พระสมเด็จแท้ สมเด็จโตสร้างพระสมเด็จ (๑๖๓)

หลายๆ ครั้งที่เราจะพบว่า มีเกจิอาจารย์เกิดในยุคเดียวกัน แต่โดยธรรมเนียมปฏิบัติแล้วจะไม่สร้างพระเหมือนกัน ชนิดเดียวกันหรือเหมือนกัน แม้ในรุ่นถัดมาก็ไม่สร้างพระเหมือนกันในรูปแบบเดียวกัน เช่น พระของหลวงปู่ภู (สหธรรมิกของสมเด็จพุฒาจารย์โตฯ) แม้จะใช้เนื้อแบบเดียวกัน คล้ายๆ กัน แต่ก็ไม่ใช้พิมพ์พิมพ์เดียวกัน

รวมถึง พระพุทธุปบาทปิลันธ์ (ลูกศิษย์สายตรง) ท่านก็ใช้เนื้อที่แตกต่างกัน คนละพิมพ์ทรงกับอาจารย์ของท่าน
อีกกรณีหนึ่ง เราได้เรียนรู้มาว่าสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ท่านได้สร้างพระไว้มากมาย บรรจุกรุไว้ก็หลายวัด การบรรจุกรุ การพบปรากฏพระตามวัดต่างๆ เช่น การพบที่วัดเกศไชโย การพบที่วัดบางขุนพรหม เราก็จะเรียกชื่อพระฯ ตามตำแหน่งผู้สร้าง (ชั้นสมเด็จฯ)….ตามวัดที่เราพบเหล่านั้น เราก็จะเรียก

สรรพนามตามนั้นเช่นกัน เช่น พระสมเด็จวัดเกศไชโย พระสมเด็จบางขุนพรหม เป็นต้น
เคยมีประเด็นที่เราพูดถึงกันในเรื่องของ สมเด็จแพพัน

พระที่มีลักษณะเป็นกรอบสี่เหลี่ยมที่มีลักษณะคล้ายกับพระสมเด็จ….ที่เคยเป็นกรณีถกเถียงกันอยู่ว่า….ไม่ควรเรียกว่า พระสมเด็จฯ เพราะผู้สร้างคือหลวงพ่อแพ ไม่ได้มีตำแหน่งเป็น พระเถระสมณะชั้นสมเด็จ นั่นเอง ซึ่งกรณีนี้ผมเห็นด้วยครับ (แต่ความเข้าใจของเพื่อนๆ ก็เรียกตามรูปทรงที่คุ้นเคยกันจนติดปากไปแล้วนั่นเอง)

การสร้างพระแบบเดียวกัน เนื้อเดียวกัน พิมพ์ลักษณะคล้ายกัน จึงไม่นิยมที่จะสร้างให้มีลักษณะเดียวกันเหมือนกัน ณ ห้วงเวลาเดียวกันนั้น

อันเนื่องมาจากในยุคนั้น ผู้มีอำนาจการสร้างจะต้องเป็นผู้สร้างเองคนเดียวนั่นเอง (ทำและผลิตเองคนเดียวเท่านั้น คือเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และคิดรูปแบบเองทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับชาวบ้าน ไม่เกี่ยวกับหลวงวิจารณ์เจียรไน ไม่เกี่ยวหลวงๆ ใดๆ ทั้งสิ้น)

เพราะความรู้และปัญญาของท่านมี ท่านสามารถทำได้อย่าไปมองว่าท่านสร้างแม่พิมพ์เองไม่ได้ สร้างเองไม่เป็น…ต้องไปผูกเรื่องตัวละครเหล่าหลวงๆ ขึ้นมา (แม่พิมพ์ที่สวยกว่าพระสมเด็จฯ…เช่น พระสมเด็จอรหัง ก็สวยงดงามสมบูรณ์กว่า…หลวงๆ คนไหน?…ทำถวายครับ?)……อย่าไปฟังเรื่องเล่ามากมาย นิยายแยะ ตัดประเด็นทิ้งไป พวกเก่งนิยาย สร้างตำนาน ครับ

สิ่งที่ผมจะบอกกับเพื่อนๆ และให้ข้อคิดแบบนี้ครับ
พระที่ขึ้นที่ไหน? พระที่ทำจากวัดไหน? ภายในพัทธสีมาไหน? พระที่เราค้นพบที่กรุไหน? เราก็จะเอาชื่อวัด พัทธสีมา สถานที่ที่ค้นพบนั้นเป็นชื่อเป็นที่ตั้งครับ ดังที่ยกตัวอย่างในเบื้องต้นแล้วในกรณีพระสมเด็จวัดเกศไชโย พระสมเด็จกรุวัดบางขุนพรหมเป็นต้น พระเหล่านี้ พระสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสีเป็นผู้สร้าง และบรรจุกรุเอาไว้นั่นเอง

พระสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสีเป็นผู้สร้าง…..เราจะใช้คำว่า “พระสมเด็จ”
พระที่พบนอกวัดแม้จะมีรูปทรงเหมือนทรงลักษณะเดียวกันกับพระสมเด็จฯ ก็จึงยังมิสมควรสรุปให้เป็นพระสมเด็จฯ เราอาจจะเรียกว่า “พระพิมพ์ลักษณะเดียวกับสมเด็จฯ” จนกว่าจะได้รับการพิสูจน์ว่าแท้ “สร้างโดยพระสมเด็จพุฒาจารย์….”…แล้วเท่านั้น (ไม่ใช่เชื่อพวกสร้างนิทาน

สร้างตัวละครแล้วอุปโลกน์เหมาเอาว่า..เป็นพระแท้ เป็นพระที่สมเด็จสร้างไว้นั่นเอง) จงอย่าเชื่อ จนกว่าจะมีการพิสูจน์หลักฐานนั้น หรือมีหลักฐานยืนยันได้เท่านั้น…ครับเพื่อนๆ

ตัวอย่างก็มี ยกตัวอย่างพระสมเด็จฯ กรุวัด ก. ……ก็อ้างว่าพบที่วัด (เจ้าอาวาสกลับไม่รู้เรื่องไม่ยืนยัน)….จากนั้นก็มีการผูกเรื่อง ร้อยเรียงเรื่องราวให้เป็นพระที่ “สมเด็จพุฒาจารย์โตสร้างบรรจุไว้ เป็นต้น โดยหาวิธีการนำไปตรวจอายุฯ หรือ หาเรื่องราวเพื่อยืนยัน…

”ความเชื่อ” ของตนว่าถูกต้อง สร้างเหตุการณ์ต่างๆ ประกอบเพื่อให้เป็น “พระแท้ฯ” ที่ท่านทรงทำไว้จนได้
พระกรุ มีเจตนาในการสร้างก็คือเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา (ส่วนใหญ่จะพบภายในพัทธสีมาวัดเท่านั้น) เพื่อให้นำพระพิมพ์เหล่านั้น เป็นสินน้ำใจกับ

พุทธศาสนิกชนที่บริจาคทรัพย์เป็นทุนในการ “บูรณะปฏิสังขรณ์” วัดนั้นที่ได้รับความเสียหาย จากการพังทะลายตามกาลเวลาหรือจากภัยธรรมชาตินั่นเอง (ยกตัวอย่าง พระรอด “เจดีย์ล้ม….พระธาตุพนมพายุ ธรรมชาติทำลาย เสียหาย) เป็นต้น
พระกรุเราจึงไม่พบตามบ้านผู้คน

เราไม่พบนอกวัด หรือพบในภาชนะหีบห่อ เก็บรักษาไว้ตามบ้านผู้คน ไม่มี “ธรรมเนียมปฏิบัติ”
ที่พึงปฏิบัติ….เยี่ยงนั้น…

เพราะการกระทำ…ด้วยการเก็บรักษาไว้ตามบ้าน..ผู้คนคนใดคนหนึ่งหรือแม้จะเป็นผู้สร้างเองก็ตาม….แบบนั้น
ย่อมไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับวัด มิเกิดประโยชน์อะไร? กับพระพุทธศาสนาเลย และธรรมเนียมปฏิบัติ ก็ไม่มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาเยี่ยงนั้น…นั่นเอง (นอกจากกรุเรื่องขึ้นมาเอง เพื่อผลประโยชน์ใส่ตน..เพื่อหลอกลวงแสวงหาผลประโยชน์บนความไม่รู้ของผู้คนนั้น…)

ประการต่อมา พระที่พบวัดระฆังโฆสิตาราม เราก็เรียกว่าพระวัดระฆังฯ….เป็นพิมพ์พระสมเด็จ เราก็เรียกพระสมเด็จวัดระฆังฯ นั่นเอง หมายความว่า พระสมเด็จพุฒาจารย์โต เป็นผู้สร้างด้วยตัวของท่านเอง ท่านทำทุกอย่างด้วยตัวของท่านเอง เท่านั้น

ในกรณีที่สร้างมาจากวัดอื่น แล้วสมมุติว่า
มาให้ท่านปลุกเสก…ก็ต้องใช้ชื่อของวัดๆ นั้นเป็นเจ้าของ แล้วนำกลับไปที่วัดนั้น..นำไปแจกจ่ายที่วัดๆ นั้น สิ่งนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบเนื่องกันมาเป็นแบบนี้ ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นอย่างนี้เท่านั้น (จะมีเพียงชื่อท่าน “พระสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง”.ร่วมพิธีปลุกเศกในพิธีนั้น…ด้วย)

ในกรณีที่ท่านไม่ได้ทำด้วยตนเอง ทำมาจากที่อื่น สมมุติว่า…พระพิมพ์รูปสมเด็จฯ เหล่านั้น..

สร้างและผลิต…มาจากบ้านหลวงวิจัยถนัดแกง….โดยให้ข้าทาส ลูกน้อง เป็นคนสร้างขึ้น…แล้วขนไปให้ สมเด็จพุฒาจารย์โตฯ ท่านปลุกเศกฯ ที่วัดระฆังโฆสิตามราม…ก็ตาม…..เราก็ต้องเรียกชื่อตามผู้สร้างว่า พระพิมพ์พิมพ์จาก “บ้าน” หลวงวิจัยถนัดแกง เป็นพิมพ์ทรงของหลวงวิจัยถนัดแกง

นั่นเอง จะเรียกว่า พระสมเด็จวัดระฆังฯ ไม่ได้ทุกกรณี.เพราะสมเด็จโตฯ ท่านไม่ได้สร้างด้วยตนเอง ไม่ไม่ได้สร้างภายในพัทธสีมาวัดระฆังฯ ด้วยตัวของท่านเอง

จะมากล่าวเล่าอ้าง…โยงญาติ…เพื่อให้มีความผูกพัน ความสัมพันธ์กัน มันก็คนละประเด็น…ที่จะเรียกพระเครื่องฯ ใดๆ ก็ตามที่พบตามบ้าน พระที่ฝากไว้ตามบ้าน…พระที่เก็บไว้ตามบ้านว่าเป็นพระกรุ….ว่าพระที่อยู่ตามบ้านเหล่านั้นเป็น…พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม…..ก็ไม่ได้

กรณีนี้ย่อมไม่สมควร ย่อมไม่เหมาะสมทุกกรณีครับ….(พระกรุ…กรุเรื่อง..ผียัดกล่อง..ผียัดไห)
(ปรากฏการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในสังคมวงการพระเครื่องเมืองไทย….โยงเรื่องกันไปได้ยังงัย)

พวกเราในฐานะเป็นผู้สะสมก็อย่า…”หลงเชื่อ”…
ตามข้ออ้างทั้งหลายโดยมิได้ใช้เหตุผลในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ หรือใช้ปัญญา
จะอ้างเพราะศรัทธา (พระปลอม) อย่างเดียวก็ไม่ได้ครับ….คนละเรื่องกัน…ถ้าจะศรัทธาต้องมีสติด้วยครับ…..
(รู้ว่าท่านมีสตางค์แต่อย่าขาดสติ…อย่าขาดความรู้คู่ปัญญา..เช่าหาสะสม)

เพราะ ถ้าเป็นพระสมเด็จฯ ที่พระสมเด็จพุฒาจารย์ โตฯ สร้างเองกับมือท่าน
พบมากมายหลายหมื่นองค์ หลายแสนองค์….ท่านจะต้องใช้เวลาสร้างกี่ปีถึงจะได้เป็นแสนองค์??????

การสร้างพระฯ มากมาย….เพื่อให้ใครคนใดคนนึง ครอบครองในรั้วบ้านเรือนท่านทำแบบนั้นเพื่ออะไร?????? มีเหตุผลอะไร?…เพื่ออะไร?…ทำไปทำไม?….(ตรึกตรองสมองรู้ มองดูผู้คน สร้างกลโกงเงื่อนไข บนความอยากได้ใคร่มีของผู้อยากได้)

การเป็นพระเถระผู้ใหญ่ สมเด็จพุฒาจารย์โตฯ…ท่านย่อมรับรู้ได้ ยิ่งท่านไม่ได้สร้างพระฯ เพื่อหวังได้ลาภสักการะ ท่านจะทำให้คนใดคนหนึ่งไปทำไม?

ท่านบวช ท่านปวารณาตัวเพื่อศาสนา แต่ ไม่ได้ทำเพื่อศาสนา ไม่เกิดประโยชน์ใดใดในพระพุทธศาสนา ไม่ทำพระฯ เพื่อจรรโลงพระศาสนา…แต่กลับทำเพื่อมอบให้คนใดคนหนึ่ง…มอบให้หลวงวิจารณ์เจียรนับเป็นแสนๆ องค์….ท่านคงไม่เลือก “เสียเวลา” มากมายสร้างพระฯ ให้คนใดคนนึง เพื่อคนใดคนนึง….จนถึงขนาดนั้น
(เพียงแค่หลวงวิจารณ์ทำแม่พิมพ์ถวายให้…เลยขยันทำพระสมเด็จฯ ให้เหรอ?…เอาส่วนไหนคิดกันครับ นิยายนิทานแบบนี้)
ในกรณีที่ หลวงวิจัยถนัดแกง จะอ้างว่าก็ให้เหล่าข้าทาส คนรับใช้ทำให้ก็ได้ ก็ย่อมมีทางเป็นไปได้ เพราะมีทาสหลายคน

มีคนรับใช้อยู่หลายคน และสามารถทำแม่พิมพ์เองได้ (ตามนิยายที่เล่าต่อๆ กันมา)…..อันนี้ อาจจะอ้างแบบนี้ก็ได้
แต่…พระมากมายที่ทำขึ้นเหล่านั้น ก็จะเรียกว่า…”พระสมเด็จวัดระฆังฯ…ไม่ได้”…..เพราะท่านสมเด็จพุฒาจารย์ไม่ได้ทำ ไม่ได้สร้างกับมือภายในวัดระฆังฯ…นั่นเอง?

เมื่อท่านไม่ได้สร้างเองด้วยตัวท่าน….ต่อให้ใช้แม่พิมพ์ของท่านทำ….เอาแม่พิมพ์ของท่านมาทำ….ต่อให้เอาเนื้อหามวลสารของท่านมาทำ
พระที่ทำขึ้นมาในลักษณะนั้น….ก็หาใช่พระสมเด็จฯ วัดระฆัง….ไม่? เพราะท่านไม่ได้ทำด้วยตัวท่านเอง ภายในพัทธสีมาวัดระฆังฯ นั่นเอง

นอกเสียจากว่าเรื่องราว เรื่องเล่า บันทึก นึกเอง…”หลวงวิจัยถนัดแกง” มีการบิดเบือน สร้างนิทาน นิยาย แอบอ้าง สร้างเรื่องเท็จ ได้ประโยชน์จากการสร้างเรื่องเท็จ? นั้น อยู่หรือเปล่า?

(ตัวตนของหลวงวิจารณ์เจียรนัย…มีตัวตนในโลกแห่งความจริงไหม?…ตัวละครเหล่าหลวงๆ มีจริงหรือเปล่า? ลองค้นหาประวัติหลวงๆ กันดูก่อนไหม?…..ถ้าไม่มีตัวตนในเบื้องต้น…แสดงว่า..คนไม่มีตัวตนจะมาสร้างแม่พิมพ์ได้อย่างไร?….แท้เท็จไม่ต้องพูดถึงนะ….มโนทั้งนั้น)

เราจะเรียกพระพิมพ์ที่พบในบ้านผู้คนต่างๆ (ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีวาสนายศฐาบรรดาศักดิ์)
เราจะเรียกว่า “พระกรุ” ก็ไม่ได้ ไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติ ที่จะสร้างพระฯ มากมาย..แล้วให้ไปเก็บรักษา ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งนั้น เพื่อให้เก็บรักษาไว้เป็นสมบัติส่วนตน

อีกทั้ง…เจตนาของ ผู้ให้สร้างพระฯ (ไม่ว่าใคร?)
ในสมัยก่อน สร้างแล้วแจกเลย…ไม่เก็บรักษาไว้ให้นานวัน….เพราะ ผู้ให้สร้างพระ ย่อมต้องการได้รับอานิสงส์ผลบุญในขณะที่ตัวเองมีชีวิตอยู่ในขณะนั้น
จากการศึกษาของผมพบว่า

…ผู้สร้างพระ (พระสงฆ์) สร้างพระขึ้นเพื่อแจกจ่าย….ส่วนที่เหลือจากที่แจกจ่ายแล้ว ท่านก็เก็บไว้ในกรุ เพื่อให้…พระพิมพ์ที่ตนเองสร้างได้ใช้ประโยชน์ เกิดประโยชน์ได้ในภายภาคหน้า เป็นของมีคุณค่า เป็นโบราณวัตถุทรงคุณค่า ที่สามารถนำมาแจกจ่ายแลกเป็น..จตุปัจจัยเพื่อใช้ซ่อมแซม ทำนุบำรุงพระศาสนาได้ในอนาคต นั่นเอง….เพราะ…ธรรมเนียมปฏิบัติเป็นแบบนี้

การเก็บรักษาก็จะเก็บรักษาภายในพัทธสีมา (ภายในวัดเท่านั้น)…..อาจจะเก็บไว้ใต้ฐานพระประธาน…ภายในองค์พระใหญ่….บนหลังคาโบสถ์….เพดานโบสถ์….เจดีย์….เป็นต้น…..

เพราะเมื่อศาสนสถาน โบราณสถาน…เหล่านี้เสื่อมสลายทลายลง…ก็จะพบพระองค์เล็กน้อยแบบนี้…ปรากฏออกมา….เพื่อนำออกแจกจ่ายหรือเปลี่ยนเป็นจตุปัจจัยเพื่อใช้ในการ…ซ่อมแซม.. โบราณสถาน โบราณวัตถุนั้นให้กลับคงสภาพคืนอยู่ได้ต่อไป
ดังนั้น…การสร้างพระฯ แล้วนำไปเก็บรักษาไว้ภายนอกพัทธสีมา…เอาไปเก็บไว้..”ที่บ้านคน”

ผมก็เพิ่งเคยได้พบ ได้เคยได้ยิน……ลองย้อนถามกลับดูว่า….”เป็นไปได้ไหม?…..มีเหตุผลเพียงพอไหม?….

ทำไม? ต้องตั้งชื่อพระที่พบในบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นว่า…..เป็นพระสมเด็จวัดระฆังฯ….
ทำไม? ต้องอ้างชื่อ……………………………………………..หลวงวิจัยถนัดแกงฯ
ทำไม? ต้องอ้างว่า…เป็นลูกหลานเหลนโหลน……………หลวงวิจัยถนัดแกงฯ
ทำไม? ต้องอ้างว่า…เป็นมรดกตกทอดลูกหลานเหลนโห…..หลวงวิจัยถนัดแกงฯ
ทำไมต้องผูกเรื่อง…..การสร้างพระแล้วเอาไปเก็บที่บ้านของ หลวงวิจัยถนัดแกงฯ….

.การทำแบบนั้น..สร้างพระแล้วไปไว้ในบ้านคนเก็บรักษา….พระพุทธศาสนาได้อะไร? ใครได้ประโยชน์?..(จากเรื่องเล่าเข้าทาง…เหล่านั้น)…ให้ใช้วิจารณญานกันเองครับว่าเพราะเหตุใด?

เหตุผล บนความจริงมันก็เป็นเยี่ยงนี้ ธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบเนื่องกันต่อๆ มา..มันเป็นอย่างนี้
มีหรือเปล่า? เคยมีหรือเปล่า?……

ผมก็แสดงความเห็นตามนี้ แสดงความรู้ตามความรู้ผม ตามหลักฐานที่ผมรู้ ตามความจริงที่สิ่งนั้นเป็น กับธรรมเนียมปฏิบัติในหมู่สงฆ์..ที่ได้กระทำกันแบบนี้ตลอดกาลเวลาที่ผ่านมา

อะไรถูก….อะไรควรก็แล้วแต่ ……คงต้องอยู่ที่ “วิจารณญาน ในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ” บนความรู้ คู่ปัญญาของเพื่อนๆ แต่ละคน เองแล้วครับ
ทีนี้….ก็มีคำถามต่อไปว่า….ถ้า..หลวงวิจัยถนัดแกงฯ…

เอาแม่พิมพ์ของพระสมเด็จไป…เอาเนื้อของพระสมเด็จไป….ณ ห้วงเวลานั้น ยุคนั้นไปทำเอง….เราจะสามารถแยกแยะได้หรือไม่?..ว่าองค์ไหน?…เป็นพระที่สร้างโดย สมเด็จพุฒาจารย์ องค์ไหน? ทำจาก หลวงวิจัยถนัดแกง ผมมั่นใจว่า เพื่อนๆ ในกลุ่มสมชาย ก็สามารถแยกแยะได้ครับ เพราะพวกเขามีวิธีที่จะพิสูจน์ได้..พวกเขารู้วิธีนำพิสูจน์ได้แล้ว…นั่นเองครับ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *