วิธีพิจารณาพระสมเด็จ เรียนจากครู ความรู้คู่ปัญญา ๒ (๒๗๙)


วันนี้มี….ครูสอนพระเครื่องฯ ท่านหนึ่ง ไปขอเป็นเพื่อนผม
โดยปกติผมก็จะต้องดู ตรวจดูรายละเอียด ทั้งหมดของผู้ขอเป็นเพื่อนก่อน
ก่อนรับเป็นเพื่อนอยู่แล้ว …

จากไทม์ไลน์ของท่านผู้นั้นผมได้เห็น…วิธีพิจารณาพระสมเด็จฯ ท่านสอนวิธีดูพระสมเด็จฯ ด้วยการไลฟ์สดซึ่งปรากฏอยู่หลายคลิปที่ไทม์ไลน์….ผมมองเห็นความความรู้ที่ท่านให้ไว้
ก็เลยแวะทักทาย สนทนากัน ก่อนจะรับเป็นเพื่อนกัน…(มองทัศนคติเพื่อนหน่ะครับ)

เมื่ออ่านเสร็จเพื่อนๆ จะเห็นว่า…การพูดคุยเป็นไปด้วยดี…เรียนรู้ได้ ก็เลยได้สำเนาคำสนทนาออกมาจากกล่องข้อความที่ “ครู” ได้แลกเปลี่ยนคำถามคำตอบกัน เป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ได้เรียนรู้…ไม่ได้มีเจตนาอันใด จึงไม่ได้เอ่ยนามท่านคู่สนทนาด้วย เพียงแต่อยากให้เพื่อนๆ ได้มองเห็น “ครู”.. ความเป็น “ครู” เท่านั้น (ไม่ทะเลาะกันแลกเปลี่ยนความรู้กัน)
จากนั้นก็มีการทักทายกันดังนี้ครับ

……………………………………………………..

📷 การที่เราจะสอนอธิบายอะไร?…เราต้องมีความรู้อย่างดีพอ..การให้ความรู้ เราก็ต้องมีความรู้ถูกต้องอย่างดีพอ…มีความรู้ที่ถูกต้องดีพอเช่นกัน… ถ้าเราอธิบายความเชื่อ…ก็จะได้แค่คนที่เชื่อ… แต่จะไม่ได้คนที่รู้…กลายเป็นเราได้คนเชื่อ (เรา) เพิ่มขึ้น… มีความเชื่อเหมือนเราแบบเราเพิ่มขึ้น

แม้แต่เราจะให้ความรู้จริง ก็ตาม… หากเราเอง….รู้..หรือ รู้ไม่ถ่องแท้…สุดท้ายก็จะกลายเป็นปัญหา..สร้างปัญหาใหม่เกิดขึ้นตามมาได้…จากความรู้ที่ไม่ถ่องแท้นั้นเช่นกัน

ผมได้ฟังคำอธิบายให้ความรู้ของท่านแล้ว.. มีข้อคิดให้ท่านค้นหาคำตอบว่า..ส่วนที่ท่านว่า มีนั้น…เกิดขึ้นได้อย่างไร?…ตอนไหน?… การมีอยู่และการไม่มีอยู่…คนฟังจะเชื่อหรือไม่เชื่อ…เราก็ไม่จำเป็นต้องบอกให้เขาเชื่อหรือรับฟัง..ต้องเชื่อเรา…

หากเป็นที่ข้อมูลที่เป็นความจริง…เป็นข้อเท็จจริงต่างหากที่เราจะนำพาให้เกิดความรู้บนความจริงที่สิ่งนั้นเป็นได้…ไม่ใช่ให้เชื่อเรา ให้ฟังเราให้เชื่อผมต้องฟังผม…ทุกคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ… เราจะหวังดีหรือไม่หวังดี… เขาจะรู้หรือไม่รู้….เราก็ไม่จำเป็น..ต้องแนะนำให้เชื่อหรือไม่เชื่อเรา
การเป็นผู้รู้จริง..ต้องถ่องแท้…ต้องรู้ให้หมด…ตอบโจทย์ให้ได้ทุกอย่าง?…จากความรู้นั้นได้ …บนคำอธิบายนั้นได้ แต่ถ้าหากยังไม่รู้…ไม่ถ่องแท้เพียงพอ…ก็จะเกิดผลเสียกับการให้ความรู้ไปเปล่าๆ..นั่นเอง…

ปัญหาทั้งหมดที่….เผชิญกันในวันนี้…ไม่ใช่เกิดจาก…ความรู้จริงถ่องแท้
แต่มันเกิดจาก…ความรู้บนความเชื่อ..(ต้องเชื่อผม)….นั่นเอง…
ตราบใดถ้าเรายังไม่ถ่องแท้ดีพอ
เราเองก็อาจจะเป็นผู้สร้าง “ปัญหา”…ใหม่ขึ้นเอาไว้เช่นกัน….นั่นเอง
📷 ขอบคุณครับผมยินดีรับคำติชมครับยังมีเรื่องที่ต้องรู้อีกเยอะครับ…
📷 คำอธิบายต้องมีประกอบให้ความรู้ด้วย โดยทั้งหมดต้องวางอยู่บนความจริง… ความจริงต้องอธิบายได้ครับ…สิ่งที่ผมกังวลทุกครั้งก็คือ การให้ความรู้…ของผู้ให้ความรู้…คือ…ถ้าความรู้ของผู้ให้ความรู้ไม่ถ่องแท้แล้ว..มันจะเกิดปัญหาตามมาเยอะครับ
📷 มันจะกลายเป็น “อวิชชา”… ที่แปลว่า “ไม่รู้” หรือ รู้มาอย่างไม่ดีพอ มันก็จะไปก่อ…”อวิชชาตัวใหม่”..บนความคาดเดา บนความเชื่อได้อย่างต่อเนื่อง…ต่อไปเรื่อยๆ นั่นเอง
📷 ถ้าเป็นความเกียวกับประว้ติพระสมเด็จไม่มีใครรู้แท้ครับ

📷 คนให้ความรู้…จึงเป็นความหวังของทุกคนที่จะต้องการคำตอบ…ตัวเราเองก็ต้องการคำตอบ…คำตอบที่เราเองก็ “ยังไม่รู้”..เหมือนกันยังมีอยู่มากมาย…ยังไม่รู้ว่ามันจะถูกต้องไหม?….(สิ่งนี้เอง….การให้ความรู้ที่ถูกต้อง….จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก)
📷 เป็นจิตนากราแต่ละคน
📷 จินตนาการ ส่วนหนึ่งเป็นส่ิงดี… แต่จะแตกต่างจากการให้ความรู้… เพราะการให้ความรู้…การอธิบายเรื่องความรู้…ต้องสามารถแสดง พิสูจน์..ให้ผู้คนเห็นได้..เรียนรู้สัมผัสได้
มิใช่ให้ผู้คนที่เรียนรู้……นึกตาม..คิดตาม ส่ิงที่เราจินตนาการไว้ นั่นคือความแตกต่างครับ
จินตนาการ…ก่อให้เกิดความรู้ได้ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ จนสามารถค้นหาความรู้ได้ เมื่อเกิดเป็นความรู้แล้ว….นั่นคือความจริงแล้ว
ดังนั้นการอธิบายความรู้…บนความจริง….ก็จึงมีความแตกต่างกันด้วย…ด้วยการแสดงความรู้ ด้วยการอธิบายด้วยความรู้จริงนั้นด้วยเช่นกัน…การอธิบายที่เราเชื่อว่าเป็นความรู้โดยให้คนอื่นจินตนาการ นั่นคือข้อเสีย เช่นกัน..

คนอื่น…รวมถึงเหล่าผู้คนที่ไม่รู้เหมือนกับที่เราจินตนาการไว้
มันจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ…ครับ
เพราะหากว่า..คนเชื่อเรา…ก็จะเอาไป…จินตนาการต่อ…ซึ่งเขาก็ไม่กระจ่างว่าจินตนาการของครู ของเขาเหมือนกันไหม?…นั่นเอง…

หากแต่เขาก็มีความเชื่อว่า…เขาก็จินตนาการเหมือนกันกับครูได้…
แล้วหากว่าเขา…หลงในวน….อยู่จินตนาการนั้น แล้วนำไปใช้….จินตนการบนความเชื่อของตน ขยายความจินตนการบนความเชื่อต่อไป…สู่คนอื่น สู่ผู้คนอื่น

อันตรายครับทุกวันนี้…จินตนาการด้วยการเล่า ด้วยการสอน อธิบายชี้จุด…บนความเชื่อ… เหล่านี้เอง ที่เป็นปัญหากันอยู่…ที่ผู้คนไม่รู้ได้ เรียนรู้..เรียนรู้ไม่ได้…มันหาทางเรียนรู้ หาทางจบไม่ได้ 12:54
📷 ขอบคุณนะครับผมไม่ใช้นักวิชาการผมชื่อยู่ย่างเดียวธรรมชาติทีไม่เคยโกหกใครนอกนั้นไม่เชื่อขอขอบคุณนะครับกับคำแนะนำดีๆคุณมีหลักการแต่ผมมีหลักของธรรมชาติมันละสายครับขอโทษนะครับ ผมใช้เชียนแต่ผมเคารพท่าพุธจาร์โตผมพิมยไม่เก่งแค่นี้พอนะครับครับ…ยินดีครับ…
📷 ธรรมชาติของพระฯ แต่ละองค์ก็ไม่เหมือนกัน…มันไม่ใช่คำตอบที่จะชี้ชัดฟันธงได้อยู่แล้วครับ…ความเชื่อของเรา…เชื่อว่า..ธรรมชาติไม่โกหก…ในขณะที่ความจริงแล้ว…ธรรมชาติ..ที่ไม่เหมือนกันนั่นแหละ..คือปัญหา..ครับ เราเชื่อว่าใช่ เราก็สอนไปตามความเชื่อแบบนั้น…อันตรายเช่นกัน.. คนอื่นก็พลอยอันตรายไปด้วย ฝากข้อคิดไว้ครับ
📷 ผมไม่คิดว่าให้ใครมาเชื่อผมๆแค่เล่าและบอกให้พิจารณาดูตามความเป็นจริง ผมไม่ได้บังคับ ในะครับผมเชื่อว่าทุกคนทีเามาฟังผมเขามีความรู้สติปัณญาครับ คุณย่าไปดูถูกคนอืนเขาทุกคนมีความรู้ความสมารถครับโลกเรามาไกลแล้วครับเขาแยกแยะออกครับ เข้าใจนะครับ
📷 ใช่..ทุกคนมีความรู้สามารถรู้ดีแล้ว..ผมเองก็ไม่เคยบอกให้ใครเชื่อในสิ่งที่ผมพูดเช่นกัน… การให้ความรู้ บนจินตนาการและความเชื่อของเรา ยึดส่ิงที่เราเชื่อ “ธรรมชาติความเก่าไม่โกหก”…..สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันเป็นความเชื่อ มีแค่ตัวเราเท่านั้นที่…”เข้าใจ รับรู้ รู้ความรู้สึกที่เรานึกคิด จินตนาการบนความเชื่อได้คนเดียว”….ผมไม่ได้บอกว่าท่านสอนผิด…เพียงแต่..มองเห็นความรู้ที่ท่านได้สอนและได้…ส่งผ่าน..ไปยังคนอื่น…มันผิดปกติ…เท่านั้นเองครับ…ให้ท่านฉุกคิด…”ความรู้” ที่จะถ่ายทอดเท่านั้น
📷 ครับผมขอบพระคุณครับผมจะพิจารนาในสิ่งที่คุณได้แนะนำครับ
📷 ด้วยความยินดีครับ
สิ้นสุดการสนทนาผ่านแชทพิมพ์ข้อความ…

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *