บุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการพระเครื่องฯ (๑๕๗)

คนในวงการพระเครื่องฯ แบ่งคนเป็นจำพวกๆ ได้ประมาณนี้ครับ
จำพวกเเรก….ตั้งตัวเป็นผู้รู้…ชำนาญการ….

จำพวกสอง…..ต้องการรู้ว่าพระตัวเองแท้หรือเท็จเท่านั้น?
จำพวกที่สาม…ต้องการความรู้แต่ไม่รู้จะหาได้ยังงัย?

จำพวกแรก มักจะชอบสอน ชอบให้คำแนะนำในส่ิงที่ตัวเองได้ยินได้ฟัง..ได้ศึกษา..ได้เรียนรู้มา
แล้วก็เอามาถ่ายทอด…บนความเข้าใจ…บนความเชื่อ..บนความคาดเดา..คิดว่า…น่าจะ…ฯ….

ประเมินผล ผูกเรื่องตามสิ่งที่ตนได้ยินได้ฟังมา….(คือได้ยินมาอย่างไร?..ก็วิเคราะห์..แล้วก็เพิ่มเติม..สิ่งที่ตนเองได้ยินได้ฟังมานั้น..ขยายความให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้นตามสิ่งที่ตนรู้นั้นฯ) เช่น..ได้เรียนรู้ ได้ยินมาว่า…ด้านข้างของพระสมเด็จฯ..มีการตัดด้วยตอก…ก็เอามาคำนวน คิด พิจารณา

ว่า..จะตัดอย่างไร?..หน้าไปหลัง…หลังไปหน้า…ตัดด้วยตอกที่มีเปลือกไม้ผิวไม้ติดอยู่…หรือไม่มีผิวไม้ติดอยู่…เป็นต้น….คือ…ขยายความตามความเข้าใจของตัวเองจากสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมานั้น….โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ (จริง) ว่า…แม่พิมพ์ดั้งเดิมนั้น…มีลักษณะอย่างไร?…มีเนื้อก่อนพิมพ์

อย่างไร?…ปั้นกดหรือเทหยอด?….ที่สำคัญ…. ตอกที่จะนำมาตัดตามที่ตัวเองเชื่อว่าตัดอย่างไร?…ก็แล้วแต่…..มันจะตัดอย่างไร?..ช่วงไหน?…ได้ไม่ได้?…..

ลืมนึกวิเคราะห์ตามความจริงที่สิ่งนั้นเป็น…(นั่นเป็นเพราะความไม่รู้..ไม่รุ้จัก “แม่พิมพ์”..มีลักษณะอย่างไร?…เนื้อก่อนพิมพ์เป็นอย่างไร?…นั่นเอง) คนจำพวกแรกนี้..แบ่งเป็นสองแบบคือ

ระดับ…มืออาชีพ….เช่า รับเช่า ให้เช่า ตัดสินระดับใหญ่ (มีพระแท้ในครอบครอง และก็มีพระปลอมปะปนด้วย อ้างมีมาตรฐาน มีประสบการณ์ มีคนให้ความเคารพนับถือในฐานะเซียนใหญ่ (แต่ความรู้เรื่องแม่พิมพ์ไม่ได้เพราะไม่รู้จริง…ใช้การคาดเดาอยู่…และมาตรฐานที่กำหนดใช้..ในการตัดสินก็ไม่มีมาตรฐานใดๆ รองรับ…อ้างกลุ่ม อ้างพวกมากรับรอง…อ้างแท้สากล สากลนิยม สากลรองรับ.แต่มาตรฐานที่กำหนดขึ้นไว้ในการพิจารณามันเยอะ…เช่น..เนื้อ พิมพ์ ความเก่า รอยตัดตอกฯลฯ

ซึ่งทุกสิ่งเป็นมาตรฐานซ้ำซ้อนที่ไม่มีหน่วยวัดค่าใดๆ รองรับได้เลยนอกจากความเชื่อกลุ่ม

ระดับ..อ้างตัวเป็นมืออาชีพ…เช่า รับเช่า ให้เช่า ตัดสินพระระดับกลาง (มีพระแท้ และก็มีพระปลอมเป็นส่วนใหญ่…อ้างมีมาตรฐาน มีประสบการณ์ มีคนให้ความเคารพนับถือในฐานะเซียนสายอนุรักษ์ (แต่ความรู้เรื่องแม่พิมพ์ไม่มี…ใช้การคาดเดาอยู่…และมาตรฐานที่กำหนดใช้..ในการตัดสินก็ไม่มีมาตรฐาน

ใดๆ รองรับ…อ้างกลุ่ม อ้างพวกมากรับรอง…อ้างแท้ เป็นพระที่กลุ่มเซียนใหญ่ตีปลอมไม่เล่นหา…แต่มาตรฐานที่กำหนดขึ้นไว้ในการพิจารณาก็เหมือนกลุ่มใหญ่แต่ไม่เรื่องมากเท่าเซียนใหญ่…เช่น..เนื้อ พิมพ์ ความเก่า ร ซึ่งทุกสิ่งเป็นมาตรฐานซ้ำซ้อนที่ไม่มีหน่วยวัดค่าใดๆ รองรับได้เลยเช่นกัน…นอกจากความเชื่อกลุ่ม (ส่วนใหญ่เป็นพระปลอม)

จำพวกสอง…คนทั่วไป…อยากมีอยากได้พระสมเด็จราคาเเพง..ไว้ประดับบารมี…อวดมีพระดี
คนจำพวกนี้…ก็จำเป็นต้องพึ่งคนจำพวกแรก..โดยคิดว่า…คนจำพวกเเรกว่า..พวกเขามีความรู้ สามารถตัดสินพระของตัวเองให้เเท้…ให้เท็จได้..จึงจำเป็นต้องส่งพระเข้าประกวดกับคนกลุ่มนั้นร่ำไป เพื่อหวังให้ได้ติดรางวัลสักครั้ง…เพราะถ้าคนเหล่านั้น…ตัดสินพระฯ ของตัวเองให้แท้แล้ว..พระตัวเองก็จะมีมูลค่าราคามหาศาล…ตามไปด้วย….

ในขณะที่ คนจำพวกแรกกลุ่มแรก…มักจะตีพระคนอื่นปลอมหาข้ออ้างมากล่าวหาว่าไม่ผิดเนื้อก็ผิดพิมพ์..รอยตัดตอกก็ไม่ดี…เก่าไม่พอ…เนื้อตึง…เป็นต้น กีดกันพระแท้ฯ ของคนอื่นว่าไม่ดี..ตีให้เป็นพระปลอมจนได้

ในขณะที่ คนจำพวกแรกกลุ่มที่สอง…มักจะเอาพระปลอม ตามท้องตลาดมาตีแท้…จัดให้เป็นพระอนุรักษ์…อ้างว่าเซียนไม่นิยม..เป็นผิดเนื้อ ผิดพิมพ์ เป็นต้น…..มาจัดให้อยู่ในสายนี้…แต่ความจริงแล้ว…เป็นพระปลอม เป็นพระท้องตลาด หรือ เป็นพระปลอมเฉพาะกลุ่มที่ตัวเองปลอมแปลงขึ้นมา…

นำมาเล่น…นำมาประกวดฯ…ให้รางวัลกับคนนำพระกลุ่ม (เฉพาะ) นั้นมาประกวดฯ ได้รางวัลกันไป…(ประกวดพระปลอมๆ กันไป) กลุ่มนี้จะได้มวลชน..ได้กำลังจากมวลชนมากมาย..ที่ไม่รู้ว่า..พระตัวเองปลอม…คิดว่าเป็นสายอนุรักษ์ นั่นเอง

คนจำพวกสามไม่รู้ว่า..พระปลอมยังงัย…พระแท้ยังงัย..อนุรักษ์ยังงัย…
ก็หวังเพียงแค่…รางวัลจากการประกวดเท่านั้น…..หวังว่ามีพระแท้…
ได้ครอบครองพระแท้…เท่านั้น…

สุดท้ายก็ตกเป็นเหยื่อกับคนทั้งสองกลุ่มอยู่ดี….บินเข้ากองไฟได้อยู่ดี (บนความไม่รู้นั้น)
คนจำพวกแรก

มองเห็นผลประโยชน์ ไม่ว่าจะพระจะแท้หรือจะเท็จ…จากการจัดการประกวด…ตัวเองและพวกพ้องก็ได้ประโยชน์มีรายได้จากการประกวดนั้น…จากความไม่รู้…จากการส่งพระเข้าพระกวดของคนอื่น….ได้ประโยชน์จากการให้เช่าพระฯ ที่ได้รางวัล…จากการประกวด..นั้น…ได้ชื่อเสียงจากการเป็นกรรมการในการประกวดนั้น (ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้จริงหรือผู้ไม่รู้จริงก็ตาม) หรือแม้กระทั่ง ไม่ว่าพระแท้หรือพระปลอม?…………

เมื่อมีการประกวดพระฯ…ย่อมมีชื่อเสียง..และได้ประโยชน์…..พระที่ส่งประกวดฯ…จะปลอมหรือจะเเท้…ย่อมล้วนได้ผลประโยชน์ทั้งสิ้น
คนจำพวกสอง…

ไม่ว่าจะเดินไปหาคนจำพวกแรก…ไม่ว่ากลุ่มไหน?…เล่นพระปลอม…หรือ เล่นพระเเท้..
ล้วนย่อมเสียเงิน เสียทอง ไม่ได้ความรู้อะไร?..หรือได้ความเชื่อที่ผิดๆ กลับมา…

จากการถามเพื่อเอาความรู้..หรือ ส่งพระประกวดเพื่อความอยากจะรู้ (แท้เท็จ)….ย่อมไม่ได้รับความกระจ่างใดๆ (อันเนื่องมาจากเหล่าผู้อ้างตัวรู้ ตรูชำนาญการ อ้างว่าหวงความรู้ไม่สอน ไม่บอก หรือ..รู้ไม่พอ พร่องความรู้ ไม่รู้จะสอนอะไร? (ตรูก็ไม่รู้เหมือนกัน) ก็ตาม
แมงเม่าก็คือแมงเม่า…เมื่อไหร่?…จะตั้งใจค้นคว้าหาความรู้ ค้นหาความจริง..

เรียนรู้เพื่อจะเลือกเชื่อความรู้ของตน…วางเหตุผลบนปัญญาของตนได้เสียที…..มัวแต่จ้องส่งพระประกวด ..สุดท้ายไม่ว่าคำตอบที่ตัวเองได้รับ….จากเหล่าผู้รู้ ตรูชำนาญการ ….พระจะแท้หรือจะเท็จ…ก็ตาม….ความรู้และปัญญาที่ได้จากการประกวด….ไม่มีครับ มีแต่เสียเงินเสียทอง เท่านั้น

เหตุการณ์เหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า……ไม่สงสัยความรู้…ไม่ตรวจสอบความรู้ ของเหล่าผู้อ้างรู้…ตรูชำนาญการบ้างหรือ?…ว่าพวกเขามีความรู้จริง…เป็นผู้รู้จริง…ชำนาญจริงหรือไม่?…อย่างไร?

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ จริงใจครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *