การหาความรู้และการนำไปใช้ประโยชน์ (๒๖๖)


“ความรู้” เป็นส่ิงสำคัญยิ่ง ทุกคนอยากที่จะมี “ความรู้” เพราะความรู้ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ เกิดทักษะความชำนาญการ และ เกิดความฉลาด เกิดความสามารถ “รู้” กลายเป็น “ผู้รู้” ได้หากมีความรู้ถูกต้องอย่างถ่องแท้

“ความรู้” จึงแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ
คือ “ความรู้ที่เกิดจากความเชื่อ กับ ความรู้ที่เกิดจากความจริง”

ความรู้ที่เกิดจากความเชื่อนั้น…เป็นความรู้ที่เกิดจาก..การคาดเดา คาดการณ์ คาดคะเน ของคนแต่ละคนที่จะ “คาดเดา คาดการ คาดคะเน สิ่งต่างๆ บนความรู้สึกของเขาเอง ที่เขามีความ “รู้สึก” อย่างไร? ต่อสิ่งที่เขาเห็น สิ่งที่เขาสัมผัสอยู่…นั่นเอง

ความรู้บนความเชื่อนี้ … ผู้เรียนรู้แม้จะเรียนรู้มากมายเท่าไรก็ตาม ย่อมจะไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องถ่องแท้ได้เลย ต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ เอื้อประกอบให้ได้มาซึ่ง “คำตอบบนความเชื่อนั้น” หรือหากคาดเดาเรื่องราวใดๆ ที่เป็นปัจจัยอื่นประกอบความเชื่อ และการคาดเดานั้น

ไม่ถูกต้อง..บกพร่อง…ผิดพลาด….ย่อมส่งผลให้การนำ “ความรู้” ประเภทนี้ไปใช้ ไม่เกิดผลดีกลับส่งผลเสียได้ หาได้เกิดประโยชน์อะไรไม่? รังแต่จะก่อโทษจากการคาดเดาที่ผิดพลาดนั้น

ผู้เขียนจะสรุป “การเรียนรู้บนความเชื่อ”……ให้ง่ายๆ ก็คือ
“เรียนรู้มากมาย..ก็ไม่ได้อะไรเลย..บนความไม่รู้นั้น”

รวมถึงไม่สามารถนำ “ความรู้บนความเชื่อ”..ไปใช้อะไรให้เกิดประโยชน์เป็นชิ้นเป็นอันได้
และในขณะเดียวกัน การถ่ายทอดความรู้บนความเชื่อของตน การให้ความรู้บนความไม่รู้แจ้งชัดเจนของตน ย่อมส่งผลเสียไปสู่ “การรับรู้” ของคนอื่นได้ บนความเข้าใจผิดคิดเองเออเองนั้น (สิ่งนี้เป็นส่ิงอันตราย เป็นการให้ความรู้ที่ “ไม่รู้” บนความไม่รู้จริงนั้น) ย่อมส่งผลเสียต่อส่วนรวม ในกรณีที่ผู้เรียนรู้ ที่มีความอ่อนไหวทางความคิด (คิดไม่ทัน วิเคราะห์ความเชื่อไม่ได้) ย่อมถูกครอบงำ ย่อมตกเป็นเหยื่อกับ “อวิชชา” ที่เขาซึมซับเอาไปนั้น

ความรู้บนความจริง….ความรู้ประเภทนี้ จะมีเหตุผลบนหลักการที่ถูกต้อง เข้าใจระบบ เล็งเห็นผลที่จะเกิดของการใช้ “ความรู้” อย่างเป็นระบบได้ การอธิบายหลักที่มาที่ไป เหล่านี้ย่อมชัดเจนแม่นยำ บน “ความรู้ที่เกิดจากปัญญาโดยแท้จริง” ผลของการยึดความจริงเป็นหลัก คำตอบที่ได้ การนำไปใช้ ย่อมถูกต้องถ่องแท้อย่างชัดเจน ทั้งในระดับผู้เรียนรู้ ผู้ปฏิบัติ…หรือแม้แต่การนำหลักการเอาไปใช้ได้ ต่อยอดได้ ทำให้เกิดการพัฒนา “ความรู้ ทักษะฯลฯ” อื่นๆ ตามมามากมาย

ผู้เขียนจะสรุป “การเรียนรู้บนความจริง”….ให้ง่ายๆ ก็คือ
“ยิ่งเรียนยิ่งรู้ ยิ่งเกิดปัญญาจากการเรียนรู้ และสามารถนำไปใช้ปฏิบัติงานได้จริง”

ผู้เรียนรู้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ใช้ความรู้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้
รู้เท่าทันเหตุการณ์ แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที บนความรู้ความสามารถจากการเรียนรู้นั้นได้

การเรียนรู้ “บนความเชื่อกับการเรียนรู้บนความจริง”
จริงอยู่แม้แต่ละฝ่ายจะ…มี…เหตุผลประกอบ

แต่ในขณะเดียวกัน….เหตุผลของความเชื่อก็เกิดจากความเชื่อ ย่อมมีเหตุที่ไม่ส่งผล.. หรือ..ไม่สมเหตุสมผล บนความเชื่อนั่นเอง หรือ เหตุผลบนความเชื่อจะขัดแย้งกันเอง ไม่สนับสนุนกันและกัน (คือข้อมูลมันโกหกกันเอง หักล้างกันเอง ขัดแย้งกันเอง ยิ่งเรียนรู้ไปยิ่งมึนงงไป)

สุดท้ายผู้เรียนรู้ไม่ได้อะไร? จากการเรียนรู้ บนเหตุผลที่ “ไม่สมประกอบ” สับสน พิกลพิการทางความคิด ของเหล่าบรรดาผู้ยึดเอา “ความเชื่อ” เป็นสรณะ ทั้งหลายเหล่านั้น

การเรียนรู้บนความจริง จึงเป็นทางออกของปัญหาทั้งมวล….(วิชชา)…
เป็นการเรียนรู้บนเหตุบนผลแห่งความจริง ตามความเป็นจริงที่สิ่งนั้นเป็น

บนเหตุผลสนับสนุนกันไปมาอย่างเป็นระบบ เรียนรู้ได้อย่างเป็นขั้นตอนเพื่อให้เกิดความรู้เกิดความความเข้าใจ เกิดความชำนาญการได้อย่างแท้จริง
สรุปง่ายๆ คือ “จงเรียนรู้บนความจริงที่สิ่งนั้นเป็น เคารพในความจริงนั้น”

เรียนรู้คู่ปัญญา แล้วใช้ ปัญญานั้น แก้ปัญหา พัฒนาความรู้ พัฒนาตน พัฒนาองค์กรได้

เลิกเชื่อคนอื่น หันมาศึกษาเรียนรู้เพื่อจะเชื่อตัวเองกันเถอะ…
อย่านับถือคนอื่น อย่ายึดคนอื่นเป็นหลัก โดยขาดการตรวจสอบความรู้บนความจริง ของเขา

จงเลือกที่จะเรียนรู้บนความถูกต้องเพื่อยึดตัวเองเป็นหลัก..
เพื่อจะเชื่อตัวเองได้อย่างยั่งยืน กันเถอะ
ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *