การเป็นผู้ผู้ชำนาญการในเรื่องใดๆ (๑๔๔)


ในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ในศาสตร์วิชาต่างๆ ก็จะมีครูผู้สอนในแต่ละอาชีพที่เก่งชำนาญการในสาขานั้นๆ มีคุณวุฒิรับรอง…มีใบรับรองอาชีพ และพร้อมมีความสามารถในอาชีพสาขาวิชานั้นประกอบความรู้นั่นเอง เช่นเป็นครูสอนเลข (คณิตศาสตร์) เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เป็นต้น
หรือเป็นแพทย์ เป็นทนาย เป็นอัยการ เป็นผู้พิพากษา ฯลฯ……

แต่ละสาขาอาชีพ…ก็อาจจะแยกย่อยไปในส่วนของความชำนาญการนั้นๆ เฉพาะทาง…ยกตัวอย่างเช่น สาขาแพทย์เป็นต้น ก็จะมีการเรียนรู้พื้นฐานแล้วก็จะไปเรียนเฉพาะทางเป็นลำดับต่อไปนั่นเอง

ผมยกตัวอย่างก็เพราะกำลังจะพูดเรื่องต่อไปนี้ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ทำความเข้าใจง่ายขึ้นครับ

กรณีในวงการพระเครื่องฯ จริงอยู่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพพระเครื่องฯ รับรองจากสถาบันการศึกษาใดโดยตรง…อันเนื่องมาจาก…หลักสูตรในการเรียนรู้ทำความเข้าใจไม่เป็นที่ยอมรับ…ไม่มีสถาบันการศึกษารับรองหลักสูตรการเรียนรู้นั้นได้

เพราะส่วนใหญ่..เป็นเรื่องของความเชื่อ ความเชื่อที่เซียนแต่ละ้คน เรียนรู้มา มีประสบการณ์แตกต่างกันมา ความรุ้ที่อ้างทั้งหมดจึง….เป็นเรื่องของความเชื่อเฉพาะบุคคลนั่นเอง

ในวงการพระเครื่องจึงเต็มไปด้วย “ผู้รู้ ผู้ชำนาญการ” ที่เป็นเรื่อง “ความเชื่อเฉพาะตัว” ผมพูดคำนี้คงไม่เกินเลยความเป็นจริงไปนัก…เพราะส่วนใหญ่จะใช้การคาดเดา…คาดคะเน..ความรู้สึก…เชื่อว่า…คิดว่า…น่าจะ….เป็นหลักในการพิจารณาพระเครื่องให้เเท้หรือเท็จตรงหน้า…โดยอ้างประสบการณ์เคยซื้อเคยขาย…ชำนาญการ เคยขาย เคยเห็น เคยสัมผัสพระเครื่องมามากมายนั่นเอง

ผมจะแยกคำกล่าวนี้ไว้แบบนี้
ชำนาญการ…เคยสัมผัส…เคยเห็น…เคยซื้อขายมามากมาย…ก็ย่อมถูกต้อง…นั่นเป็นอาชีพตรงของเขาก็ย่อมเห็น รู้ มากกว่าคนธรรมดาโดยทั่วไปที่ไม่ได้ซื้อขายโดยตรง
ผมจึงจัดคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ มีความชำนาญการซื้อขายสายตรง

ในขณะเดียวกัน ความรู้ความชำนาญการสายตรงยังแยกย่อย เป็นชำนาญการในเรื่องแต่ละเรื่องแตกต่างกันไปอีกเช่น…ดิน ชิน ผง รูปหล่อ เหรียญ เป็นต้น ส่วนนี้แยกเป็นชำนาญการเฉพาะสาย….พอจะมองภาพออกนะครับ

ผู้ชำนาญการ…รู้อะไร?…ชำนาญการเรื่องอะไร?

ในกรณีนี้…ผมจะแยกแยะเรื่องนี้ครับ….เอาเรื่องพระสมเด็จก็ได้…เพราะมีปัญหาจากการเรียนรู้….เยอะดี…มีเรื่องให้พูด….เยอะดี…5555

ในการพิจารณาพระสมเด็จฯ องค์หนึ่ง…ของผู้ที่อ้างรู้ตรูชำนาญการ..เขาจะระบุให้ดูที่มาตรฐานที่สำคัญอยู่สองอย่างคือ…(๑) เนื้อหามวลสาร…กับ (๒) พิมพ์ทรงองค์พระฯ

ผู้ชำนาญการ…รู้อะไร?…ชำนาญการเรื่องอะไร?

(๑) เนื้อหามวลสาร แยกเป็น…………………………………………(แยกย่อยไปชำนาญการในแต่ละจุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ของแต่ละมวลสารอีกทีนึง..อธิบายเรืยนรู้เป็นวันๆ ก็ไม่จบมันเยอะ) เพื่อให้แสดงว่า…มีความชำนาญเรื่อง “มวลสารจริง” อธิบายได้ละเอียด

(๒) พิมพ์ทรงองค์พระฯ แยกเป็น…………………………………………(แยกย่อยไปชำนาญการในแต่ละพิมพ์ทรง..แยกเป็นสี่พิมพ์หลัก ในแต่ละพิมพ์หลักก็แยกย่อยไปอธิบายยั๊วเยี๊ยะ..อธิบายเรืยนรู้เป็นวันๆ ก็ไม่จบมันเยอะ) เพื่อให้แสดงว่า…มีความชำนาญเรื่อง “พิมพ์ทรงฯ จริง” อธิบายได้ละเอียดซะขนาดนั้น…..
เอาแค่สองเรื่องนี้ก่อน….เพราะ ชำนาญการยังมีเรื่องอีกเยอะที่เขาอธิบาย เช่นคราบ…รา…รัก…รอยตัดตอก…ฯลฯ…..ก็อธิบายแบบชำนาญการกันไป (แยกย่อยกันไป)……..

ผู้ชำนาญการ…รู้อะไร?…ชำนาญการเรื่องอะไร?

ในข้อ (๑) และ (๒) เราจะเห็นว่า….สองสิ่งนี้…เป็นเรื่องของพื้นฐาน บรรทัดฐานทั่วไปที่คนได้เข้ามาศึกษาพระสมเด็จฯ…ต้องควรรู้…จำเป็นต้องรู้เท่านั้น…(เหมือนแพทย์เรียนเหมือนกันสี่ปีก่อนแยกเรียนเพื่อชำนาญการในส่วนที่ตัวเองสนใจ)…….

ดังนั้น การเรียนรู้พระสมเด็จฯ…ก็เป็นการเรียนรู้พื้นฐานกันได้แบบนี้…ทุกคนก็รู้กันมาได้แบบนี้….ทีนี้…ก็มีคน กลุ่มคน ผู้ขาย อ้างว่าตัวเองชำนาญการ รุ้เรื่องพระฯ…เป็นอย่างดี…กำหนดพื้นฐานในการที่เขามองเห็น มีประสบการณ์…เขาจึงกำหนดให้พื้นฐาน..ความรู้พื้นฐานเหล่านี้…เป็นมาตรฐานได้…(ในขณะที่สองสิ่งนี้ไม่มีมาตรฐานไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานอะไรได้เลย..) เราเองก็มึนงง…กับความไม่เหมือนกันเรียนรู้ไม่ได้ เรียนรู้ไม่เหมือนกันนั้น…..

อย่าว่าเเต่เราเลยครับที่มึนงง…กับมาตรฐานอะไรก็ไม่รู้ตรวจสอบมาตรฐานไม่ได้….แม้แต่ผู้อ้างรู้ตรูชำนาญการก็ยัง็น..มีปัญหามึนงง…กับมาตรฐานที่ตนเองตั้งขึ้น…กลุ่มตัวเองตั้งขึ้นเลยครับ…จะสังเกตได้จากคำตัดสิน….วันนี้แท้ พรุ่งนี้เท็จ…เป็นต้น….ย้อนกลับไปที่ ครู…รู้อะไร?

เราเองต้องการรู้ว่า….พระแท้ดูอย่างไร?…
เราไปนั่งฟังนิทาน นิยาย เรื่องเล่าอิงประวัติศาสตร์….ไปฟังประวัติหลวงโน่นนี่…..

แสดงว่า..ผู้รู้ตรูชำนาญผู้นี้….มีความรู้ความชำนาญเรื่องเล่านิทาน นิยาย แล้วขายพระฯ….นั่นเองไม่มีอะไร?…..(ไม่เกี่ยวกับพระแท้หรือพระเท็จ..ไม่เกี่ยวกับที่อ้างว่าเคยเห็นเคยซื้อขายมามาก…มีแต่นิทานเป็นส่วนใหญ่ เรื่องที่เล่าก็จำๆ เอามาเล่าต่อ แต่งเติมสีสันไปตามใจ ตามคนฟังไป..เพื่อจะได้ให้รู้ว่า…แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเกร็ดชีวประวัติ…อัตประวัติพระยังรู้ละเอียด เล่าได้ละเอียด ทำไม? พระแท้ๆ ตรูจะดูไม่เป็น ๕๕๕๕ ก็เพราะดูไม่เป็นนั่นแหละเลยเล่านิทานนิยายให้ฟังซะงั้น)….

ผู้รุ้ ชำนาญการแต่ละท่านก็จะชำนาญแยกย่อยในเรื่องที่ผมอธิบายคร่าวๆ ให้ฟัง…เซียนแต่ละคนต่างก็มีเรื่องราว…เรื่องเล่า…หรือแม้จะอธิบายเนื้อ…อธิบายพิมพ์ รวมถึงเรื่องราวต่างๆ มากมายสาธยายให้ฟังได้มากมายก็ตาม ……………….เราก็จึงจำเป็นต้องแยกความรู้ครูออกเป็นส่วนๆ ให้ได้ว่า….สิ่งที่ผู้รุ้ ผู้ชำนาญการ อธิบาย ชำนาญการแต่ละเรื่องนั้น…เขาชำนาญการเรื่องอะไร?…ใช่เรื่องที่เราอยากรู้ไหม?….

ผู้ชำนาญการ…รู้อะไร?…ชำนาญการเรื่องอะไร?
ทุกสิ่งที่เขาอ้าง…ทุกสิ่งที่เขาใช้อธิบายขยายความ…สิ่งต่างๆ เหล่านั้น…
ใช่มาตรฐานไหม?….ฟันธงได้ไหม?…ถ้าไม่ได้ก็คือไม่ใช่…เรื่องที่เราอยากรู้
ก็จะได้…เปลี่ยนทางค้นหาความรู้ใหม่…ให้ตรงกับความรู้ที่ตนอยากได้…..นั่นเอง

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ…

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *