พระแท้ พระเก๊ ต้องใช้ความจริงตามที่สิ่งนั้นเป็นตัดสิน (๒๒๓)


เนื้อกับพิมพ์ไม่มีมาตรฐาน ไม่ได้มาตรฐาน จัดให้เป็นมาตรฐานไม่ได้…ก็จะมีคนอ้างเรื่องธรรมชาติความเก่า….เข้ามาเป็นส่วนสำคัญ ให้ความสำคัญในการยึดเป็นหลัก…โดยอ้างว่าให้ดูที่ความเก่า พิจารณาจากความเก่าก่อน..ยึดพระเก่าไว้ก่อนนั่นเป็นข้ออ้างเช่นกัน…

เพราะธรรมชาติความเก่าที่เราเห็น..มันก็ไม่มีมาตรฐาน ที่จะวัดค่าความเก่าได้…แต่ละคนจึงต้องใช้ความรู้สึก อ้างประสบการณ์ในการเห็น อธิบาย “ความรู้สึกประสบการณ์ที่เคยเห็นได้อย่าง “ทุลักทุเล” ในการที่จะสอนบอกกล่าว เล่าเรื่องให้คนอื่นเรียนรู้ทำความเข้าใจได้

ความเก่าที่แต่ละคนเห็น..มันไม่มีความเหมือนกัน…แตกต่างกันตามสภาพ สภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน ความเก่าขนาดไหนที่พอดีได้ที่…(ต้องใช้ความรู้สึกของแต่ละคนอีกนั่นเอง) คำตอบเรื่องความเก่าจึงจัดให้เป็นมาตรฐาน อ้างว่าเป็นมาตรฐานไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน

ดังนั้น…ผู้อ้างรู้ ตรูชำนาญการแต่ละท่าน
บางคน สอนเรื่องมวลสาร
บางคน สอนเรื่องพิมพ์ทรง
บางคนสอนอธิบายเรื่องความเก่า….

ทุกคนเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นเกณฑ์สอน เกณฑ์การตัดสิน ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ จัดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้เป็น “มาตรฐาน” ใช้รับรองให้ถูกต้องเป็นมาตรฐาน มาตรฐานสากลฯลฯ

หากเราพิจารณาด้วยสติ..คิดให้รอบคอบ..วิเคราะห์ให้ถ่องแท้…แยกแยะด้วยความจริงที่สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็น….เราจะพบความจริงด้วยปัญญาว่า่
สิ่งเหล่านี้มัน เป็นเรื่องพื้นฐานการพิจารณาวัตถุชิ้นใดชิ้นหนึ่งตามที่ตนเห็น…ตามความรู้สึกที่ตัวเองเคยเห็น เคยรู้จักเท่านั้น เคยสัมผัส (เรียกว่าประสบการณ์)

เท่านั้น เช่น เราเคยเห็นช้อนเก่า ชามเก่า กระเบื้องเก่า พานทองเหลืองเก่า เราก็สามารถอธิบายวัตถุชิ้นนั้นได้อย่างถูกต้องประมาณอายุของวัตถุนั้นคร่าวๆ ได้อย่างถูกต้อง (มันไม่เกี่ยวกับมาตรฐานอะไรเลยครับ)…อย่าหลงทางในการค้นหามาตรฐาน….นะครับ

เมื่อเนื้อกับพิมพ์ทรงองค์พระฯ…ความเก่า….ไม่มีมาตรฐาน…วัดค่าไม่ได้..
สิ่งนี้จึงเป็นแค่พื้นฐานของความรู้เท่านั้น
ดังนั้น…ผู้อ้างรู้ ตรูชำนาญการแต่ละท่าน

บางคน สอนเรื่องมวลสาร
บางคน สอนเรื่องพิมพ์ทรง
บางคนสอนอธิบายเรื่องความเก่า….

มันจึงเป็น “ความรู้พื้นฐาน”…ในการเรียนรู้เบื้องต้นเรื่องพระเครื่องฯ เท่านั้นเองครับ
ความรู้เขาจึงรู้เพียงแค่่ “พื้นฐาน” โดยมีความรู้สึก นึกคิด ใช้การคาดเดาจาก “ประสบการณ์”
ที่วางอยู่บนความคาดเดาเท่านั้น

มาตรฐานในการเรียนรู้ ดูพระ สะสม ยังห่างไกลความจริงอีกมากมาย บนความพร่องความรู้จริงนั้น ยังขาดความรู้จริงที่จะเรียกว่าเป็น “ผู้รู้ ผู้ชำนาญการ” อีกเยอะครับ อีกทั้งหลงทางที่จะหาคำตอบ พาเหล่าผู้คนหลงทางในคำตัดสิน “แท้เท็จ” ………

คำอธิบายแต่ละเรื่องของผมจึงวางอยู่บนความจริงที่สิ่งนั้นเป็น บนสิ่งที่ผมมองผ่าน “วิชชา”
แล้วนำ “วิชชา” ความรู้นั้น ตรวจสอบความรู้ของ “มาตรฐาน” ที่ถูกกำหนดอย่างไม่ถูกต้อง กำหนดด้วยความไม่รู้ หรือ รู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างไม่ถูกต้อง “อวิชชา” ….ได้นั่นเอง

คงเป็นเรื่องของความรู้คู่ปัญญาเท่านั้น ที่จะพัฒนาองค์ความรู้ไปในแนวทางที่ถูกต้องได้ ยึดหลักและเคารพความจริงที่สิ่งนั้นเป็น

เราถูกความเชื่อครอบงำ (รู้ตัวกันอยู่หรือไม่?..อย่างไร?)
เราเรียนรู้ด้วยความเชื่อ…เราจึงถูกความเชื่องมงายครอบงำ ค้นหาความจริงไม่เจอ

ความเชื่อที่ขัดกับหลักกาลามสูตรที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้…เรากลับ…ไม่ใส่ใจคำสอนสั่ง
เมื่อเราเรียนรู้จากความเชื่อ เราจึงหลงวนเวียนอยู่บนความเชื่อ … เราเลือกที่จะเรียนรู้บนความเชื่อนั้น เรายึดติดกับบุคคลมากเกินไป…

จนลืมนึกถึงสัจธรรมความจริง….ความจริงที่สิ่งนั้นเป็น….เราไม่ได้เคารพความจริง หากเราเคารพคำตัดสินที่…เกิดจากความเชื่อของคน..ของกลุ่มคน เรายึดติดกับกลุ่ม องค์กร แก๊งค์ก๊วน …..เรายึดกับใบประกาศรับรอง รับประกันกันมากไปหรือเปล่า?……
จนลืมมองเห็น “ความจริงตามที่สิ่งนั้นเป็น”…..หรือไม่

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *