งานประกวดพระเครื่องสายพาณิชย์และสายอนุรักษ์ (๒๓๐)


วันนี้…การสะสมพระเครื่องฯ จะถูกแบ่งเป็นสองสายใหญ่ๆ คือ
(๑) พระเครื่องฯ สายพาณิชย์
(๒) พระเครื่องฯ สายอนุรักษ์

(๑) พระเครื่องฯ สายพาณิชย์ คือ สายหลักที่ “กำหนดมาตรฐานเอง ตัดสินมาตรฐานที่ตัวเองกำหนดเอง” ขึ้นมา ตั้งราคาพระเป็นหลักล้านๆ ได้ตามความพึงพอใจของตน เพราะกลุ่มนี้สามารถ “ชี้ชะตา” ประชากรของพระเครื่องฯ ประเภทต่างๆ ได้ กำหนดมาตรฐาน (ให้พระเป็น) คือ ยึดเอาพิมพ์ทรง ยึดเอาเนื้อหา ยึดเอารอยตัดตอก ยึดเอาธรรมชาติความเก่า…ฯลฯ….เป็นหลักในการพิจารณาให้แท้ให้เท็จได้ ด้วยพลังของกลุ่มตน…

(กำหนดให้พระแท้ก็ได้เท็จก็ได้)
เหตุนี้…ไม่ว่าพระนั้นจะแท้ (เพราะสร้างมาถูกต้องในวาระเดียวกัน) แต่มีเนื้อหามวลสารที่ผิดเพี้ยนไป หรือ พิมพ์ทรงที่ผิดเพี้ยนไปจากสาเหตุใดๆ ในกระบวนการผลิตที่ควบคุมไม่ได้ก็ดี…

พระเครื่องสายพาณิชย์กลุ่มนี้ก็จะตี…”ผิดเนื้อ ผิดพิมพ์ เป็นพระที่ไม่นิยมสะสม” ได้ในทันที โดยอ้างความไม่ได้มาตรฐานของเนื้อหามวลสาร โดยอ้างผิดเพี้ยนทางพิมพ์ทรง ยังงัยก็ได้

เพราะเขาเป็นผู้กำหนด “ให้แท้ให้เท็จ จะเป็นอะไร ยังงัยก็ได้นั่นเอง” และเมื่อ จำนวนประชากรพระเครื่องฯ ถูกกำหนดให้น้อยลง (จากคำตัดสินที่ “กำหนดมาตรฐานจากความเชื่อ กำหนดมาตรฐานยังไงก็ได้ตามใจตัวเองได้)….ราคาพระฯ ที่ได้รับการตัดสินจากกลุ่มนี้…จึงมีราคาติดเพดานสูงลิ่ว….(ตามปริมาณดีมานด์ ซัพพลาย นั้นนั่นเอง)

ในการประกวดฯ พระเครื่องกับกลุ่มนี้…..แน่นอน…หากได้รับการยืนยันว่าแท้แล้ว…ย่อมมีความน่าเชื่อถือ…รวมถึงอาจจะสามารถเปลี่ยนมือได้ด้วยวงเงินที่สูงลิ่ว…. จึงทำให้มีการ “ส่งประกวดฯ” เพื่อให้ได้รับการรับรองเป็นพระแท้ฯ จากกลุ่มนี้กันให้ได้….จึงยอมเสียเงินซื้อบัตรเพื่อส่งเข้าประกวดฯ กันมากมาย นั่นเอง ซึ่งในการรับพระฯ เข้าประกวดของกลุ่มนี้…ส่วนมากมักจะส่องกันแว่บๆ ก็คืนกล่องพระกันไปได้เลย…..(คือ พระคนอื่นไม่น่าสนใจ ไม่ให้เครดิต ดูๆ ไปงั้นๆ) วันนี้เลยมีเด็กหน้าใหม่…มานั่งรับพระฯ กันหน้าสลอน….นั่นเอง

(กรณีนี้…เอาใครมารับพระฯ ก็ได้…แล้วให้ส่งคืนไปให้หมด..คือพระคนอื่น ไม่มีวันแท้ได้อยู่แล้วนั่นเอง….”มาตรฐานกำหนดเอง เออเอง ผิดเนื้อก็ได้ ผิดพิมพ์ก็ได้”…..แล้วรับเงินค่าส่งพระประกวดฯ กันไปจบไป….

(๒) พระเครื่องฯ สายอนุรักษ์ คือ กลุ่มนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับ พระที่ “พระเครื่องสายพาณิชย์” ปฏิเสธว่าเป็นพระแท้ ในขณะที่กรรมการส่วนใหญ่ก็อ้างยึดเนื้อ ยึดพิมพ์ ยึดธรรมชาติความเก่าฯลฯ เช่นกัน (แต่ไม่รู้ว่าพระแท้…มีมาตรฐานที่จะดูอย่างไร?)

ดังนั้น กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็จะเล่นพระปลอมตามท้องตลาดทั่วไป (พระโรงงาน) หรือไม่ก็เป็นพระของตนที่สร้างขึ้นมาเฉพาะกลุ่มตน…แล้วตั้งกลุ่มตั้งทีมตนรับรองเป็นพระอนุรักษ์ (พระโรงงาน) นั้นเช่นกัน

การจัดประกวดพระเครื่องฯ สายนี้ ก็อาจจะมีการรับพระฯ (โรงงาน) เหล่านั้นเข้าประกวดทั้งหมด…อาจจะมีข้อเสนอต่างๆ สำหรับผู้ส่งพระเข้าประกวดฯ เช่น จะคืนเงินค่าตั๋วให้ ในกรณีถ้าเช็คแล้วไม่ผ่าน…คือ ถ้าเป็นพระปลอมจะไม่รับเข้าประกวด……ซึ่งความจริงเเล้ว…เขาอาจจะรับทุกองค์ให้เข้าประกวดฯ ทั้งหมดก็ได้…ให้ประชากรพระเยอะๆ…….จะได้เงินค่าขายตั๋วเยอะๆ…ติดรางวัลให้ไม่กี่บาท พระปลอมก็ถูกย้อมแมวให้เป็นพระแท้ได้เเล้ว

ประการแรก ได้เงินค่าประกวดเนื้อๆ……..(พระปลอมโรงงานแบบนั้นมากมายมหาศาล)
ประการที่สอง….ได้มวลชน…คนเล่นพระอนุรักษ์ (พระปลอม)…….เหมือนตนเป็นกลุ่มก้อน

ประการที่สาม….เกิดการซื้อขายพระสายอนุรักษ์ (พระปลอม)……มีพิมพ์มีเนื้อ (โรงงาน)
หาง่ายขายคล่อง จ้องเงินตรา หาลูกค้าต่อได้สบายใจ

ติดรางวัลยิ่งทำให้เกิดการ “เปลี่ยนมือ” ได้ง่ายขึ้น ปริมาณประชากรพระ(ปลอม) แท้ๆ เต็มพื้นที่….มีการตั้งโรงเรียนสอนวิธีพิจารณาพระ(ปลอม) แท้ๆ รองรับ….
มีสื่อสิ่งพิมพ์…โฆษณาประชาสัมพันธ์…พระ(ปลอม) แท้ๆ รองรับ….ให้เกิดความน่าเชื่อถือ
ทั้งหมดล้วนเป็นธุรกิจ “บนความเชื่อ” บนความไม่รู้ บนความงมงายที่ยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้โดยง่ายไปเสียเเล้วในวันนี้

ถ้าทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกชมรมฯ…….
ต่าง “ใส่หน้ากาก” หลอกตน…..หลอกคนอื่น…เพียงเพื่อ “เงินตรา”….สร้างภาพมายาหลอกคนว่าตนเก่ง…ถูกต้อง…

วันนึง…เมื่อความจริงปรากฏ…ผู้คนรู้ความจริง
ศรัทธาใน “พวกอวดรู้ตรูชำนาญการ” ย่อมหมดไป…กลายเป็นความเบื่อหน่าย…กับการโกหก สร้างนิยายบอก หลอกลวง…ของคนของกลุ่มคน

ส่งผลให้ผู้คนเบื่อหน่ายต่อวงการพระเครื่องฯ…..จนถึง หมดศรัทธา กับเรื่องพระเครื่องฯ ไปโดยปริยาย และ…หากในอนาคตอันใกล้….ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในทางที่ดีขึ้น….ไม่ว่าจะเป็นการจัดการประกวดพระเครื่องฯ ก็ดี…ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ของผู้อ้างรู้ตรูชำนาญ ก็ดี …หรือ…แม้แต่

“สันดาน” ที่นักขายพระเครื่องฯ มืออาชีพหรือมือใหม่ที่จ้องจะหาประโยชน์บนความไม่รู้…..ของตนและคนอื่น….วงการพระเครื่องฯ….จะถึงกาลหายนะ….ไม่ว่าจะเป็น…พระเครื่องฯสายพาณิชย์ หรือ สายอนุรักษ์…ก็ตาม ย่อมหลีกเลี่ยงไม่พ้น
สรุปเรื่องวัตถุประสงค์หลักของการจัดประกวดพระเครื่องฯ ทั้งสองสาย (ทุกสาย) ในวันนี้…

เราสามารถแบ่ง “เจตนาหลัก”….ได้เป็นสองประการใหญ่ๆ ดังนี้คือ
(๑) เพื่อหาเงิน หารายได้จากการจัดการประกวดพระเครื่องฯ
(๒) เพื่อย้อมพระของตัวเอง ของพวกตัวเอง ของกลุ่มตัวเองให้เป็นพระแท้ฯ…

จะอ้างเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ ..อ้างเพื่อการกุศล…จะอ้างอะไรให้ดูดี..มีประโยชน์ต่อสังคม หรือ อ้างฯลฯ…….นั่นมันเป็นเพียงแค่ ข้ออ้างลอยๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่จะเน้นรายได้การตรวจพระฯ..กับ มุ่งเน้นย้อมพระฯ ของตน ของกลุ่มตน ….เป็นหลักเท่านั้น…….

ทั้งสองสาย แบ่งทางใครทางมัน บนผลประโยชน์ของตน ของกลุ่มตนและพวกพ้องตนเท่านั้นเอง โดยมี “เหล่าแมงเม่า” มึนงง..หลงทาง ไม่เข้าใจเหลี่ยมเล่ห์เพทุบาย ของเหล่านักวิชามารด้านพระเครื่องฯ ทั้งหลาย จึงต้องกลายเป็นอาหารอันโอชะ ไม่ว่า “แมงเม่า” จะบินเข้ากลุ่มไหน สายไหนก็ตาม ล้วน..เป็นอาหารจานเด็ดเสร็จถ้วนทั่ว ทุกตัวตน …..สาธุ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *