แยกพระแท้ด้วย หลักฐาน มาตรฐาน ความจริง (๒๐๔)


การเรียนรู้เพื่อค้นหาความจริง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม..เราต้องค้นหา “หลักฐาน”…เพื่อให้หลักฐานอธิบายเรื่องราวให้ฟังได้
…เราต้องย้อนเรียนรู้ที่ “เหตุ” อันจะส่ง “ผล”…เช่นเรียนรู้จากแม่พิมพ์เพื่อให้ได้คำตอบเรื่องรูปทรง….หรือ…เรียนรู้จากรูปทรงแล้วย้อนคิดหาทางเรียนรู้เพื่อค้นหาแม่พิมพ์…ให้ได้…นั่นแหละคือการเรียนรู้….หาคำตอบจากหลักฐานเหล่านี้ได้

(๑)….มิใช่เรียนรู้ บนความเชื่อในคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เชื่อในบุคคลที่ตั้งตนเป็นอาจารย์….อาจารย์แต่ละคนต่างก็จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันไป มีวิธีคิดคาดการณ์ คาดคะเน คิด “หาความจริง”…บนความเชื่อ บนความรู้สึกของตัวเอง….นั้น (ความรู้ที่อ้างว่าถูกต้อง ล้วนเกิดจาก “ความเชื่อ” ที่อาจารย์แต่ละคนได้เคยเรียนรู้มา บนประสบการณ์ที่เคยเห็นมา…

บนข้ออ้างที่อ้างว่าเคยซื้อเคยขายมา…ซึ่งกรณีเหล่านี้มันไม่ใช่เรื่องมาตรฐาน…อะไร…เพียงแค่บอกว่า…ฉันรู้แบบนี้…ฉันมีประสบการณ์..ฉันเคยซื้อเคยขาย…”ไม่ได้แปลว่า..ฉันรู้จักพระแท้ดูอย่างไร?…” เป็นเพียงเรื่องเล่าให้ฟัง แสดงความเก่ง ของตนเท่านั้น
เราเองก็ต้องแยกส่วนนี้ให้ออกจากกันให้ได้….

(๒)….มิใช่เรียนรู้….จากนิทาน นิยาย เรื่องเล่าเหล่าหลวง หรือ แบ่งเป็นยุคสามยุค
โดยมีการสร้างเรื่องเหล่า เหล่าบรรดาหลวงๆ ลวงโลกปรากฏตัวขึ้นมา ผูกเรื่องให้เรียนรู้ ตามที่เหล่าผู้อ้างรู้ ตรูชำนาญการ..ได้สร้างเรื่องราวขึ้นมาพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือในข้อมูลเหล่านั้น..พวกเขาจะมีวิธีผูกโยงเรื่องประวัติ..ประวัติศาสตร์เรียงร้อยให้เข้ากันกับพระปลอมที่เขาทำขึ้นก็ดี

โดยผูกเรื่องให้เป็นญาติ พี่น้อง เป็นสายเลือด เป็นมรดกตกทอดสืบเนื่องกันมา นั้น โดยหวังผลเพื่อการขายขยายผล อ้างทำการกุศลบังหน้าเป็นต้น มอมเมาด้วยกลุ่ม แก๊งค์ ก๊วน องค์กรของตน รักษาผลประโยชน์ของตนเหล่านั้น

หรือ การนำพระปลอมที่เกลื่อนตลาดก็ดี…มาสร้างเรื่องราวแบ่งยุคเเบ่งสมัย..อ้างประวัติศาสตร์ ผูกเรื่องนำประวัติศาสตร์เข้ามาเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ….เพียงเพื่อหวังผลทางการค้า…พุทธพาณิชย์….เช่นกัน (กลุ่มพระสมเด็จสามยุค)

เราเองก็ต้องรู้เท่าทัน แยกความจริงความเชื่อ…ให้ออกด้วยเช่นกัน (ส่วนนี้เป็นแค่เรื่องเล่าเพื่อให้ผู้ศึกษาตาม จินตนาการตามสิ่งที่ผู้ให้ความรู้บนความเชื่อเหล่านี้ กำหนดไว้ เพื่อให้เราหลงทาง สร้างเรื่องให้พระปลอมเป็นพระแท้ พระท้องตลาดหาง่าย ขายคล่อง กลุ่มคนที่ได้ผลประโยชน์ก็ยินดีปรีดาเพราะหาง่าย มีหนังสือเพื่ออ้างอิงได้ มีเรื่องราวให้เล่าเพื่อขายจำหน่ายพระปลอมทั้งหลายเหล่านั้นได้นั่นเอง)

(๓)….มิใช่เรียนรู้…ตามมุขใหม่ๆ อ้างกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เช่น…อ้างว่าตรวจอายุพระฯได้ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สามารถทำได้ (หลอกลวงครับ)
หรือ…การ ขยายเนื้อดูแล้วรู้แท้ได้…(ไม่มีทางครับ เพราะยิ่งขยายยิ่งมึน)

หรือ…การหยอดน้ำยาปรากฏฟองฟู่ ..จะสามารถวัดค่าอายุพระฯ จากฟองฟู่ฟู่ มากน้อยนั้นได้
หรือ การอ้างอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์…พุทธคุณ การจับพลัง นั่งทรงองค์พระฯ ปลุกพระฯ
กรณีเหล่านี้…ล้วนพาพวกเราหลงทางในการค้นหา…”พระแท้”

บนความเชื่อ ของพวกบรรดาเหล่านักต้มตุ๋นเหล่านั้น…..
บนการสร้างเรื่องราวที่เรียงร้อยให้สมเหตุสมผลปนหลอกลวง
ให้คนหลงเชื่อ บนความไม่รู้ว่าจะหาทาง “พิสูจน์” แท้เท็จ ได้อย่างไร?…..นั่นเอง

บนเจตนาหลอกลวง หรือไม่มีเจตนาหลอกลวง…ก็ดี
บนผลประโยชน์ หรือไม่มีผลประโยชน์ก็ดี

คนเหล่านี้…ย่อมรู้ว่า…สิ่งต่างๆ เหล่าน้ันมิอาจจะนำพาให้พบทางออกเพื่อนำพิสูจน์แท้เท็จได้แต่อย่างไร?….ปัญหาอยู่ที่ว่า…..การกระทำในลักษณะนั้น….”เพื่ออะไร? ทั้งๆ ที่ตัวเองย่อมรู้ดีว่าไม่มีทางได้คำตอบ “แท้เท็จ”….จากสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้……???

เพื่อนๆ ก็จงคิดพิจารณาแยกแยะความรู้ ผลประโยชน์ของคน เหล่าผู้คนเหล่านี้ให้ดี ด้วยความระมัดระวัง…ด้วยปัญญาของเราเองนั้น แยกความรู้ ตรวจสอบความรู้ของพวกเขาให้ได้ครับ
ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *