ศึกษาพระเครื่องจากมองมุมกว้างศึกษาในทางลึก(๒๐๙)


ในการเรียนรู้ศาสตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง…โดยเฉพาะความรู้เรื่องพระเครื่องฯ

คุณสมบัติของผู้เรียนรู้ควรมีคือ
“ค้นหาคำตอบด้วยการ…มองทั้งมุมกว้างและศึกษาในทางลึก…”
แยกประเด็นหลักสำคัญให้ได้ก่อน…เช่นเราอยากรู้เรื่องมาตรฐาน..เราก็ต้องค้นหาความเหมือนกัน สิ่งที่เท่ากัน…ให้ได้ก่อน…เพื่อใช้ส่ิงนั้นเป็นหลักในการเรียนรู้

มิใช่ว่าเรียนรู้…”สิ่งที่เป็นพื้นฐาน”…..อย่างละเอียดแต่มองไม่เห็นหลัก ที่ต้องการค้นหาคำตอบ
เช่น…เรียนรู้เรื่องเนื้อหามวลสาร แยกแยะรายละเอียด…เม็ดแดง…(คาดว่า…น่าจะเป็นอะไร?….เม็ดฟ้า..น่าจะเป็นอะไร?…..เนื้อแก่ปูน…คาดว่าน่าจะผสมอะไรมากน้อย….เนื้อหนึกนุ่ม…น่าจะผสมมวลสารที่….บรา…บรา…า)……..

เคยมีเซียนรุ่นเก่าเขียนในหนังสืออธิบายว่า…มวลสารพระสมเด็จฯ…มี…กล้วยน้ำว้าสุก….ผสมลงในเนื้อพระสมเด็จฯ…ทำให้มีความหนึกนุ่ม ทำให้เนื้อพระเหนียวยึดเหนี่ยวกันง่าย………จากนั้น ก็มีการอธิบายขยายความว่า มีการผสม..เปลือกกล้วยน้ำว้า..ลงไปด้วย….

ถ้ามีคนสงสัย ถามว่าผสมเปลือกกล้วยลงไปในเนื้อพระด้วยเพื่ออะไรครับ” เขาก็จะอธิบายต่อไป..ว่า…..”เหตุที่ใส่เปลือกกล้วยผสมลงไปในเนื้อเพื่อให้…”พระออกจากพิมพ์ง่ายขึ้น”….

คำตอบนี้ผมเคยอ่านเจอในหนังสือพระเครื่องฯ เล่มหนึ่ง…5555 เหตุผลมันจะเกี่ยวข้องกันไหมเนี่ย….อย่างที่ผมบอก…ถ้าสมุมติอะไรขึ้นมาเรื่องนึง…ก็ต้องหาเหตุผลอีกเรื่องหนึ่งมาขยายความ….ขยายกันยาวๆ….จนงง…ตกลง…คืออะไร?….หลงทางทิศผิดทางจากเรื่องเล่า นิทาน นิยายแบบนี้…..

หรือเช่น เรียนรู้เรื่องพิมพ์ทรง…ไปกำหนดเกศ กำหนดซุ้ม กำหนดส่วนต่างๆ …กำหนดสิ่งต่างๆให้พระเป็น…ไปกำหนดรายละเอียดให้พระมี….
จากนั้น….ก็นำพระมาชี้จุด มาอธิบายรายละเอียด…ขยายความกันไป….ยึดเป็นหลักกันไป โดยไม่รู้จักแม่พิมพ์ ไม่รู้จักเนื้อก่อนพิมพ์ ไม่รู้จักกระบวนการ

ในการผลิตที่ไม่สามารถควบคุม…อะไรได้ในกระบวนการผลิต…จากแม่พิมพ์ที่ตัวเองไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักนั้น….
สุดท้าย การอธิบายรายละเอียดเรื่องเนื้อหามวลสาร…กับพิมพ์ทรงองค์พระฯ….ถูกต้องหมดทุกอย่าง ตามที่เขาเอารูปภาพพระฯ มายกอ้างนั้น….คำ

อธิบาย…ถูกต้องตามนั้น….แต่เขาเองไม่ได้มองภาพรวมใหญ่ๆ…ในมุมกว้างและศึกษาในทางลึก….คือ…ไม่รู้ในภาพรวมในมุมกว้างว่า…พระที่เอามาอธิบายน้ัน…เป็นพระปลอม นั่นเอง…..(คือดูไม่เป็น อธิบายตามที่เห็น ที่ตัวเองคิดว่าใช่ อธิบายให้แท้ให้ได้…..)

หมายความว่า…พระที่เขากำลังชี้จุดอธิบาย ให้เราเห็นนั้น…เขาไม่รู้ว่า เป็นพระปลอม..อธิบายไปบนความเชื่อของตัวเอง (ว่าเป็นพระแท้)….อธิบายไปตามความรู้สึกตัวเอง (ว่าเป็นพระแท้)……อธิบายเนื้อ ….อธิบายพิมพ์…ละเอียดละออ……(ว่าเป็นพระแท้?)….โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่า….จะวัดค่ามาตรฐานที่ตัวเองอ้างว่าแท้….ได้เพราะอะไร?…

(เจตนาอธิบายพระปลอมให้แท้ฯ…บนผลประโยชน์หรือไม่?….ส่วนนี้ผมไม่ข้องแวะ….มองจากหน้าพระฯ…และจากคำอธิบายให้แท้….นั้น….มันไม่ใช่….มันเป็นพระปลอมครับ ยิ่งอธิบายยิ่งมั่ว จับหลักอะไรไม่ได้…หาสาระ…แก่นสารไม่ได้ครับ อธิบายไม่ตรงจุดครับ)

คนเหล่านี้ เมื่อไม่รุ้อะไรคือ “มาตรฐาน…มาตรฐานที่แท้จริง”
จึงต้องอ้างเครดิตตัวเอง….เป็นครูสอน…ชี้จุด..ชี้ตำหนิ…พระมาเยอะ
จึงต้องอ้างประสบการณ์ตัวเอง…..เป็นเซียนใหญ่…ซื้อขาย..พระมาเยอะ

จึงต้องอ้างความเชื่อตัวเอง…ว่าเคยเห็น…เคยสัมผัส…พระมาเยอะ…..
จึงต้องอ้างความรู้ตัวเอง…ว่าเคยตัดสิน…พระมาเยอะ…..
จึงต้องอ้างคุณธรรม ความซื่อตรง….ไม่เคยโกงเรื่องการซื้อขายพระมาเยอะ….ฯลฯ

แต่…คนเหล่านี้…ไม่เคยอ้างว่า…พระแท้เพราะมาตรฐานพระฯ……มีหน่วยวัดค่ามาตรฐานใดๆ ได้ในองค์พระฯ……เพราะตัวเองและพรรคพวกต่างก็ไม่รู้จัก….”พระแท้ดูอย่างไร?”……จึงต้องอ้างโน่นนี่ไปเพื่อ…”สร้างภาพตัวเอง”…..ให้เครดิตตัวเองเก่ง…..มีประสบการณ์….ทั้งซื้อขาย….แต่…..

ความรู้ตัวเองนั้นก็เป็นเพียงแค่่….”รู้จักเพียงแค่พื้นฐานของความรู้เรื่องพระเครื่องฯ เท่านั้นเอง”……ตัวเองและพวกพร้องไม่รู้จักที่จะเรียนรู้…”..มองมุมกว้างและศึกษาในทางลึก..”…….

รู้สึกได้เฉพาะตัวเอง…ตั้งตัวเองเป็นกูรู…..รู้กันไม่กี่คน….ที่สำคัญ…คนเหล่านี้…ไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานให้พระได้….หรือ อธิบายให้พระรับรองตัวเองว่ามีมาตรฐานได้ นั่นเป็นเพราะพวกเขา…”พร่อง” ความรู้….เก็บงำ…”ความไม่รู้”…นั้นไว้…ไม่ให้ใครเข้าถึงได้…..นั่นเอง

มาตรฐานพระเครื่องฯ…ในวันนี้….จึงวางอยู่บน…ความรู้แคบๆ…ของเหล่าผู้กำหนดชะตาประชากรพระฯ…..บนความไม่รู้จริง….รู้เฉพาะตน..รู้เฉพาะกลุ่มตน….ก็ไม่ต่างกับความเชื่องมงายเรื่องการจับพลัง…..ที่มีคนอ้างว่าทำได้…สามารถทำได้เพราะมีญานวิเศษ……ถามได้ตอบได้……เช่นกัน…..รู้เฉพาะคน….(เหล่าเซียนก็ไปด่าคนพวกนี้ว่า…พวกจับพลังอวดอุตริ…ตัวเองก็ไม่ต่างกัน….เช่นกัน)

เมื่อ “ไม่มองมุมกว้าง ศึกษาในทางลึก”
พวกที่อ้างตน….คนเหล่านี้ ที่อ้างตัวเองเป็นผู้รู้…ผู้ชำนาญการฯ พวกเขาจึง ไม่สามารถจะค้นหาคำตอบเรื่อง “มาตรฐานที่แท้จริง” เพื่อให้พระรับรองตัวเองว่าแท้ได้อย่างไร?..นั่นเอง

เมื่อ….“ไม่มองมุมกว้าง ย่อมไม่เห็นทางลึก”….เท่ากับปิดกั้นตัวเองกันอยู่ในวงแคบๆ
ยิ่งมีการเล่นพรรคเล่นพวก…ก็จะกลายเป็นคนใจแคบ…ตัดสินกันในวงแคบๆ….อวดอุตริ…สู่รู้…ดูเก่ง…เบ่งกร่าง…อ้างอวด…สวดพระฯ……ทำได้กันในวงแคบๆ…ที่พวกเขาเป็น

คิดกันได้แค่นี้…คิดกันได้แบบนี้..คน..เหล่าผู้คนที่คิดแบบนี้….
“…ไม่มองมุมกว้าง…ไม่ศึกษาทางลึก…”ย่อมไม่มีทางที่จะ
….ออกจาก…กะลา….ที่ครอบหัวกันได้ครับ……..แนะนำด้วยความปรารถนาดีและจริงใจครับ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *