ตำราหนังสือการศึกษาพระเครื่องเชื่อถือได้หรือไม่ (๑๔๐)

ในการศึกษาพระเครื่องฯ ในปัจจุบันวันนี้ เราเรียนรู้กันด้วยความเชื่อจาก “เซียน” จาก “ตำรา” จากผู้ขายพระรายใหญ่ รายเล็ก ด้วยตาดู ด้วยหูฟัง เพียงเท่านั้น ผู้เขียนตำราส่วนใหญ่ก็จะเขียนโดย “ผู้รู้” จะเป็นใครก็ได้ มีความรู้เรื่องพระเครื่องฯ จากการได้ยินได้ฟัง ก็สามารถเขียนเล่าเรื่อง อธิบายสิ่งที่ตนรู้ มีประสบการณ์ จากการเคยเห็นเคยได้ยินได้ฟังมานั่นเอง

เรื่องที่เป็นความจริง ก็มี เรื่องที่เล่าให้ฟังเป็นนิทาน (ยายขำ ลุงแฉล้ม ช่างชาวบ้าน ช่างหลวง)
เรื่องโกหกเลยก็มี (หลวงวิจารณ์เจียระไน…”ที่ไม่มีตัวตน” เพราะไม่เจอหลักฐานในพระราชกิจจานุเบกษา..ที่รัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชทานนามสกุล ว่า หลวงผู้นี้เป็น ต้นราชสกุลของนามสกุลใดในปัจจุบัน…ไม่พบบุคคลผู้นี้) เป็นต้น

เรื่องราวในอดีต เราต้องแยกแยะให้ออกด้วยว่า…อะไรคือจริง….อะไรคือเท็จ?…แล้วสาระสำคัญของเราเราก็เอามาจัดลำดับความรู้ว่า….เราต้องการเรียนรู้อะไร?….เราก็พุ่งเป้าไปที่ตรงจุดนั้น…..เช่น…ต้องการรู้ว่าพระสมเด็จฯ แท้ๆ ดูอย่างไร?…..เราก็ต้องพุ่งประเด็นในการค้นหาคำตอบเรื่องนี้…ที่องค์พระฯ…ตรงหน้าเท่านั้น…เรื่องอื่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ…..ก็พยายามหลีกเลี่ยงคู่สนทนาที่นิยมเรื่องเล่า…นิทานเยอะ..ทั้งหลาย

การไปขอความรู้ เพื่อให้ผู้รู้ แสดงความรู้..จึงต้องพุ่งประเด็นให้ตรงเป้าด้วยเช่นกัน การถามเพื่อเอาความรู้และยึดอยู่ในองค์ความรู้ จะทำให้เรารู้ได้เองว่า…คนที่เราถามอยู่นั้น ตอบอย่างไร?…เช่น เลี่ยงประเด็นถามข้ามประเด็นตอบ ออกทะเล พาหลงเข้าป่าฯ หรือไม่?……

คือควรมีการตรวจสอบความรู้ของผู้ให้ความรู้ เพื่อที่เราจะได้นำมาคิด วิเคราะห์ แยกแยะความรู้ของเขาว่า….เขามีความรู้ดีพอที่จะสอนได้หรือไม่?…นั่นเอง……ถ้าเขาอ้างเรื่องประสบการณ์..เคยซื้อเคยขาย…เคยพบเซียนใหญ่…เคย…เคย…ๆๆๆๆ นี่คือพวกออกทะเล..ไม่มีความรู้อะไร?…ชวนออกทะเล…อย่างเดียว…ให้ห่างๆ คนพวกนี้ไว้…..ความรู้ไม่มีอะไร?….อ้างๆๆๆๆ ไปเรื่อย

ระดับความรู้ของผู้เรียนรู้ไม่เท่ากัน แตกต่างกัน
ระดับความรู้ของผู้สอนก็ไม่เท่ากัน แตกต่างกัน
ระดับความเชื่อที่แต่ละคนเชื่อแตกต่างกัน

ทำให้ความเข้าใจแตกต่างกัน….ความแตกต่างกันนี่แหละคือปัญหา
ตำราที่เขียนโดยแต่ละคนที่ “ไม่รู้ความจริง” บนความเชื่อที่แตกต่างกัน นี่แหละคือปัญหา
คำอธิบายในตำราทุกวันนี้ “อิงอยู่บนความเชื่อ เขียนด้วยความเชื่อที่แตกต่างกันของคนแต่ละคน” ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความรู้ ความรู้สึก ความเข้าใจส่วนตัว บนความเชื่อส่วนตัวนั้น

ยกตัวอย่างกรณีของพระสมเด็จสามยุคฯ เป็นต้น ….เมื่อผู้เขียนพยายามหา “เรื่องราวมาแสดง”
ย่อมหาหลักฐาน ผูกเรื่องโยงเรื่องให้ดูมีเหตุผลสมจริงสมจัง เพื่อให้หนังสือ ตำราเป็นที่น่าสนใจ “บนความเชื่อส่วนตัวนั้น”….นั่นเอง
ส่งผลอะไรในอนาคต ไม่ต้องกังวลอะไร?…

สิ่งที่เกิดจากความเชื่อ ไม่ว่าจะคิด จะพูด จะเขียน จะนำแสดงก็เป็นความเชื่อทั้งนั้น…จริงอยู่ว่าความจริงเรื่องหนึ่ง (เช่น พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีมีจริง อายุของพระผู้สร้างพระฯ อยู่ในยุคนั้นจริง)…..แต่เรื่องราวที่แสดงที่เขียนอิงประวัติศาสตร์ อาจจะไม่ใช่ความจริง หรือ เป็นเรื่องแต่งนิยายอิงประวัติศาสตร์ขึ้นมาก็ได้ ยกตัวอย่างเรื่อง “สี่แผ่นดิน ประพันธ์โดย มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช)..เป็นต้น…

แสดงว่าผู้เขียนมีจินตนาการ แต่อย่าไปเชื่อตำราทั้งหมด ดังที่ผมได้เกริ่นไว้ในเบื้องต้นนั่นเอง….เราเองต้องรู้จักคิด วิเคราะห์ แยกแยะให้ได้ด้วย ให้ปัญญาของเราได้คิดได้ทำงานบนเหตุผลความจริงด้วย….จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อง่ายๆ นั่นเอง……

ตำราที่ดี ควรวางอยู่บนเหตุผลแห่งความจริง มิใช่เขียนด้วยความเชื่อ (แบบนิยาย-อ้างอิงประวัติศาสตร์)….ตำราที่ดี ควรเขียนจากความจริงที่สิ่งนั้นเป็น เคารพในความจริงไม่ควรเอาความเชื่อว่า…น่าจะ…คิดว่า…เอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆ มาเจือปน….(ไม่ออกทะเล)
อยากรู้เรื่อง พระแท้…ดูอย่างไร?…กลายเป็นรู้จักเรื่องราวในอดีตที่โยงเรื่องเข้ามาพัวพัน…

สุดท้าย…กลายเป็นเอาพระโรงงานมาให้ดู..ผูกเรื่องให้เป็นพระแท้….สร้างตำนานเหล่าหลวง
ลูกหลวง หลานหลวง มาอธิบายชีวประวัติเหล่าหลวงๆ…….เอาพระที่อ้างว่า…เหล่าหลวงๆ ผลิตขึ้นมา ณ โอกาสต่างๆ มาแสดง (ก็ขายพระนั่นแหละ….เอาพระมาแสดง…อ้างนิทานนิยายประกอบเรื่องเล่าเหล่าหลวงๆ)

ออกตำรา..เอาพระฯ..นำเสนอ นำแสดงแนะนำ…ให้ผู้คนผู้ลุ่มหลงงมงาย อยากได้ อยากครอบครองทำการเช่าซื้อ สะสม บนนิทานนิยายเหล่านั้น จากการโฆษณาแบบนั้นเพื่อการตลาด

เหล่าผู้คนอยากได้…ก็…..หลงประเด็น “ไม่รู้ไม่สนใจ” ที่จะเรียนรู้ ว่า
…….”พระแท้ ดูอย่างไร?”…..เชื่อตำราว่า…เป็นพระที่สมเด็จฯโตสร้างไว้…เป็นพอ….

ผู้คนอยากได้เพราะเชื่อ “ตำรา” หาเช่าหา สะสม….
ตลาดคึกคักผู้ซื้อผู้ขาย เกิดเป็นตำนาน เล่าขานเรื่องราวใหม่ “พระสามยุค” พุทธพาณิชย์
เต็มรูปแบบคนขายพระฯ พากันแฮปปี้ๆๆๆๆๆ ไม่มีการตรวจสอบอะไร?…ขายได้ เป็นพอ

สังคมวันนี้เป็นแบบนี้….เหล่าแมงเม่าก็บินเข้ากองไฟ เพราะไปเชื่อ “ตำรา”………
โดยมีความโลภเป็นที่ตั้ง.ขาดสติสัมปัชชัญญะ…ที่จะแยกแยะจริงเท็จ..ได้นั่นเอง

อีกทั้งเหล่าบรรดาผู้เสียผลประโยชน์….”เพื่อให้หลวงวิจารณ์เจียระไนมีตัวตน”…ก็พยายามบิดเบือน สร้างเรื่องเท็จ…สร้างเรื่องราวใหญ่โต…หรือหาโอกาสกลั่นแกล้ง..ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับ…ความเชื่อของตน…ทำความเดือดร้อนกับ…ความเชื่อของตน..ก็แค่นั้น…พวกที่ออกมาแก้ต่าง..หรือโวยวาย…ก็ล้วนพวกเสียผลประโยชน์ทั้งนั้น…ครับ

สำหรับผม..เตือนเพื่อนๆ ด้วยความปรารถนาดี…และจริงใจกับเพื่อนๆ นักสะสมทุกท่านครับ
ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *