้…ก็ยังคงยกให้เป็นอาจารย์ใหญ่ เป็นเซียนใหญ่บนความที่เราเองก็ไม่รู้พอเช่นกัน “เชื่อว่า…เขารู้…” นั่นเอง

ความเชื่อด้วยอวิชชานี้ สร้างปัญหา สร้างความแตกแยกในหมู่คณะ…เพราะความเชื่อของแต่ละบุคคล ที่ได้บอกกล่าวเล่าสอนนั้น….หาได้เป็นความรู้แต่อย่างไรไม่?..เป็นแค่เรื่องพื้นๆ ที่เราไปยึดเอาความเชื่อของคน ของอาจารย์เหล่านั้นนั่นเอง.ความรู้ด้วยความเชื่อนี้ไม่ยั่งยืน.
เพราะความเชื่อของแต่ละคน เชื่อๆ กันมาไม่เหมือนกัน…ความรู้ไม่เหมือนกัน…โดยอ้างว่ารู้เหมือนกัน..แต่จริงๆ แล้วแตกต่างกัน….
(พระจึงรับรองตัวเองไม่ได้…ต้องใช้ความไม่รู้แต่ละคน…ความพร่องวิชชาแต่ละคนมารับรอง)

ความเชื่อด้วยวิชชา
ความเชื่อนี้จะประกอบด้วยเหตุผล บนความจริงที่สิ่งนั้นเป็น อธิบายปรากฏการณ์ รูปแบบสิ่งที่เกิด เหตุที่เกิดผลที่ตามมาได้อย่างลงตัวบน…”ความจริงที่สิ่งน้ันเป็น”……อธิบายปะติิดปะต่อเรื่องราวทั้งระบบได้จากความจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นรุปธรรมได้

ผู้คนสามารถเรียนรู้เข้าถึงองค์ความรู้เหล่านั้นได้ เรียนรู้ทำความเข้าใจ เหตุผลที่เป็นวิชชาได้ ยอมรับความจริงตามธรรมชาติ ตามที่สิ่งนั้นเป็นได้ และสุดท้ายก็เคารพความจริงบนเหตุผล…นั้นได้…

ความรู้ที่เป็นวิชชานี้ จะแก้ปัญหา พัฒนาองค์กรให้ยั่งยืนได้ ทุกคนสามารถพูดภาษาเดียวกันได้บนความรู้ ความถูกต้องของข้อมูลได้ เชื่อมั่นตัวเองได้ ข้อดีคือ…ไม่ต้องพึ่งคนกลาง…ไม่ต้องเชื่อคนสอน…แต่เชื่อในความรู้ ในความจริงที่สิ่งนั้นเป็นได้นั่นเอง….
(พระรับรองตัวเองว่าแท้ได้)

ผมมองเห็นปัญหา…จึงพูดแบบนี้ ณ วินาทีนี้ …….นั่นคือสาเหตุหลัก?..ว่า
ทำไมพระรับรองตัวเองไม่ได้….ต้องมีการจัดประชันขันแข่ง…แต่ละหน่วยที่จัดการประกวดต่างก็อ้างว่า…มีมาตรฐานในคำตัดสิน…แต่…เอาไปใช้ข้ามหน่วยกันไม่ได้…..(แท้อีกชมรม..ปลอมในอีกชมรม)….ปัญหามันอยู่ที่ไหน?……

ปัญหามันอยู่ที่ความพร่อง…ในความรู้….ของคนตัดสิน…ที่มีไม่พอนั่นเอง พระปลอมก็ตัดสินให้แท้ได้..เพราะความไม่รู้ ไม่รู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างดีพอนั่นเอง (อวิชชา)……..หรือไม่?……
คำพูดผมไม่ผิดหรอกครับ…ไม่ได้คิดดูแคลนความรู้ในความไม่รู้เหล่านั้นของท่านทั้งหลาย…ผมมองเห็นจากความจริงที่สิ่งนั้นเป็น และกำลังดำเนินต่อไปบนผลประโยชน์…คิดหาประโยชน์บนความไม่รู้ของตัวเอง…และของผู้อื่น

ความใช่
ความแท้เท็จของพระฯ จึงไม่ได้อยู่ที่พระฯ หากอยู่ที่คำตัดสินของผู้ตัดสินที่พร่องความรู้จริง (อวิชชา) ไปด้วยนั่นเอง ความใช่จึงวางอยู่บนความเชื่อของบรรดาเหล่าผู้อ้างตรูรู้…ตรูชำนาญการ….บนความเชื่อที่คาดเดา…ใช้ความเชื่อว่า…น่าจะ…คิดว่า….”ใช่..หรือ..ไม่ใช่”…..แค่นั้นเอง ใช้ความรู้สึกว่า…”น่าจะ..แท้ หรือ ไม่น่าจะ…แท้”…..เป็นคำตอบสุดท้ายครับ

ความแท้เท็จของพระฯ…อยู่ที่มาตรฐานที่พระมี….แต่วันนี้….เราไม่รู้จัก…เรากลับให้คนกำหนดมาตรฐาน (อะไรก็ได้) ตัดสิน (ยังงัยก็ได้)…บน..ความไม่มีมาตรฐานนั้น…บนความเชื่อส่วนตัวของเขานั้น…บนความพร่องความรู้….บนอวิชชาความไม่รู้…..สิ่งที่เขาใช้เป็นหลักในการพิจารณาตัดสิน………เวรกรรมครับ….พระแท้รับรองตัวเองว่าแท้ไม่ได้…ต้องให้เหล่าผู้คนที่…พร่องความรู้….ช่วยกันดู…ช่วยกันตัดสินบนความ…”ไม่รู้จริง”….นั้น..บนสิ่งที่ “ไม่มีอะไรจัดให้เป็นมาตรฐานได้เลย…เหล่านั้น”…นั่นเอง…..

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *