เรียนรู้พระเครื่องตามความจริงที่สิ่งนั้นเป็นไม่ใช่ความเชื่อ (๑๕๓)


ผมเป็นคนจริงใจ…ตรงไปตรงมา…ในเรื่องความรู้..ในเรื่องการใช้ชีวิต…
รู้คือรู้…ไม่รู้ก็ไม่อายที่จะตอบว่า..ไม่รู้ครับ….อย่างชัดเจน…
ดังน้ันคำตอบผมไม่ว่าเรื่องใดๆ…คำตอบผมจะวางอยู่บนเหตุผลและหลักฐานความรู้นั้น

ตอบจากหลักฐาน..จากความจริงที่สิ่งนั้นเป็นเสมอๆ และในทุกๆ ครั้ง…
หากเพื่อนๆ ต้องการคำตอบอะไร? ก็ตาม…”ตามความจริงที่สิ่งนั้นเป็น”…
ในกรณีที่ผมตอบได้..ผมก็จะตอบให้ในทันที..ไม่ลังเล….นั่นเป็นเพราะผมรู้…ผมจึงตอบได้

ไม่พยายามอวดอ้างว่ารู้…หรือ…ตอบตามความเชื่อของตัวเองเพื่อให้คนคิดว่า…”ตัวเองรู้”
คำตอบที่ผมตอบ ท่าทีที่แสดง…ก็จะตรงไปตรงมา…บนเหตุผล..บนความจริงจากหลักฐานที่ผมได้ค้นพบ…เท่านั้น….ดังนั้น..”คำตอบผมจึงวางอยู่..บนความจริงที่สิ่งนั้นเป็นเสมอ”…..

ส่วนใครจะเชื่อ..หรือไม่เชื่อถือ
จะเข้าใจ หรือไม่เข้าใจในคำตอบ
จะเคารพในคำตอบที่เป็นความจริงที่สิ่งนั้นเป็นถูกต้องแล้ว

ผมเองก็ไม่ได้ไปบังคับ…ให้ทุกคนต้องยอมรับ
เพราะคำตอบมันเป็นเหตุผล ตามความเป็นจริงเป็นเรื่องจริง
เป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้ สมควรรู้…แต่ใครจะยอมรับได้ หรือยอมรับไม่ได้

“มันเป็นอีกเรื่องนึง มันเป็นเรื่องของเพื่อนๆ แต่ละคนเอง”
เพื่อนๆ ผม เหล่าลูกศิษย์ผม ก็จะรู้ว่าผม สอนให้เรียนรู้อยู่กับความจริง…บนความจริงที่สิ่งนั้นเป็น…บนหลักฐานความจริงที่สิ่งนั้นเป็น….เมื่อทุกคนได้เรียนรู้แล้ว เห็นว่าเป็นความรู้ที่อยู่บนความจริงที่ถูกต้องดีแล้ว…พวกเขา จึงต้องยอมรับเหตุผล และเคารพความเป็นจริงนั้น…ต่างก็ยอมรับความเป็นจริงนั้นโดยยากที่จะปฏิเสธความเป็นจริงน้ันได้…

เพื่อนๆ สมชาย…ต่างยอมรับความจริง..? ที่สิ่งนั้นเป็น…มิได้ยึดผมเป็นสรณะ…(ตอบใช่ก็ใช่ ตอบไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ในลักษณะแบบนี้) ก็หาไม่
หาพวกเขายอมรับในข้อมูลของคำตอบที่ผมแสดง หรืออธิบายยอมรับในความจริงที่ผมได้…อรรถาธิบายนั้น สอนให้เรียนรู้แล้วนั้น…ต่างหากครับ ให้ยึดในความถูกต้องของข้อมูล..ที่ได้เรียนรู้ไปบนความจริงที่สิ่งนั้นเป็น….เชื่อตัวเองจากสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้ไป…และนำความรู้นั้นไปใช้ได้…มั่นใจในข้อมูลที่ถูกต้องที่ได้เรียนรู้ไปได้นั้น…

“เรียนรู้ ดูออก บอกได้ อธิบายเป็น”…………นั่นคือสิ่งที่ผมอธิบาย เชื่อมั่นความรู้ตัวเองได้ มั่นใจความรู้ตัวเองว่าถูกต้องดีแล้วได้

ไม่ได้สอนแบบ “นกแก้ว นกขุนทอง”………..ท่องจำตามตำรา พอเจอปัญหาไม่เหมือนตำรา ไม่เหมือนอาจารย์สอนก็…”ตีพระปลอม” บนความไม่รู้จริงนั้น ยึดมั่นอาจารย์เป็นสรณะ….ว่าอยางไร? ก็ว่าตามกันไป….อาจารย์ผิด ตรูก็ผิดด้วย…โต้แย้งไม่ได้…
บนความรู้..ที่มี….รวมถึงการให้ความรู้ก็ดี….

ทั้งหมด….ล้วนจริงใจและตรงไปตรงมา…บนเหตุผลความจริงที่สิ่งนั้นเป็น…
รู้คือรู้ ไม่รู้คือไม่รู้……
ให้ความรู้จากความรู้….ไม่ให้ไม่แสดงความรู้จากความเชื่อ…

อธิบายจากหลักฐานที่เป็นจริง แสดงหลักฐานที่เป็นจริง…ชัดเจน…..
จะได้ไม่หลงทาง ไปคิดกันเองต่อ…กลายเป็นความเชื่อใหม่ส่งต่อกันไป
การจะเป็นผู้รู้ เป็นครูเขา ความรู้ต้องเต็ม คาดเดาให้น้อยที่สุด…

สอนบนความจริง อธิบายบนหลักฐาน ตัดสินบนความรู้ที่ “ไม่เกิดจากการคาดเดา”
การถ่ายทอดความรู้ก็ในลักษณะนั้นก็จะทำให้ได้ “ผู้รู้ ผู้ชำนาญการ” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แม้ผมจะมีลูกศิษย์ “น้อยคน”….เพราะผมไม่เน้นปริมาณ…แต่เน้นคุณภาพคู่คุณธรรม

ในตัวผู้เรียนรู้ (เลือกคนที่จะส่งต่อความรู้ให้)
เพื่อให้ทุกคนมี “คุณภาพ”…..ควบคู่…การมี….”คุณธรรม” ที่ดี
การมีคุณภาพของความรู้ที่ดี ที่เหมาะสม…….การมีคุณธรรมในจิตใจที่ดีงาม

เหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบ..คือคุณสมบัติที่ดีของผู้ถ่ายทอดความรู้ ของผู้รู้…รวมถึงผู้ตัดสินฯในอนาคตอันใกล้…เพื่อให้ได้คำตัดสินที่….
“ถูกต้องเที่ยงแท้ บริสุทธ์ และ ยุติธรรม”
คือ…คำตัดสินที่เต็มเปี่ยมได้ด้วย..”ความรู้.ความถูกต้องของความรู้”…ของผู้ตัดสินที่ดี

และ..คำตัดสินที่ยุติธรรม…ถ่องแท้..ใน..”ความเป็นคนดีมีคุณธรรม”…ของผู้ตัดสินคนนั้น
การพัฒนาวงการพระเครื่องฯ ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง ไม่ได้หากขาดสิ่งเหล่านั้น การเป็นผู้รู้
การเป็นผู้ชำนาญการจะต้องประกอบด้วยสิ่งสำคัญสองเรื่อง คือความรู้ดี และการเป็นคนดี

สำหรับเรื่องราวบันทึกทั้งหมดที่ผมมี…ล้วนแสดง..“บนความจริงใจตรงไปตรงมา” แล้ว
ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *