เซียนพระเครื่องรู้ไม่จริง ชอบอ้างคนรู้ไม่พูด คนพูดไม่รู้? (๒๕๐)


การให้ความรู้ การแสดงความรู้ เพื่อให้เกิดเรียนรู้ ผู้ให้ความรู้แต่ละคนย่อมรู้…ตนรู้อะไร?…ตนรู้อย่างไร?….แสดงเหตุผลตามความเชื่อของตน ของคนอื่น หรือ แสดงเหตุผลบนความจริงที่ถูกต้อง บนเหตุบนผลของความจริงที่เขารู้

ในฐานะ…”คนที่ศึกษาหาความรู้”…ก็ต้องรับฟัง แล้วค่อยๆ ไล่ความรู้ ของข้อมูลที่ อาจารย์แต่ละคนให้ความรู้ลงมา….แล้วแยกแยะ วิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นให้ได้ว่า…เป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือ เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

การเรียนรู้บนเหตุผลย่อมให้คำตอบได้ การวิเคราะห์แยกแยะได้ก็จะทำให้เรารู้ความจริงได้
ใครรู้ ไม่รู้…ใครถูกต้อง…ไม่ถูกต้อง ……. ก็เพราะได้มีการแสดงความรู้…..ก็เพราะแต่ละคนได้พูด ได้อธิบายให้ความรู้นั้น….(ไม่ใช่แต่ละคนก็เงียบงำ….ครอบงำ…อึมครึม…แล้วคนที่เรียนรู้ไม่ได้ก็ไปสรุปว่า เขารู้ คนรู้ ไม่พูด)………ขำขำครับ…..

ถ้า…คนรู้…ไม่พูด…..
ไม่ชี้แจงว่าอะไรถูกต้อง อะไรไม่ถูกต้อง ไม่บอกไม่สอน ไม่อธิบายความรู้ให้คนเข้าใจให้รับรู้..ให้ตรวจสอบความรู้เขา ว่าเขา “มีความรู้ถูกต้องจริง หรือ ไม่มีความรู้อะไรที่จะพูดได้”

คนอื่นที่นับถือ….อาจจะคิดว่า เหตุที่เขารู้…เขาจึงไม่อยากพูด ..เขาไม่อยากให้ความรู้ หรือ หวงวิชา ที่เขารู้….(ให้เครดิตเขาว่า….“คนรู้?…ไม่พูด”..)

“เขาไม่แสดงความรู้กันง่ายๆ หรอก”…….แก้ตัวแทนพวก “คนรู้..ไม่พูด”..ซะงั้น?.ซึ่งอาจจะหมายตัวเขาเองด้วย ที่เป็น หรืออยู่ในวังวน….”คนรู้…ไม่พูด”
ถ้า….คนรู้….พูด

แสดงความรู้ ของเขา แยกแยะให้เห็นว่า…อะไรถูก อะไรผิด ให้รู้จักการเรียนรู้ คิด วิเคราะห์ แยกแยะบนเหตุผลให้ข้อมูลตามความจริงที่สิ่งนั้นเป็น….บนข้อมูลที่ถูกต้อง….ให้เรียนรู้กันได้

กลับโดนด่า….หาว่าพล่าม อวดเก่ง ..เพราะเป็นความรู้ที่แตกต่าง…บนความขัดแย้งกับความรู้เดิมของตน ของพวกตน พวกเขาก็จะชวนทะเลาะเบาะแว้ง หาเหตุชวนทะเลาะบน “ความไม่รู้” ของตัวเอง โดยไม่พิจารณาเหตุผลใดๆ ที่คนที่รู้ได้นำเสนอ นำแสดงนั้น แล้วก็มักจะอ้างว่า…”คนรู้ไม่พูด….คนพูดมักไม่รู้”…นั่นเอง

หากเราจะวิเคราะห์..คำกล่าวที่ว่า…คนรู้…ไม่พูด
ไม่สอน ไม่แสดงความรู้ นิ่งเงียบเฉย……ไม่ตอบคำถามอะไร?….

มันมีสองกรณี ดังต่อไปนี้
กรณีแรกคือ…… เขาเป็นพวกคนใจแคบ ขาดเมตตาในการแบ่งปันความรู้…ไม่อยากให้ความรู้แก่คนอื่น เห็นแก่ตัว ที่จะเก็บงำความรู้นั้นไว้……พอตายไป..คนรุ่นหลังที่ “ไม่รู้” ไม่เคยได้ยินเขาพูด ไม่เคยได้รู้ว่าเขารู้อะไร?….ไม่เคยได้รับความรู้อะไร?…..ก็จะบอกว่า…

อาจารย์ไม่สอนอะไร?….ตายไปกับความรู้ของตัวเอง………
คนพูดก็ไม่รู้อะไร?…ว่าอาจารย์ตัวเอง “รู้จริง หรือ ไม่รู้จริง”….แต่พูดไว้แบบนี้
กรณีที่สองคือ….ไม่มีความรู้ที่ถูกต้องอะไร?…เลยไม่รู้จะพูดอะไร?…ไม่มีอะไร? จะสอนจะอธิบายให้ความรู้ได้ เพราะตัวเองก็ไม่รู้อะไร?…พร่องความรู้มาเหมือนกัน…ยิ่งพูดมาก…คนยิ่งจะมองเห็นความผิด จับผิด จับพิรุธความไม่รู้ ความสู่รู้ อวดรู้ ตั้งตนเป็นผู้รู้ตรูชำนาญฯ นั้นได้

ส่วนใหญ่ “คนรู้..ไม่พูด” ในวงการพระเครื่องที่เป็นเซียนใหญ่ กรรมการใหญ่ มักจะไม่พูด
สาเหตุที่ไม่พูด…..ก็จะเป็นกรณีที่สองมากกว่า….ยิ่งพูดมาก…คนยิ่งจับผิดได้มาก..
ยิ่งพูดมาก ยิ่งแสดงความไม่รู้จริงออกมามาก….. จึงเลี่ยงที่จะไม่พูด ไม่อธิบายขยายความ

วางตัวนิ่งๆ เลี่ยงประเด็นถามข้ามประเด็นตอบไปเรื่อยๆ….เพื่อแสดงให้เห็นว่า รู้แต่ ไม่พูด…
ให้คนอื่นเคารพในความนิ่ง…หรือ..เปลี่ยนเรื่องเล่าให้ฟังในเรื่องอื่นที่ไม่ได้ถาม…เพราะตอบเรื่องที่ถามนั้นไม่ได้…..(เพื่อให้คนถาม…ตีความหมายกันเอาเอง ถึงไม่ตอบแต่ก็ยังเชื่อว่าเขารู้..เขามีความรู้แต่เขาไม่ตอบคำถามนั้นนั่นเอง)…

สังเกตดูว่า คนที่พูด…ไม่รู้อะไร?…ก็มักจะไม่มีคำอธิบายอะไร?….
ดูอย่างคนเริ่มศึกษาเป็นต้น แต่เขาก็ยังตอบว่า…”ไม่ทราบครับ…ไม่รู้ครับ”……
แต่ในขณะที่ “พวกคน(อ้าง) รู้ ไม่พูด”…..กลับเข้าใจไปคนอย่าง?……คิดไปตรงข้ามกัน?

คนเหล่านี้ก็จะตอบได้ไม่แตกต่างกัน “บนความไม่รู้ จึงไม่ตอบ เพราะตอบไม่ได้ ไม่รู้นั่นเอง”
มักจะ เลี่ยงประเด็นถาม ข้ามประเด็นตอบ….ออกทะเลไป เพื่อไม่ตอบในเรื่องที่ตนเองก็ไม่รู้…ไม่รู้จะอธิบายให้คนถามเข้าใจได้อย่างไร?…ไม่รู้จะอธิบายให้คนถามเรียนรู้…บนความไม่รู้เหมือนกันนั้นได้อย่างไร?….เพราะยิ่งอธิบาย ก็ยิ่งมึนงง….ยิ่งสับสนจับต้นชนปลายไม่ได้ทั้งคนอธิบายและคนฟัง…..พากันหลงทางกันไปใหญ่……กลับกลายเป็น…แสดงความไม่รู้….พร่องความรู้เสียมากกว่า….(คนรู้…ไม่พูด)….555

แล้วเราก็ให้เกียรติคน “(อ้าง) รู้ แต่ไม่พูด”
เหล่าคนที่เห็นแก่ตัวไม่พูด ไม่สอน กลับได้รับการยกย่องให้เป็นผู้รู้ ผู้ชำนาญการ เป็นครูบาอาจารย์….สังคมวงการนี้ฯ…..มันล้วนกลับตาลปัตรกันไปหมดแล้ว…หรืออย่างไร?….

เข้าใจผิด ก็คิดกันใหม่ครับ…..เจ้านาย
คนที่มี “ผลประโยชน์ร่วม”…..ก็มักจะอ้างความเคารพนับถือ ในความนิ่ง ในความเห็นแก่ตัว ในความ “พร่อง” ความรู้ เพราะต่างคนต่างล้วนได้ประโยชน์จาก “ความไม่รู้ของอาจารย์ตน…ของตนและคนอื่น” ปล่อยให้มึนงงแบบเดิม…ก็ดีอยู่แล้วนั่นเอง

การเรียนรู้ เพื่อรู้….ทุกคนมีแต่ได้กับได้…เรียนรู้ได้เกิดปัญญาได้
จะมีคนที่เสียผลประโยชน์…กลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์..จากความรู้

ก็มักจะแสดงอาการโกรธกริ้วใส่…คนให้ความรู้….คนที่มีความรู้ที่ขัดแย้งกับตน กับกลุ่มตน
โดยไม่ได้ดูเหตุผล…ไม่สนความรู้อะไร?…..มองแค่….ผลประโยชน์จริงๆ

ถ้ามีความรู้เกิดขึ้น….
คนรู้…พูด….สอนให้ความรู้
ความเชื่อที่ตัวเขาเอง ความรู้ผิดๆ ที่กลุ่มตัวเอง…ยึดถือไว้….ก็จะถูกเปลี่ยนแปลงไป…ทำให้ตน กลุ่มตนเสียผลประโยชน์….จึงรับ…”ความจริง” ไม่ได้นั่นเอง

“…คนรู้…ไม่พูด….คนพูด…ไม่รู้”….คำอ้างนี้…มันฝังอยู่ใน “สังคมวงการพระเครื่องมานาน”
อ้างเพื่อรักษาปกป้องผลประโยชน์ของตนมิให้คนอื่นตรวจสอบความ “ไม่รู้”ของตนของกลุ่มตนได้ โดยเฉพาะผู้พูดคำนี้…..อ้างคำเหล่านี้….มักมีผลประโยชน์จากคำพูดนี้…..ก็แค่นั้นเอง

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ….(วันนี้วันพระ วันอาสาฬหะบูชา คิดดี ทำดี พูดดีกันครับ)

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *