อย่าดูพระจากประสบการณ์ ให้ใช้ปัญญารู้วิเคราะห์ด้วย (๒๔๑)


การรับรู้ การเรียนรู้ ในเรื่องราวใดๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรานั้น เรารับรู้ เรารู้ เรายึดเอาเป็นความรู้ สิ่งเหล่านี้ เราเรียกว่าประสบการณ์
ประสบการณ์ที่เรารับรู้ เราเรียนรู้ที่ผ่านมานั้น หลายเรื่องเรารู้โดยจำมาจากตำรา หรือผู้คนเล่าให้ฟัง ซึ่งบ่อยครั้งตำราก็ผิดพลาดได้ ถ้าหากไม่ได้เขียนบนหลักฐานที่ชัดเจน ถูกต้อง ทำให้ผู้อ่าน ผู้เรียนรู้หลงผิดในข้อความเหล่านั้นได้ (อย่าเชื่อเพราะเป็นตำรา)

การรับฟังจากคนเล่าให้ฟัง เรารับรู้ เราเรียนรู้ เราจดจำ หลายเรื่องที่เรารู้ เราจดจำมาจากผู้คน
จากผู้เล่าที่เป็นครูก็ดี…เป็นผู้ชำนาญการเรื่องที่เขาเล่าให้ฟังก็ดี สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เรารับรู้ เราเรียนรู้ได้ ในกรณีถ้าผู้เล่าที่เรานับถือ รับฟังมาแล้วนำมาถ่ายทอดต่อ ข้อความก็อาจจะผิดพลาด หรือ กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งได้เช่นกัน ทำให้ผู้รับฟัง “เข้าใจผิด” แล้วก็ส่งต่อ “ข้อมูล” ที่ผิดๆ นั้นได้ในกาลต่อมานั่นเอง (อย่าเชื่อเพราะเขาเป็นครู)

หลักกาลามะสูตร ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ ในเรื่องของความเชื่อ (อย่าเชื่อ) สิบประการ เป็นธรรมะที่ถูกต้องดีแล้ว (อ่านแล้วทำความเข้าใจในหลักกาลามะสูตรให้ดีๆ ครับ)
การเรียนรู้พระเครื่องฯ ก็เช่นกัน…

อย่าเชื่อในตำรา (หากมิได้ตรวจสอบความถูกต้องของตำรานั้นก่อน)
อย่าเชื่อในคนสอน คนให้ความรู้ (หากมิได้ตรวจสอบความถูกต้องของความรู้ก่อน)

การเรียนรู้พระเครื่องฯ จึงต้องมีสติตั้งมั่น…เพื่อให้เกิดความคิด วิเคราะห์ แยกแยะ..เพื่อจะตรวจสอบเอาความจริง บนความรู้ของตัวผู้สอน…โดยตรวจสอบจาก “ข้อมูล” ที่เขารู้ ที่เขาให้…แล้วนำเอา “ข้อมูล” นั้นมาคิด วิเคราะห์ แยกแยะ…หาความถูกต้องที่ถูกต้องตามความจริงที่สิ่งนั้นเป็น…เพื่อนำมาใช้ในการเรียนรู้ได้….เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง…ส่งผลให้เกิด “ปัญญา”…ได้ในที่สุด

“ที่ผ่านมา เรามั่วแต่เชื่อๆๆๆๆ คนกลาง ไม่เคยตรวจทานความรู้พวกเขาเหล่านั้น “ไม่ว่าจะกลุ่มไหนฝ่ายใดก็ตาม….เราเลือกที่จะเชื่อ…เลือกที่จะ “บินเข้ากองไฟแต่ละกอง”…โดยสมัครใจนั้น

การคิดวิเคราะห์ แยกแยะ จึงเป็นหัวใจ..ในการเรียนรู้….ให้เราได้ใช้ “ตัวเอง” เป็นเครื่องกรอง แยกแยะความถูกต้อง ไม่ถูกต้องออกไปได้ จากการ “แยกแยะ” นั้นได้ โดยการเอาความรู้เดิม
เอาข้อมูลเดิมมา “กรองความรู้เดิม”….

ข้อใดมีประโยชน์…ข้อใดไม่มีประโยชน์…เราก็แยกได้
ข้อใดเป็นความเชื่อ…ข้อใดเป็นความจริง…เราก็แยกออก
ข้อใดขัดแย้งกับความจริง…ข้อใดเป็นเรื่องโกหก…เราก็รู้ รู้เท่าทันกาลเหล่านั้นได้ ฯลฯ

การเรียนรู้บนสติมั่น ทำให้ปัญญาเกิด..ส่งผลให้เกิดความรู้ที่จะเชื่อมั่นตัวเองได้จากการเรียนรู้นั้นได้นั่นเอง (เรียนรู้เพื่อยึดตัวเองเป็นหลักได้…ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้)…..

สติมา ปัญญาเกิด
สติเตลิด เกิดปัญหา
ความรู้มี..สติรู้…คู่ปัญญา
ไร้ปัญหา สติมา ปัญญามี

สะมะชาย
ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *