พระแท้ ต้องแท้ที่อายุ ต้องมีความเก่า มีลักษณะของความเก่า? (๒๘๑)


พระแท้ แท้เพราะอายุ ผมเห็นมีการพูดถึงประเด็นนี้กันมานานแล้ว ผมเองก็เคยปะทะกับ “ตัวการต้นคิด” คนนี้มานานมากแล้ว คนที่ชอบบิดเบือน ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นได้อย่างเนียน “เป็นคน……ที่ไม่มีที่ติ” ผลกรรมจากการกระทำก็คงจะติดตามมาในเวลาอันใกล้นี้เช่นกัน
การได้มาซึ่ง “ค่าอายุฯ” ของพระ เขามีวิธีคิดอย่างไร?…..ความจริงคืออะไร?
“ค่าอายุฯของพระฯ” โดยเขาจะอ้างว่า

(๑). “…..มีการตรวจอายุด้วยรังสี ในเมืองนอกถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อมีการทำในเมืองไทยกลับมีปัญหา….”

(๒). “…ขอให้มีการพิสูจน์โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมดู ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน จนถึงชั้นอัยการ ก็ไม่ได้รับความสนใจ บอกว่าเป็นไปไม่ได้…”

(๓). “….เพราะมีสถานที่แห่งหนึ่ง (สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ) อ้างว่า เครื่องสำหรับหาค่าอายุระบบ C14 มีอยู่ที่นั่นที่เดียวในประเทศไทย…ที่อื่นไม่สามารถมีได้…เป็นข้อมูลในการส่งฟ้อง”
(๔). “….เมื่อเรื่องดำเนินการมาถึงจุดนี้ อีกไม่นานก็จะปรากฏให้เห็นว่า…การหาค่าอายุในระบบคาร์บอนด์กัมมันตภาพรังสี C14 ตามทฤษฎี MMR ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ Cobalt 60 มายุ่งเกี่ยว…”
“….ในอนาคต ทุกท่านที่มีความพร้อม อาจจะสามารถตรวจอายุ (พระฯ) ด้วยตัวเองได้…”
“….ใครจะสามารถชี้เก๊ – แท้ ด้วยกล้อง 10x หรือบอกว่าฉันเคยเห็นมาแล้ว ว่าแบบนี้น่าจะแท้ ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถชี้บอกได้ ก็คงไม่มีใครฟัง จนกว่าจะหาค่าอายุจากเครื่องมือก่อน…”
========================================================
การตรวจหาค่าอายุพระฯ เพื่อจะได้คำตอบว่า…”พระแท้แท้ที่อายุ” เรามาแยกวิธีพิจารณากันก่อนว่า…”พระแท้แท้ที่อายุฯ” ได้หรือไม่? มีประเด็นสาระสำคัญอะไร?…ที่ผู้กล่าวเรื่องนี้ต้องการสื่อบอกกับคนทั่วไป
อายุพระฯ ไม่สามารถตรวจสอบได้ (สทน.ออกมายืนยันว่า วัตถุที่มีอายุต่ำกว่าสองร้อยปีไม่สามารถทำการตรวจสอบค่าอายุได้)

ผู้เขียนเองพบว่า….การตรวจสอบอายุพระฯ ไม่สามารถทำได้…เนื่องจากสิ่งที่จะตรวจสอบอายุได้นั้นจะต้องสามารถสะสมคาร์บอนด์ในตัวมันเองได้…ประกอบด้วยวัสดุเหล่านี้
คือ…กระดูก….ผ้า….ไม้….กระดาษ (จะเห็นว่ามันมีชีวิตเดียว)

(คือวัสดุนั้น…มันต้องเคยมีชีวิตมาก่อน มีชีวิตที่จะสามารถสะสมคาร์บอนด์ในตัวเองได้)….แต่เนื่องจากมวลสารของพระสมเด็จฯ..หรือพระเครื่องฯ…เป็นมวลสารผสมต่างๆ มากมาย….จริงอยู่อาจจะเคยมีชีวิตมาก่อนก็ได้…เช่นปูนเปลือกหอย (ก็อาจจะอายุเป็นพันปี)….เช่นคราบไคลเสมาก็มีอายุเป็นร้อยๆ ปีหรือหลายร้อยปีก่อนทำการขูดเก็บผสม….รวมถึงน้ำอ้อย…น้ำมันจันทน์…หรือแม้กระทั่งเถ้าธูป ดอกไม้แห้ง…ฯลฯ…ซึ่งสิ่งของแต่ละอย่าง…มีอายุไม่เท่ากัน…
มีการสะสมคาร์บอนด์ไม่เท่ากันอยู่เป็นทุนเดิม……..ในกรณีถ้าการตรวจอายุวัตถุทำได้จริง….
ค่าอายุก็จะออกมาเป็นค่าเฉลี่ย….แน่นอนมวลสารที่มีมากก็ย่อมได้ค่าอายุมากไปด้วย…เช่นเปลือกหอยซึ่งเกิดหลายร้อยปี…หรือเป็นพันปี (สุสานหอยพันปี)…ค่าที่ได้ย่อมเป็นพันปีเป็นต้น
หรือ ส่วนผสมมีกระดูกไดโนเสาร์ผสมอยู่…ผลของค่าอายุที่ได้ก็จะเป็นล้านปีเช่นกัน

การตรวจหาค่าอายุฯ…จึงไม่ใช่…คำตอบ..
เราจะไม่ได้คำตอบค่าอายุของ…วัน..เดือน..ปี…ที่ผลิตได้
แต่เราจะได้ อายุของ…มวลสารที่เอามาผสม…มวลสารที่เผาแล้วได้ค่าผลลัพธ์จากคาร์บอนด์นั้นต่างหาก….ดังนั้น…การตรวจหาค่าอายุ…แล้วจะได้ตัวเลขออกมา 120 ปี 147 ปี นั้น…
เป็นเรื่องโกหกหลอกลวง…โดยสิ้นเชิง…(เพราะไม่มีทางที่จะเฉลี่ยค่าอายุมวลสารแต่ละตัวที่ไม่เท่ากันนั้นได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ได้..อีกทั้ง..อายุที่ต่ำกว่าสองร้อยปีไม่สามารถตรวจสอบได้จากคำยืนยันของ สทน. นั่นเอง)

เมื่อตรวจสอบค่าอายุฯ ไม่สามารถทำได้….พระแท้แท้ที่อายุฯ…..มันจึงเป็นเรื่องอุปโลกป์…เพื่อสร้างภาพหลอกลวงผู้คนที่ขาดความรู้ความเข้าใจนั่นเอง…โดยคนพวกนี้ คนกลุ่มนี้ ล้วนมีผลประโยชน์ร่วมกันจากการกระทำแบบนี้ เข้าข่ายหลอกลวงประชาชนอยู่แล้วนั่นเอง….(รวมหัวกัน ส่วนจะมีใครบ้าง? ก็ดูๆ กันเอาเองครับ)

ถัดจากนี้ผมจะถกประเด็น…ต่างๆ ที่เจ้าลัทธินี้ได้เขียนขึ้นไว้ เพื่อ “หาผลประโยชน์” ได้ต่อไปในทางถนัดของตนนั้น…ตามวงเล็บ..ที่ผมแยกคิดพิจารณาให้เห็น “คำลวงโลก” นั้น ดังต่อไปนี้
(๑). “…..มีการตรวจอายุด้วยรังสี ในเมืองนอกถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อมีการทำในเมืองไทยกลับมีปัญหา….”

สมชาย: การใช้รังสี กัมมันตภาพรังสีในเมืองไทย มีกฏหมายคุมเข้มเรื่องนี้ ที่ห้ามบุคคลมีเครื่องนี้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ ปราศจากการควบคุมจาก “เจ้าหน้าที่ของรัฐ”…รายละเอียดเป็นกฏหมายอยู่ในพระราชกิจจานุเบกษาฯ
(๒). “…ขอให้มีการพิสูจน์โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมดู ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน จนถึงชั้นอัยการ ก็ไม่ได้รับความสนใจ บอกว่าเป็นไปไม่ได้…”
พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาอื่นในเรื่องทุจริตได้บังอาจหลอกลวง…นาย…..ผู้เสียหายและประชาชนทั่วไปด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรจะบอกให้แจ้งแก่ประชาชนทั่วไป
(ส่วนนี้ผมไม่ได้โพสต์นำแสดง แต่เจ้าตัว (ผู้ต้องหา) โพสต์แสดงมาหน้าเฟส)
มันเป็นข้อหาหลอกลวง…แสดงข้อความอันเป็นเท็จ…ปกปิดความจริง
จากนั้น..เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลเรื่องเครื่องตรวจอายุ…ที่เขาไม่สามารถครอบครองได้…แต่บอกว่ามีอยู่จริง…..พนักงานสอบสวนจึงมี การแจ้งความเพิ่มเติม “ฉ้อโกงประชาชน” ให้อีกกระทงหนึ่งในเวลาต่อมา
สมชาย: การที่พนักงานสอบสวนจนถึงชั้นอัยการ ไม่ได้สนใจ…ก็ให้ย้อนไปดูคำตอบ (๑)…..เครื่องไม่มี…ถ้ามีต้องอยู่ในการควบคุมของ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (จะแถไปไหน?) มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จะมีใครจะครอบครองเครื่องที่มีกัมมันตภาพรังสี…โดยง่าย
แม้แต่ “ทันตแพทย์” ที่จะใช้เครื่องนี้เอกซเรย์ฟัน ยังไม่สามารถครอบครองได้เลย

(๓). “….เพราะมีสถานที่แห่งหนึ่ง (สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ) ได้อ้างว่า เครื่องสำหรับหาค่าอายุระบบ C14 มีอยู่ที่นั่นที่เดียวในประเทศไทย…ที่อื่นไม่สามารถมีได้…เป็นข้อมูลในการส่งฟ้อง”
สมชาย: สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ใช้และมีอำนาจในการควบคุม (อ่านสิ่งที่ผมแนบมาให้เข้าใจนะ) แล้วจะถึงบางอ้อ…จะได้ไม่แสดงความโอ่…อวดอ้าง…มั่วๆ ให้อับอายขายหน้าตัวเอง

(๔). “….เมื่อเรื่องดำเนินการมาถึงจุดนี้ อีกไม่นานก็จะปรากฏให้เห็นว่า…การหาค่าอายุในระบบคาร์บอนด์กัมมันตภาพรังสี C14 ตามทฤษฎี MMR ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ Cobalt 60 มายุ่งเกี่ยว…”
“….ในอนาคต ทุกท่านที่มีความพร้อม อาจจะสามารถตรวจอายุ (พระฯ) ด้วยตัวเองได้…”
สมชาย: การที่จะมีใครสักคนครอบครองเครื่องที่มีกัมมันตภาพรังสีคงไม่สามารถทำได้โดยง่าย…การขออนุญาตจากหน่วยงานของรัฐที่เข้ามาควบคุมมากมาย….(ไม่เหมือน…เครื่องถ่ายเอกสารโดยทั่วไป…ที่ใครก็ซื้อได้….เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า? กำลังโกหกอะไรหรือเปล่า?)

อ่านพระราชกิจจานุเบกษา…ฉบับนี้กันครับ
แล้วอาจจะทำให้เพื่อนๆ ได้เห็นพฤติกรรมรวมถึงเจตนาของคนบางคน บางกลุ่มได้ชัดเจนครับ
http://www.ocpb.go.th/download/pdf/201059.pdf

เมื่อเครื่องมือฯ .ในการตรวจอายุพระฯ
…ไม่มีคุณสมบัติที่ตรวจสอบอายุฯ ได้ (ในกรณีที่วัสดุชิ้นงานต่ำกว่าสองร้อยปี/วัสดุผสมตามที่ สทน.ได้ออกมาแจ้งเตือน)

เมื่อเครื่องนี้มีกัมมันตภาพรังสี….
ต้องอยู่ในการควบคุมเข้มงวด บุคคลใดจะครอบครองได้….โดยไม่ง่าย…การจะขายเฟรนไชน์เครื่องมือ และวิธีคำนวณค่าอายุฯ……ให้กับผู้สนใจคนอื่น ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ให้กับคนต้นคิด (ยี่สิบล้านบาท พร้อมสอน)

มัน….ก็คงเป็นเรื่องที่…”ไม่ธรรมดา”…..
มัน….ก็คงเป็นเรื่องที่…”คนธรรมดาทำไม่ได้”…
มัน….ก็คงเป็นเรื่องที่…”คนธรรมดาคงคิด…..ไม่ได้”…
มัน….ก็คงเป็นเรื่องที่…”คนธรรมดาคงคิดไม่ทันในกลอุบายนั้น”

หวังว่าเพื่อนๆ คงได้ข้อสรุปจากเรื่องนี้….
เพื่อนๆ ก็คงได้รับความรู้กันไปบ้างนะครับ….
คงไม่นานนี้ (เดือนมีนาคม ๖๑) ก็จะมีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ใครจะอยู่ใครจะไป ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร? กรรมใดใครก่อก็รับกรรมนั้นกันไป
ผมแค่อยากให้ทุกคนได้เรียนรู้ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นบทเรียนที่เรียนรู้ได้

“สิ่งใดเป็นความดีให้ทำไว้…สิ่งใดที่เป็นความชั่วให้ละเสีย
ยุคนี้สมัยนี้…กรรมมันติดจรวด…”

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *