วงการพระเครื่องใช้ข้อมูลจากความเชื่อ ขาดความรู้ โดยคนไม่มีคุณธรรม (๑๙๑)


หลายปีที่ผ่านมา ผมเองได้แสดงความรู้ออกไปตามความรู้นั้น น่าเสียดายที่เหล่าผู้สะสมพระเครื่องฯ รวมถึงผู้เริ่มเรีิยนรู้พระเครื่องฯ มือใหม่ ไม่ชอบที่จะศึกษา ชอบที่เอาพระไปถามกับเหล่าบรรดาอาจารย์ตามกระดานต่างๆ เพียงแค่ อยากรู้ว่าพระของตนแท้หรือปลอมเท่านั้น….

การไม่ถามไม่ไล่ความรู้ สิ่งนี้เองที่ทำให้ไม่ได้ความรู้อะไรจากคนที่เราเอาพระไปถาม…
นอกจากได้เพียงคำตอบว่า ใช่ กับไม่ใช่ โดยไม่มีคำอธิบายต่อ เหตุที่ใช่เพราะอะไร?…ไม่ใช่เพราะอะไร?…แล้วก็ถามซ้ำซากกับพระองค์เดิมก็ดี…หรือองค์ใหม่กับหลายๆ อาจารย์ในกระดานต่างๆ ….ถามอยู่อย่างนั้น…..

”ดีไหมครับ แท้ไหมครับ วิจารณ์ได้ครับ”
อีกทั้งไม่เคยตรวจสอบความรู้ของผู้ให้คำตอบเหล่านั้นว่า….เขามีความรู้ในการดูพระแท้เป็นหรือไม่เป็น?….เก่งเล่านิทานนิยาย หรือ เก่งเรื่องพระเครื่องฯ มีความรู้ความชำนาญการตามที่เขาตอบ ตามที่เขาได้ตัดสิน วินิจฉัยนั้นหรือไม่?………. น่าเสียดายครับ ที่

หากเราอยากได้ความรู้….โดยไม่ตรวจสอบเรื่องราวอะไร?….ฟังแต่นิทานนิยายกันไป สาระสำคัญ และปัญญา มันจะเกิดได้อย่างไร?…ถ้าไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการไขว่คว้าหาความรู้

ความรู้ของเหล่าผู้คนอาจจะเหมือนกันหรือแตกต่างกัน อาจจะถูกต้องเหมือนกันหรือขัดแย้งกันนั่นคือสิ่งที่เราต้องรู้จักคิด วิเคราะห แยกแยะในข้อมูล หาความถูกต้องของข้อมูลที่เป็นจริงให้ได้ในความแตกต่างนั้น

คนสองคนมีความเห็นไม่เหมือนกัน ความเห็นที่ไม่เหมือนกันนั้น เราอาจจะได้มองเห็นมุมมองใหม่ เราก็สามารถนำมาปรับใช้ได้ นำมาเรียนรู้ความแตกต่างกันได้…..เพียงแต่ว่า…เราต้องแยกแยะให้ได้ว่าข้อมูลไหน? ถูกต้อง ผู้อธิบาย ผู้สอนคนไหน?….มีความรู้ บนความจริงที่ถูกต้อง…………ค่อยเลือกเรียนรู้ ค้นหาคำตอบจากคนผู้นั้น บนข้อมูลที่ถูกต้องแห่งความเป็นจริงนั้น…มิใช่…สะเปะสะปะเลือกเรียนรู้ไปกับทุกคน….โดยขาดสติปัญญาที่จะแยกแยะ…”อะไรถูก…อะไรผิด”…….เลือกที่จะเชื่อโดยไม่มองที่ข้อมูลความจริงใดๆ….เฮไหนไปด้วย…..

การยึดติดในตัวผู้ให้ความรู้ หรือความเชื่อเหล่านั้นก็สำคัญ สำคัญมากในการที่จะค้นหาคำตอบ….ซึ่งเราอาจจะมองข้ามความจริงบนความเชื่อถือยึดติดเอาตัวบุคคล มากกว่าข้อมูลที่เขานำแสดง

คือเขาพูดอะไรก็เชื่อตามนั้นไปหมด….ขาดสติตรองสมองคิด แยกแยะข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญในการที่จะเพิ่มพูนความรู้จากคนเหล่านั้นได้……อันตรายครับ

เชื่อโดยไม่รู้ความจริงอะไร?…. เชื่อโดยไม่สงสัยวิเคราะห์ข้อมูลอะไร?….เชื่ออย่างหัวปักหัวปำว่าคำตอบเหล่านั้น คำสอนเหล่านั้น ถูกต้องดีแล้ว สมบูรณ์แล้ว

การเรียนรู้ด้วยตัวเองได้…..เริ่มจากเรียนรู้จากข้อมูลที่เราได้รับมา
เราต้อง รู้จักคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แยกย่อยข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นความรู้ให้ได้ด้วยความจริงบนความจริงที่สิ่งนั้นเป็น….. รู้จักสร้างระบบองค์ความรู้ขึ้นมาในตัวเอง….มิใช่คอยแต่เชื่อ ใครจะให้ข้อมูลอะไร?…จริงเท็จยังงัย?…ไม่รู้เชื่อไว้ก่อน…เชื่อไปหมด…..แล้วมาพูดว่า….

“…ผมเคยได้ยิน อ…….คนนี้…เล่าไว้แบบนี้…… อ..ท่านนั้นก็เล่าแบบนี้……แต่อ. อีกท่านเล่าแบบนี้…. แล้ว…อ.ท่านนี้ก็เล่าอีกอย่าง….”… คำพูดแบบนี้แหละที่ ตัวเราเองไม่เคยเอาคำพูดของ อ.แต่ละท่านที่ได้ฟังมา มาคิด มาวิเคราะห์ มาแยกแยะ มาค้นหาความรู้ด้วยตัวเองนั่นเอง

เลือกที่จะเชื่อใน อาจารย์แต่ละคนโดยไม่เคยวิเคราะห์ ความรู้ของพวกเขาแต่ละคน ที่ให้ความรู้บนความแตกต่างกันนั้น…..นั่นเอง (ไม่ควร..ยึดเอาคำตอบที่เหมือนกันเป็นหลัก แต่ให้ยึดเอาความถูกต้องของข้อมูลตามความจริงเป็นหลัก สิ่งนี้คือที่เราต้องรู้จักวิเคราะห์ แยกแยะเอง)

ถ้า “ข้อมูล ความรู้ คุณธรรม ความถูกต้อง“ เปรียบเช่นได้กับอาหาร
คนฉลาด…….ย่อมเลือกที่จะบริโภค เลือกที่จะคบ ส่วน……
คนโง่…………จะบริโภคโดยไม่เลือก คบโดยไม่เลือก
ขอคุณธรรมกับปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *