วงการพระเครื่อง เล่นพระบทความเชื่อ สังคมอุดมงมงาย (๒๒๔)


ถ้า…มีคน มีกลุ่มคน…ตั้งตนเป็นผู้รู้ด้านพระเครื่องฯ
อีกทั้งเป็นผู้ให้ความรู้เอง เป็นผู้กำหนดมาตรฐานเอง
เป็นผู้ตัดสินเอง เป็นผู้ซื้อ-ขายเอง

เป็นผู้รับรองให้พระแท้หรือเท็จเอง โดยที่ไม่มีใครสามารถเรียนรู้
มาตรฐานที่คิดเอง เออเอง ตัดสินเอง ออกใบรับรองเอง ทั้งหมดได้
เป็นการ….ผูกขาดตั้งแต่การให้ความรู้คนอื่น (บนความเชื่อส่วนตัว)

ผูกขาดยัดเยียดการเรียนรู้เหล่านั้นโดยการ
กำหนดมาตรฐานให้พระฯ จะต้องเป็น จะต้องเห็น จะต้องมี (ได้ตามใจตัวเอง)
ตัดสินพระฯ ของตนและคนอื่น (บนความรู้สึกส่วนตัวที่ตนเชื่อนั้น)

ออกใบรับรองรับประกันด้วยตนเอง จัดทำใบรับรองพระแท้ได้ด้วยตัวเอง…..
โดยพวกเราทุกคน รวมถึงคนอื่นก็ต่างก็ “ไม่รู้ว่า”….
สิ่งที่เขาสอนให้เรียนรู้….ถูกต้องหรือไม่?

สิ่งที่เขากำหนดให้เป็นมาตรฐาน…ถูกต้องหรือไม่?
สิ่งที่เขาตัดสินให้แท้เท็จนั้น…..ถูกต้องหรือไม่?
สิ่งที่เขาสามารถออกใบรับรองเป็นพระแท้นั้น…ถูกต้องดีแล้วหรือไม่

สิ่งต่างๆ ทั้งหมดทั้งสิ้น
“เราท่านทั้งหลาย”….เรียนรู้ทำความเข้าใจไม่ได้เลย
“เราท่านทั้งหลาย”….ตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย

“เราท่านทั้งหลาย”…ได้แต่มึนงงกับเหตุการณ์ทั้งหมด
ครอบงำ รวบหางรวบหัวอ้างว่าถูกต้องกัน..ทั้งระบบ ครบวงจรอุบาทว์เหล่านั้น
“เราท่านทั้งหลาย”…มึนงง “บนความไม่รู้”..ว่าอะไรคือถูกต้อง อะไรไม่ถูกต้อง?..เหล่านั้น

สุดท้ายก็ตกอยู่ในสภาพ “จำยอม..ยอมรับสภาพ” ยอมรับในคำตัดสินชี้ชะตาพระฯให้
พวกเขากำหนดกฏเกณฑ์อะไรก็ได้ตามใจของพวกเขา…นั้น ยอมรับคำพิพากษาแท้เท็จจากคน

ที่ตั้งตน เป็นผู้รู้…อ้างรู้ตรูชำนาญการทั้งหลายเหล่านั้น….โดยดุษฏี…(คือเราก็ไม่รู้…”ไม่รู้” จะโต้แย้งได้ยังงัยบนความ “ไม่รู้” ของเราจึงต้องยอมรับสภาพคำตัดสินพิจารณานั้นไปอย่างจำยอม) ……เรารู้สึกเหมือนกันเช่นนั้นหรือไม่?….
“อวิชชา” คือความเชื่อ..คือความไม่รู้…ความพร่องความรู้..หรือความรู้ที่ไม่ถูกต้อง

อวิชชา..คือความเชื่อทั้งหลายได้ครอบงำ..เป็นปม สร้างปมไว้มากมายไม่รู้จะ…
เริ่มแก้ปมไหนก่อน? เพราะ…แต่ละปมพาหลงทางกันทั้งนั้น…หาแก่นสาร..หาสาระ..ไม่เจอ….นับวันยิ่งเกิดเหล่า
ผู้อ้างรู้ตรูชำนาญการ…มีองค์กรจัดตั้งเป็นกระบวนการแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตนกันทุกหมู่ ทุกเหล่า ที่ต่างก็อ้างความถูกต้อง..ของคำตัดสินของตนของกลุ่มตน

สังคมพระเครืองฯ วันนี้…วางอยู่บนความสับสน ทั้งความรู้ความคิด…(คิดนอกกรอบไม่ได้)
เป็นความรู้สำเร็จรูปที่ถูกจัดวาง..มีรูปแบบของการผูกขาดความรู้บนความเชื่อ…
สังคมนี้..จึงเป็นสังคมงมงายบนความเชื่อของพวกสู่รู้ ดูเก่ง เบ่งกร่าง อ้างอวด สวดพระฯ….

ทั้งหลาย ที่จ้องหากำไร ที่แสวงหาผลประโยชน์จากความไม่รู้….ทั้งหลายเหล่านั้น

ความรู้และสติปัญญาของผู้คน…ต่างโดนล้อมกรอบ โดนครอบงำ…บนความเชื่องมงายไร้สติ…ของเหล่าผู้คนที่นับถือ (ความเชื่อเป็นสรณะ)…ศรัทธาลุ่มหลงกับความเชื่อ…เหล่านั้น

และ….นับวัน ยิ่งเพิ่มจำนวนคนที่ยังเดินหลงอยู่ในวังวน…ของเหล่าผู้อ้างรู้ตรูชำนาญการ..จนขาดสติ ยากเกินจะแก้ไข..ตกเป็นเหยื่อกันไปมากมายจากความเชื่อทั้งหลายที่ถูกสร้างขึ้นมา โดยมีราคาพระฯ เป็นตัวตั้ง แล้วอ้างศรัทธาความเชื่อให้หลงงมงายกับ “ศรัทธาราคาแพง”…เหล่านั้น

“อวิชชา”…ความเชื่องมงาย…อันตรายมากกว่าที่เราคิด
หันกลับมาพินิจพิจารณาตัวเอง….ความรู้ที่ผ่านมาของตัวเองกัน…

เรามีความรู้ดีพอไหม?….หรือ…เราได้ความรู้บนความเชื่อที่เราคิดว่าเรารู้….
คงไม่มีใครตอบคำถาม “เรารู้..หรือ เราเชื่อว่าเรารู้”…..ได้ดีที่สุดเท่ากับตัวเราเอง..

ความรู้บนความเชื่อของเรากับความรู้ตามความจริงที่สิ่งนั้นเป็น…มันอาจจะสวนทางกันอยู่
เมื่อรู้ว่า “เราไม่รู้ รู้ไม่พอ”….ก็…..อย่าแสดงความรู้ อวดรู้ สู่รู้…อย่างน้อยก็จะได้ไม่สร้าง.”อวิชชา”..ส่งต่อความเชื่อผิดๆ ไปสู่คนรุ่นหลัง
ในมุมมองของผม สมชาย น้อยสาคร

สังคมพระเครื่องฯ ณ เวลานี้…เป็นสังคมแห่งความงมงายโดยสมบูรณ์อย่างแท้จริง..ครอบงำความรู้ผู้คน…โดยสมบรูณ์ได้แล้วนั่นเอง
ปัญหาทั้งหมด “เกิดจากอวิชชา”…ความไม่รู้ในสิ่งนั้นอย่างดีพอ…คงมีเพียงความรู้คู่ปัญญาที่จะนำพาเราพบทางออกของปัญหาทั้งหมดได้…เป็นกำลังใจให้ผู้ศึกษาหาความรู้ทุกท่านครับ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *