เมื่อผมโดนเซียนพระเครื่องยุคเก่ากล่าวหาว่าเป็นเจ้าลัทธิ (๒๔๘)

ผมไม่ได้ตั้งตนเป็น…เจ้าลัทธิด้านพระเครื่องฯ….เป็นเพียงผู้ให้ความรู้…ความคิด…ให้วิธีค้นคว้าหาความจริง แนะนำเพื่อนๆ ให้ค้นหาคำตอบแห่งความจริงให้ได้….คำถามและคำอธิบายของผมจึงทำเพื่อให้เพื่อนๆ ได้ฉุกคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ได้….สิ่งนี้ถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองอีกวิธีหนึ่ง
ผมไม่เคยบอกให้เชื่อผม…ไม่เคยบอกให้เคารพบทความที่ผมเขียนไว้มากมาย…ผมเพียงได้ “แสดงความจริง”….ในสิ่งที่ผมรู้…แสดงความรู้บนหลักฐานที่ผมมี…ที่ผมได้เห็น ได้รู้…..

ดังนั้น….บทความทุกเรื่องมันจึงเป็นเรื่องที่เขียนบนสัจธรรม…ผมไม่สามารถมโนเรื่องราวทั้งหมด ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องเดียวกันได้…ถ้าหากผมใช้ “ความเชื่อ” หรือผมใช้การคาดเดาในเรื่องที่ผมไม่รู้…..

คำอธิบายของผมจึงไม่ได้กระโดดข้ามความจริงตรงส่วนไหน?…..ผมอธิบายตามความจริงที่สิ่งนั้นเป็น อย่างเป็นขั้นเป็นตอน บนเหตุบนผลแห่งความจริงมาโดยตลอด

“ตรงไปตรงมาบนเหตุผล อธิบายบนความรู้ บนความจริงที่สิ่งนั้นเป็น..ทั้งนั้น”
สิ่งที่ผมให้ข้อคิด คำถาม คำตอบจากบทความ สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามเรื่องราวมาโดยตลอดก็คงจะเข้าใจ รับรู้ เรียนรู้ได้…เรื่องราวต่างๆ ที่ผมคาดการณ์อนาคต…มันก็จะเกิดตามมาจากบทความที่ผมเคยทวงถามมาแล้ว..นั้น

ผมไม่ใช่ “เจ้าลัทธิ” แต่เพื่อนๆ สามารถเรียนรู้บนความจริงได้ ทำความเข้าใจและรับฟังสิ่งที่ผมเขียนเตือนอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมได้…ถึงแม้จะไม่เชื่อและไม่จำเป็นต้องเชื่อผมก็ตาม

หลายคนมักจะให้ผมเอาพระมาแสดง ชี้จุด….มาสอนให้ดูเนื้อให้ดูพิมพ์…..ดูความใช่…ที่ผมรู้…..สิ่งนี้มันเป็นเรื่องของอนาคต…แต่…ถึงผมจะไม่ได้อธิบายในวันนี้…วันหน้า…คนรุ่นหลังที่ผมได้ถ่ายทอดความรู้ไป พวกเขาเหล่านั้นจะอธิบายความรู้ บนความจริงที่เขาได้เรียนรู้ไปได้…
ถึงผมยังไม่ได้แสดงว่าพระแท้ต้องเป็นอย่างไร?….ไม่ชี้จุดอะไร?…แต่ผมเชื่อว่า…หลายๆ คนคงได้เรียนรู้…และได้รู้จักว่า…”พระปลอม”

มีลักษณะอย่างไร?….เช่นมีกรอบกระจก…มีเส้นวาสนา มีขอบแบบขั้นบันได ฯลฯ….. สิ่งที่จะเกิดกับพระปลอมๆ ในยุคหลังๆ นี่เอง
เมื่อเรารู้ว่า…พระที่มีลักษณะแบบนั้นปลอม….อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้แล้วว่า….
“พระปลอม”…มันเป็นแบบนั้น…มันมีลักษณะนั้น…เราก็ห่างๆ ไว้ไม่สนใจได้

เราก็จะรู้ว่า…..คน ผู้คน เหล่าผู้คน ที่นำพระที่มีลักษณะนั้น…มาอธิบายให้ความรู้……เราก็พอจะมองเห็น….”ความไม่รู้” ถ่องแท้ของคนเหล่านั้น……บนเจตนาของเขาคืออะไร?…เพื่ออะไร?
เมื่อเรารู้ว่า…พระที่มีลักษณะแบบนั้น…..เป็นพระปลอม…..

ใคร กลุ่มใด…ชมรมใด หน่วยองค์กรไหน?…..ตัดสินพระแบบนั้นเป็นพระแท้……..เราก็จะมอง “พฤติกรรม…ความรู้แห่งเจตนา”….ของคนในกลุ่มนั้นได้…มองเห็นได้ รับรู้ได้ว่า…กลุ่มนั้นมีการ…..”ประกวดพระปลอมกัน” เล่นพระปลอมกัน…แม้เขา…จะอ้างเพื่อการอนุรักษ์ หรือ จะอ้างเพื่ออะไรก็ตาม

คนที่ด่าผม ทะเลาะกับผมก็ล้วนเป็นผู้เสียผลประโยชน์ จาก การให้ความรู้ของผม….ซึ่งถือว่า “เป็นเรื่องปกติธรรมดา” ของคนเหล่านั้น ไม่ถือสาหาความ เพราะวันนึงเขาจะรู้ถึงสิ่งที่ผมได้ทำ…เจตนาที่ผมได้ตักเตือน..นั้น
สิ่งที่ผมเตือนต่อไปนี้….เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

ให้รู้ไว้ว่า…คนที่พร่องความรู้….มักจะ “ชี้จุดอธิบาย” พระ ตำหนิพระฯ เนื้อหามวลสาร หรือ มักจะพูดเรื่องวนไปวนมาเกี่ยวกับเนื้อ เกี่ยวกับตำหนิพิมพ์พระฯ รวมถึง…เล่าเรื่องนิยาย นิทาน ตำนานเยอะ หรือ จะอ้างเนื้ออ้างพิมพ์เป็นหลัก….อ้างเรื่องเล่าเหล่าหลวงๆ ลวงโลกประกอบคำอธิบายให้ความรู้…..(สาเหตุที่เขาอ้างเหล่าหลวงๆ…เพราะเขาไม่เคยรู้ ไม่เคยตรวจสอบความจริงว่า….หลวงๆ มีตัวตนจริงหรือไม่?)….เล่าอ้างไปว่าคนเหล่านี้….

มีตัวตนจริง แกะแม่พิมพ์ให้สมเด็จพุฒาจารย์โต (ต่อให้มีตัวตนจริง..คำตอบพระแท้ไม่ได้อยู่ที่เรื่องเล่าใดๆ หากอยู่ที่องค์พระเองเป็นคำตอบ…แต่พวกเขาพาหลงทิศ หลงประเด็นที่จะนำสืบนำค้นหาความจริงแล้ว)

ให้ห่างๆ คนที่….อ้างว่า..สามารถดูพระฯ…แยกแยะพระได้ฯ….แบ่งพระเป็นยุคต้น ยุคกลาง ยุคปลาย….คนที่พูดแบบนี้… อธิบายมีคำเหล่านี้….ให้ห่างๆ ไว้ครับ….เพราะพระแท้ยังศึกษาไม่รู้เรื่อง….แต่ดันไปรู้ละเอียดเรื่องอื่นๆ……(คนพวกนี้ถนัดเล่านิทาน สร้างนิยาย ขายพระฯ). จะหาความจริง ความรู้เรื่อง”พระแท้ดูอย่างไร?” ไม่ได้เลย…..จ้องจะเล่านิทาน ตำนานให้ฟัง สุดท้ายก็อ้างหลวงๆ ลวงโลกก็เท่านั้น…….(ให้ห่างคนพวกนี้ไว้ พวกสร้างนิยายขายพระฯ)

คนหรือกลุ่มคน…ที่ใช้ “ใบรับรองการตรวจอายุพระฯ”……ไม่ว่าจะเป็นใบรับรองของ สทน. หรือจะอ้างว่า ตัวเองมีเครื่องมีความรู้ตรวจสอบได้…หรือ อ้างว่าต่างประเทศตรวจสอบได้…….

ยิ่งต้องห่างคนพวกนี้….ให้ไกลๆ เลยครับ เพราะคนพวกนี้….”รู้ทั้งรู้….ว่า ความสามารถของเครื่องตรวจสอบอายุฯ…ทำไม่ได้…ตรวจสอบไม่ได้…….แต่ก็ยัง “หลอกลวง” โกหกว่าสามารถทำได้…ตรวจสอบได้….(คนพวกนี้โกหกผู้คนแบบไม่น่าให้อภัย…และไม่สมควรสมควรให้อภัย….เพราะผิดซ้ำซาก….เตือนไม่ฟัง…ด่าทอ…หาเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ยึดผลประโยชน์เป็นหลัก…ใครจะฉิ..หาย..ไม่สนใจ)………..

คดีเรื่องการตรวจอายุพรฯนี้ กำลังตามติดคนพวกนี้…. ณ เวลาที่ผมกำลังเขียนบทความนี้

รวมถึง..พวกอ้างวิทยาศาสตร์อีกพวกหนึ่ง
พวกหยดน้ำยา ฟองฟู่ๆ แล้วรู้อายุพระฯ……ส่วนนี้ก็ให้ระวัง…..อ้างเป็นวิทยาศาสตร์เหมือนกัน…..อย่าไปหลงเชื่อคนพวกนี้….ฟองฟู่ๆ มันเป็นเรื่องธรรมดา…..ที่การเกิดปฏิกิริยาเคมีของสารได้…เป็นปกติ เช่น เราเอาไฮโดรเจนล้างแผลก็เกิดฟองฟู่ได้ เป็นเรื่องปกติ

สิ่งที่ไม่ปกติก็คือ….การได้มาของคำตอบเรื่อง….อายุพระฯ…คำนวณมาจากฐานคำนวณอะไร?
สิ่งนี้จึงต้องระวัง……(ความจริงเรื่องหนึ่ง…ความเป็นวิทยาศาสตร์เกิดปฏิกิริยาเป็นเรื่องหนึ่ง….มันจะไปเหมารวมให้…ต้องเป็นจริงอีกเรื่องหนึ่ง….ไม่ได้..) เราต้องแยกแยะให้ออกให้ได้ครับ..ความจริงความเชื่อ…ส่วนไหน?เป็นความจริง…ส่วนไหนเป็นความเชื่อ ต้องแยกให้ได้

คิดได้แค่นี้….สรุปให้ฟังดังนี้ว่า…ให้ห่างคนที่…”แสดงสิ่งเหล่านี้” เคยแสดงสิ่งเหล่านี้…เคยพูดสิ่งเหล่านี้…เคยใช้สิ่งเหล่านี้

พูดเรื่อง…หลวงๆ อ้างหลวงๆ…….พูดเรื่องยุคต้น ยุคกลาง ยุคปลาย

ชอบอ้างนิทาน นิยาย อ้างตำนาน การได้มาของพระฯ…เคยอยู่ที่ไหน? ใครครอบครอง?
หรือชอบอ้างว่าพระแท้ขายได้….พระแท้ประกวดฯ ได้….

ชี้จุดตำหนิพระฯ…(แม้จะเป็นพระแท้นำมาชี้จุดก็ตาม)..ไม่ต้องชี้ก็ดูออกอยู่แล้ว (แท้ปลอมไม่รู้)
เมื่ออธิบายเสร็จสรรพ….คนศึกษาก็จำไม่ได้อยู่ดี พระไม่มีฝาแฝด…นอกจากอธิบายพระปลอมโรงงานนั่นแหละ ถึงจะชี้จุดเรียนรู้แบบนั้นได้…….(คือคนรู้จริงย่อมจะไม่สอนไม่ชี้ให้เรียนรู้แบบนี้)…..เรียนไปก็ไม่รู้จบ….มันเยอะ…..เรียนรู้ไม่ได้….เอาไปใช้ปฏิบัติจริงไม่ได้นั่นเอง

พวกยึดเนื้อหามวลสารพระเป็นหลัก…..ขยายอธิบายละเอียดเรื่องเนื้อหามวลสาร ส่วนผสมมวลสาร คาดเดาเนื้อละเอียดๆ แบบนั้นได้
เนื้อกล้วย เนื้อก้นครก เนื้อกระยาสาร์ท เนื้อหินอ่อน เนื้อเกสร เนื้อข้าวสุกฯลฯ….(รู้ดีรู้ละเอียดเกิน แต่พอถามพระแท้ดูอย่างไร?….อธิบายไม่ได้?…..พอถามเนื้อก่อนพิมพ์เป็นอย่างไร?…อธิบายไม่ถูก?…..ตะกุกตะกัก…ไล่ความรู้ไปก็จะจน…ตอบไม่ได้…ตอบไม่กระจ่าง

ขยายความอธิบายเรื่องพิมพ์ทรง…เรื่องเกศทะลุซุ้ม..ขอบล่างฟันหนู….ชอบอ้างพิมพ์ใหม่…เป็นพิมพ์ใหม่….(แสดงว่าไม่เคยเห็นแม่พิมพ์ก็เลยอ้างเป็นแม่พิมพ์ใหม่ซะงั้น)…

พอถามเรื่องแม่พิมพ์….มีลักษณะอย่างไร?..ก็ตอบไม่ได้….ไปไม่เป็น….เลี่ยงประด็นถามข้ามประเด็นตอบไปซะงั้น….ตอบไม่ได้…เพราะไม่เคยเห็น..”แม่พิมพ์” ไม่รู้จักแม่พิมพ์….นั่นเอง

พวกอ้างธรรมชาติความเก่า….พระแท้เพราะธรรมชาติ อายุพระฯ…ไม่โกหก…ฯลฯ…..
บนความไม่รู้ว่า…ไม่สามารถควบคุมธรรมชาติได้…ความแตกต่างอยู่ที่การเก็บรักษาด้วยเป็นปัจจัยที่ทำให้เก่าไม่เก่า…ดูเก่าไม่เก่า….ดังนั้นการอธิบาย “ธรรมชาติ” เก่าไม่เก่า…เก่าไม่พอ..เก่าพอดี…..สิ่งเหล่านี้…เป็นข้ออ้างในการพิจารณา เป็นแค่พื้นฐานในการพิจารณาวัตถุใดๆ ก็ตามเท่านั้นเอง….ก็ให้มองดู ความอ้างรู้…ตรูเก่งเรื่องความเก่า…ด้วยเช่นกัน…มันตอบโจทย์แท้เท็จไม่ได้ครับ

เอาพระมีเส้นวาสนา มีกรอบกระจก ….มาแสดง…หรือ…มาอธิบายว่าเป็นพระแท้ คนพวกนี้เอาพระปลอมมาอธิบายให้แท้ๆ….ดูพระปลอม อธิบายพระปลอมให้เป็นพระแท้…..อธิบายถูกต้องทั้งเนื้อทั้งพิมพ์ทั้งความเก่า….แต่ตัวเองไม่รู้ว่า….กำลังอธิบายพระปลอมอยู่….ให้ห่างไว้ครับคนพวกนี้…..

ใช้ใบตรวจอายุพระฯ รับรองว่าเป็นพระแท้ (แม้จะเป็นของที่ไหนใน นอกประเทศก็ตาม)
เอาใบรับรองจาก สทน. เรื่องการตรวจอายุพระฯ….มาแสดง…มาใช้…ประกอบพระฯ….

พวกนี้ “ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และ ใช้เอกสารทางราชการปลอม” อย่างไม่เกรงกลัวกฏหมายใดๆ (พวกหมดหนทางที่จะหาทางยืนยันว่า…”พระปลอม” ของตัวเองแท้เพราะอะไร?…ทำยังงัยจะให้พระปลอมเหล่านั้นเป็นพระแท้ได้…ก็เลยใช้วิธีนี้กัน)…..ให้เพื่อนจำและไล่ดู…คนไหน?..กลุ่มไหน?…พวกไหน?…ใช้ใบรับรองพวกนี้บ้าง…ให้ “กากบาท” ได้เลยครับ..

นี่คือคำแนะนำ….บนความหวังดีและจริงใจ…ที่ให้ห่างๆ คนเหล่านี้ไว้…ครับเพื่อนๆ…. อย่างน้อยก็ไม่เจ็บตัว…หรือทำให้…”ตัดสินใจ” เลือกคบคน เลือกเข้ากลุ่มกันง่ายขึ้น
เลือกทาง…ที่จะห่างๆ คนพวกนี้…เว้นระยะมองดูคนเหล่านี้….ด้วยท่าทีที่สุขุมรอบคอบยิ่งขึ้น

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ….

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *