ก่อนจะเชื่อเซียนพระคนไหน ต้องตรวจสอบความรู้ของเซียนก่อนจะปักใจเชื่อ (๑๘๐)


การเรียนรู้ในศาสตร์วิชาใดๆ ก็ตามสักเรื่องหนึ่ง….เราจะพบว่าแต่ละศาสตร์วิชาเหล่านั้นก็จะมีผู้สอน มีครู มีอาจารย์เป็นผู้ให้ความรู้ประสิทธิ์ประสาทวิชชาให้ วันนี้ผมจะกล่าวถึงศาสตร์วิชชาพระเครื่องฯ นะครับ ขั้นแรกเราควรตรวจสอบความรู้ของผู้ให้ความรู้กันทุกคนให้ได้ เพื่อที่เราจะได้ไม่เรียนรู้อย่างหลงทิศผิดทาง บนความเชื่อ หรือ บนความจริง ในสิ่งที่บุคคลคนนั้นได้กล่าวอ้าง ได้สอน ได้ให้ความรู้กันครับ

เราจะแยกความรู้ของตัวผู้สอนออกเป็นเรื่องง่ายๆ สองอย่าง คือ
(๑) ความจริง เป็นผู้รู้จริง มีความรู้จริง
(๒) ความเชื่อ เป็นผู้อ้างตัวว่ารู้จริง พร่องความรู้
(๑) ความจริง เป็นผู้รู้จริง มีความรู้จริง

…………….คนผู้นี้ คนเหล่านี้จะต้องอธิบายเรื่องราวตามความเป็นจริง บนเหตุบนผล หาหลักฐานแสดงให้เห็น เพื่อให้ผู้เรียนรู้ได้เกิดทักษะ…ได้เกิดความรู้ สามารถเรียนรู้และนำไปใช้ปฏิบัติได้ ตามความเป็นจริงที่สิ่งนั้นเป็น…เช่น สามารถสอนให้ลูกศิษย์ได้แยกแยะความแท้เท็จออกจากกันด้วยความรู้ที่ตัวเขาเองได้เรียนรู้ไปได้ จนผู้เรียนรู้เชื่อมั่นในความรู้ที่ตัวเองได้เรียนรู้นั้นได้ สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง

(๒) ความเชื่อ เป็นผู้อ้างตัวว่ามีความรู้จริง พร่องความรู้
คนผู้นี้ คนเหล่านี้ จะไม่สามารถอธิบายเรื่องราวที่ตัวเองไม่รู้จัก ไม่เคยได้เรียนรู้ ไม่เคยได้เห็น พวกเขาจึงต้องอาศัยการคาดเดา เช่นเมื่อพวกเขา…ไม่เคยเห็นแม่พิมพ์…พวกเขาก็จินตนาการ…กระบวนการในการผลิตทั้งระบบ โดยใช้การคาดว่า…เชื่อว่า…คิดว่า น่าจะฯลฯไม่รู้ว่าเนื้อหามวลสารก่อนพิมพ์มีลักษณะอย่างไร?……โดยใช้ความเชื่อส่วนตัว…ประมาณว่า… คิดว่า น่าจะ มีกระบวนการในการพิมพ์….อย่างไร?…

เอาออกจากพิมพ์อย่างไร?…..คือใช้การคาดเดาจากสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ ไม่เห็นนั้น….ได้อย่างมีเหตุผลอย่างถูกต้อง ตามความจริงที่สิ่งนั้นเป็นได้…นั่นเอง (ถ้าพวกเขาเชื่อว่า…ผิดไป…เช่นความเชื่อในเรื่องแม่พิมพ์ ผิดไป..ไม่รู้ลักษณะแม่พิมพ์เป็นอย่างไร?….นั่นคือ…หายนะแห่งความรู้ที่ส่งตอให้คนรุุ่นต่อไป…(เป็นอวิชชา)

ทีนี้ปัญหาที่เกิด หาได้เกิดจาก ผู้รู้จริง เหล่าคนผู้รู้จริงไม่?……เพราะเขารู้เหมือนกันนั่นเอง
ปัญหาทั้งหมดเกิดจาก..ผู้รู้ไม่จริง..เหล่าคนผู้รู้ไม่จริง…ที่ต่างคนต่างคาดเดาเหตุการณ์ต่างๆ อย่างสะเปะสะปะไปหมด…บนความไม่รู้จริงนั้น บนความพร่องความรู้จริงนั้น….

ข้อมูลที่ให้วกวน..ไม่วางอยู่บนเหตุผลอะไร? ทั้งสิ้น ต่างคนต่างก็คิดกันไปตามความเชื่อ ตามความเข้าใจของตนนั้น…โดยต่างฝ่ายต่างก็มีความเชื่อว่า..ความคิดความเชื่อของตนถูกต้อง เลยทะเลาะกันนั่นเอง (ทั้งๆ ที่ต่างคนต่างก็ไม่รู้จริงเหมือนกัน…ต่างก็พร่องความรู้นั้นเหมือนกัน…แต่ไม่ยอมรับว่าตนเอง “ไม่รู้ หรือ รู้มาอย่างไม่ถูกต้อง) เถียงกันเพื่อต้องการอวดเก่ง เบ่งกร่าง ร่างใหญ่ใส่กัน ข่มกัน เพื่อรักษาความเชื่อของตน..รักษาผลประโยชน์ของตนเท่านั้น

ดังนั้น การเป็นผู้ให้ความรู้….ท่านก็ควรคิด พิจารณา ความรู้ตัวเองกันให้ได้ว่า ตนเองนั้นมีความรู้อย่างไร?..
(๑) รู้……..ว่าตัวเอง….รู้
เป็นนักปราชญ์ ราชบัณฑิต ชี้ถูกผิด บอกคุณบอกโทษได้
(๒) รู้……..ว่าตัวเอง….ไม่รู้
เป็นผู้รู้ ยอมรับสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ได้ ยอมรับความจริงได้ คนเหล่านี้พัฒนาเรียนรู้ เพื่อรู้ได้
(๓) ไม่รู้….ว่าตัวเอง….รู้เป็นคนที่อาจจะไม่ได้เรียนรู้ แต่เมื่อได้เรียนรู้แล้วก็จะสามารถรู้ ถึงความรู้ที่ตัวเองเคยมีอยู่เดิมได้
(๔) ไม่รู้…..ว่าตัวเอง…ไม่รู้
คนเหล่านี้เหมาะกับเป็นเซียนพระฯ (ในปัจจุบัน)
คนพวกนี้สร้างปัญหา บนความไม่รู้ เป็นพวกสู่รู้ ในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้ อธิบายเรื่องราวต่างๆ ได้มากมาย..สร้างเรื่องราว นิทาน นิยาย ขายฝัน จินตนาการเยอะ….แต่สุดท้าย…บนความรู้ที่ผิดๆ ของตัวเองกลับไม่รู้…ว่าตัวเองไม่รู้ ตัวเองพร่องความรู้ (อย่างมาก)….และ…สิ่งที่ตัวเองรู้กลับ…

ไม่ใช่.ความรู้..เป็นแค่ความเชื่อ..ของคนอื่นที่เล่าให้ตัวเองฟังต่อๆ กันมาอีกทีนึงเท่านั้น
ผมถึงบอกว่า…ให้ทุกคนลองสำรวจตัวเอง..ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ให้ความรู้…หรือเป็นผู้กำลังศึกษาหาความรู้ว่าเราได้เคยเชื่อตำรา…นับถือคน ผู้คน..เหล่าผุ้คน…ทั้งหลาย

ตำรานั้น…คนเหล่านั้น คนผู้นั้น เขาให้ความรู้จริง….หรือ…ความเชื่อ….. หากเพื่อนๆ ยังนิยมชมชอบพระเครื่องฯ ก็ดี หรือ ศาสตร์ใดๆ ก็ดี…อยู่แล้ว…ไม่สามารถแยกความจริง (เหตุผล)…..ไม่สามารถแยกความเชื่อ (คาดเดา)…จากผู้ให้ความรู้…หรือ สิ่งที่ได้เรียนรู้มาว่าเป็นความจริงหรือความเชื่อ ไม่สามารถหาคำตอบจากผู้อ้างรู้ ตรูชำนาญการ….ได้แล้ว

ผมแนะนำแบบนี้ครับ…อย่าโกรธนะครับ….อย่าเลือกสะสมพระเครื่องฯ…เป็นอันขาดครับ….เพราะว่า…..แค่แยกแยะเรื่องง่ายๆ ยังทำไม่ได้เลย…..ไม่สามารถ

แยกแยะ….ความรู้ กับ ความเชื่อ……ออกจากกัน…ยังไม่สามารถวิเคราะห์…แยกแยะได้เลย
แยกแยะ….คนรู้จริง….กับ…คนรู้ไม่จริง….ออกจากกัน…ยังทำไม่ได้เลย วิเคราะห์ไม่ได้เลย

ก็อย่าหวังจะ..ได้ความรู้…จากผู้คน เหล่าผู้คน..ที่ตั้งตัวเป็นผู้ให้ความรู้ ครู อาจารย์…ได้อย่างถูกทิศถูกทาง….บนความที่เราแยกแยะ ความจริง ความเชื่อ…ทั้งหลายไม่ได้นั้น

ก็อย่าหวังจะได้พระแท้…จากผู้คน เหล่าผู้คน..ที่ตั้งตัวเป็นผู้ดูพระฯ…พิจารณาพระฯ…อาจารย์ตัดสินพระฯ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ บนความที่แยกแยะ…”ความรู้ของพวกเขา หรือ ความเชื่อของพวกเขา”..ไม่ได้นั้น

และก็อย่าหวังว่าจะได้…ความรู้จริง…กับบุคคลที่มีเราไม่รู้ว่า…ใครเป็นคนที่รู้จริง..ใครเป็นคนที่ อวดอ้างรู้ฯ กันแน่..นั้นเลย….แนะนำให้อย่าสะสมพระฯ…ด้วยการยืมจมูกคนอื่นหายใจครับ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *