อยากดูพระเป็นต้องเริ่มต้นศึกษาพระเครื่องอย่างไร (๒๘๕)


การเรียนรู้พระเครื่องเป็นเรื่องง่ายๆ…เราต้องหลักการวิธีดังต่อไปนี้

ประการแรก ต้องแยกความเชื่อ กับความจริงออกจากกันให้ได้
เราสามารถแยกได้ด้วยการ “เอาความจริงเข้าไปจับข้อมูลในส่วนนั้นๆ”
ประการที่สอง แยกความรู้..ที่ได้รับมาเหล่านั้นให้ได้ว่า

เป็น ความรู้บนความเชื่อ ของคนที่เชื่อแบบนั้น…หรือ
เป็น ความรู้บนความจริง บนความจริงที่สิ่งนั้นเป็น

ประการที่สาม แยกความรู้..ที่ได้รับมาเหล่านั้นย่อยไปให้ได้อีกว่า
ข้อมูลที่เป็น ความรู้บนความจริงนั้น เป็น ความจริง เกี่ยวกับเรื่องอะไร
เช่น ความรู้พื้นฐานทั่วไปเช่น

๑. ความรู้ เกี่ยวกับเนื้อหามวลสาร ส่วนผสมของพระฯ ก็แยกย่อยไปอีกว่า
ควรมีส่วนผสมอะไรบ้าง?…น่าจะมีส่วนผสมอะไรบ้าง?…(ความรู้แบบนี้ส่วนใหญ่จะใช้การคาดเดา ใช้การคาดการ ใช้การคาดคะเนว่าในส่วนผสมต่างๆ เหล่านั้นมีอะไรบ้าง?…”เป็นความรู้ที่มีความเชื่อผสมอยู่มากมาย จากคนที่คิดว่า เชื่อว่า น่าจะ …ที่มีความเชื่อกันแบบนั้น”)

และ…การเรียนรู้เรื่องส่วนผสมของมวลสารแบบนี้ก็เป็นเพียงแค่ พื้นฐานของความรู้ที่ไม่ได้สำคัญมากมายอะไร?….เพราะไม่ได้ตอบโจทย์ที่จะนำพาไปสู่คำตอบเรื่อง “แท้หรือเท็จได้” เรียนรู้เพื่อรู้ เพื่อรับรู้ไว้ก็พอ (อย่าจ้องมองแบบละเอียด รู้แบบละเอียด รู้จนอธิบายได้อย่างละเอียด โดยไม่มองภาพรวมก่อน “เช่นกรณีพระมีกรอบกระจก ล้วนเป็นพระถอดพิมพ์แล้วเป็นพระปลอมที่สร้างในยุคหลังแล้ว กลับมองเบื้องต้นไม่ออก เอามาอธิบายให้แท้อย่างละเอียด
เป็นต้น)…

คนที่เรียนรู้แบบละเอียดแบบนี้…สุดท้ายก็หาคำตอบว่าแท้เท็จ สรุปแบบฟันธงไม่ได้” นั่นเอง …..ทำได้แค่ อวดอุตริรู้ อธิบายเก่ง สร้างภาพรู้ดูเป็น…ก็แค่นั้นครับ

๒.ความรู้ เกี่ยวกับพิมพ์ทรงองค์พระฯ การเรียนรู้เรื่องพิมพ์ทรงองค์พระฯ
ก็เป็นการเรียนรู้เรื่องพื้นฐานเช่นกัน…มีการนำพระมาชี้จุดอธิบายได้อย่างละเอียด ซอกเล็กซอกน้อย จุดเล็กจุดน้อย จุดจ่ายตังค์ จุดลับซับซ้อนได้อย่างละเอียดละออ….(การอธิบายชี้จุดบบนี้ได้แสดงว่าพระฯ จะต้องสร้างด้วยระบบโรงงาน ที่มีการควบคุมกระบวนการผลิตได้ทั้งระบบแล้ว ตำหนิต่างๆ จึงเกิดขึ้นได้เหมือนกันได้นั่นเอง)….

ผู้คน ผู้ที่อ้างรู้ตรูชำนาญการเหล่านี้…..ข้ามความรู้บนความจริงไปในการให้ความรู้เช่นนั้น
โดยที่เขา…..ลืมนึกถึงกระบวนการผลิตที่เป็นกรรมวิธีทำด้วยมือ…ไม่สามารถควบคุมการเกิดหรือไม่เกิดของจุดลับซับซ้อน จุดตายจุดจ่ายตังค์ทั้งหลายแหล่ได้….การอธิบายด้วยวิธีชี้จุดแบบนี้…กำหนดจุดตายจ่ายตังค์ไว้แบบนี้…โดยไม่รู้..โดยพร่องความรู้…โดยลืมนึกถึงความเป็นจริงที่สิ่งนั้นเป็นแบบนี้…..

นั่นแสดงให้เห็นถึง “ความรู้คู่ความจริง” ของคนคนนั้น ของคนเหล่านั้น ของคนพวกนั้น ของพวกสู่รู้ดูเก่งทั้งหลายเหล่านั้น….นั่นเอง (ขาดทักษะความรู้บนพื้นฐานของ “ความจริงที่สิ่งนั้นเป็น”…เมื่อคน เหล่าผู้คนได้เรียนรู้แบบนั้น ก็ย่อมหลงทางไปตามนั้น เชื่อไปตามการครอบงำตามความรู้บนความเชื่อ ของเขาเหล่านั้นไป

๓.ความรู้ เกี่ยวกับคราบ รัก รา ฯลฯ ที่ปรากฏอยู่ที่องค์พระฯ การเรียนรู้เรื่องนี้ ก็เป็นเพียงแค่พื้นฐานของความรู้เช่นกัน มีการอธิบายคราบ รัก รา ฯลฯ เข้ามาประกอบ ความรู้ส่วนนี้ก็เป็นความรู้ที่ห่างไกลที่จะให้คำตอบเรื่อง “แท้เท็จ” ได้ เพราะเป็นส่วนที่เกิดขึ้นภายหลัง ไม่สามารถควบคุม “ให้มี ให้เห็น ให้เป็น ให้ปรากฏเหมือนกันได้ในทุกองค์” การเรียนรู้วิธีเหล่านี้…ก็แค่รับรู้ไว้ก็พอ “รู้ไว้ใช่ว่า” ก็พอ แต่ไม่ใช่เอาเป็นเอาตายแท้เพราะรัก แท้เพราะรา แท้เพราะคราบกรุฯ …. คนที่อ้างว่าแท้ด้วยเหตุเหล่านี้ ถือว่า “พร่องความรู้”…

ที่ไปกำหนดสิ่งเหล่านี้ให้เป็นมาตรฐานในการพิจารณา เนื่องจากความแตกต่างของ…”การเกิดแห่งเหตุควบคุมไม่ได้” นั่นเอง ดังนั้นการจะเป็นผู้รู้ ผู้ชำนาญการในส่วนนี้….จึงเป็นความรู้ความชำนาญการที่ไม่สามารถจะแยกแยะ “พระแท้พระปลอมได้เลย”….พวกคนเหล่านี้ก็จะพาผู้คนหลงทางไปกับการค้นหา คราบกรุ ค้นหารา ค้นหารัก ค้นหาทองคำเปลว….

อธิบายสิ่งเหล่านี้อย่างละเอียดที่มาที่ไป..กลายเป็นผู้ชำนาญการด้านรัก ด้านรา ด้านคราบ ด้านทองคำเปลวไป….(ไม่ได้ชำนาญเรื่องพระเครื่องฯ เราต้องแยกคนเหล่านี้ให้ออกด้วยว่า…เขาชำนาญการด้านอะไร?..ความรู้บนความจริงที่เขากำลังอธิบายนั้น…เขาให้ความรู้บนความจริงเรื่องอะไร?)

๓. ความรู้ เกี่ยวกับการตรวจอายุพระฯ การอ้างว่ามีการตรวจสอบอายุพระฯ ได้ เมื่อตรวจสอบพระมีอายุฯ ได้ใกล้เคียงกับปีที่สร้างแล้ว ย่อมเป็นพระแท้ที่ทันยุคที่สมเด็จโตฯ ได้สร้างไว้…..

คน ผู้คน เหล่าผู้คนที่อ้างกระบวนการวิทยาศาสตร์เรื่องการตรวจอายุฯ ทั้งหมดทั้งสิ้น ณ เพลานี้ ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ห่างๆ คนเหล่านี้ คนที่พูดเรื่องเหล่านี้ คนกลุ่มคนที่อ้างสามารถตรวจสอบอายุพระเครื่องฯ ได้เหล่านี้ครับ

เพราะว่า ณ เพลานี้ ยังไม่มีเครื่องมือใดๆ ในโลกที่สามารถ “ตรวจสอบอายุพระเครื่องฯ ได้อย่างถูกต้อง” หมายความว่า
เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ณ เพลานี้….”ไม่มีคุณสมบัติที่จะตรวจสอบอายุพระเครื่องฯ ได้” การที่ผู้ใด กลุ่มคนกลุ่มใด….อ้างเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องการตรวจสอบอายุพระเครื่องฯ ด้วยกระบวนการเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ได้….

คนเหล่านี้ “ล้วนหลอกลวง” ตั้งตน ตั้งกลุ่ม หลอกลวงประชาชน ว่าเครื่องมือของเขาสามารถทำได้ มีความสามารถคำนวณอายุได้..ให้ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีได้เลยครับ….

ให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบได้ครับ (และ ณ เพลานี้ ก็มีคน กลุ่มคน โดยแจ้งข้อนี้กันแล้วนะครับ อยู่ในระหว่าง……ครับ) ความคืบหน้าก็จะปรากฏต่อไป
ประการที่สี่ แยกความรู้บนความจริงที่เราได้รับมา ออกเป็นส่วนๆ ทีละส่วน

พิจารณาเหตุผลในแต่ละส่วนๆ เหล่านั้น เพื่อค้นหา “สาระสำคัญ แก่นสำคัญ” อันที่จะนำไปสู่คำตอบแท้เท็จให้ได้ ว่า
ยังพอมี “วิธีการอย่างอื่นหรือไม่?”….ที่จะสามารถค้นหาความรู้เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ

แล้วนำมาซึ่งคำตอบ ที่จะ “แยกพระแท้ออกจากพระปลอม” ให้ได้ ลองค้นหาวิธีการใหม่ๆ ดูครับ เพราะที่ผ่านมา “เราเรียนรู้อยู่บนความเชื่อ มีแต่คนให้ความรู้บนความเชื่อ เราจึงหาคำตอบไม่เจอ” เราถูกครอบงำความรู้บนความเชื่อ ณ เพลานี้จึง “เรียนรู้กันไม่ได้ ..ได้แต่คลำๆ…หาคำตอบไม่เจอ และไม่มีคำตอบดีดีจาก “พวกสู่รู้ ดูเก่ง เบ่งกร่าง อ้างอวด สวดพระฯ” ที่ตั้งตนให้ความรู้ ตั้งตนเป็นเซียนได้เลย

ประการที่ห้า
เมื่อเรียนรู้ ค้นหาความจริง ตรวจสอบคำตอบได้รู้ จนแน่ชัดแล้วว่า…ยอมรับได้แล้วว่า…
สิ่งที่เราเคยเรียนรู้ที่ผ่านมานั้น “เป็นความเชื่อ” เสียเป็นส่วนใหญ่….

สิ่งที่เราเคยเรียนรู้ที่ผ่านมานั้น “เป็นความรู้ในเรื่องพื้นฐาน เป็นความรู้ในเรื่องทั่วไป” เป็นส่วนใหญ่….ก็ยังไม่สามารถได้คำตอบอะไรที่ “ถูกต้องถ่องแท้ที่จะสามารถยึดเป็นหลักในการเรียนรู้ได้…” ก็ขอแนะนำว่า….เมื่อตัวเราเองรู้เช่นนั้น…เราก็ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

“ค้นหาผู้รู้ ค้นหาคนรู้จริง” เพื่อให้เขานำทาง…
โดยเราอาจจะต้องปรับเปลี่ยน ละทิ้ง ความเชื่อเดิม ปรับเปลี่ยนความรู้มาตรฐานที่ผิดๆ เดิม เพื่อให้ “แก้วน้ำแห่งความรู้ของตน” ว่างเปล่า?
โยนตำราเก่าๆ ที่ไม่มีทางออกทิ้งไปเสีย เพราะผ่านมาหลายสิบปี..ยังไม่มีทางออก

จาก “ความเชื่อที่คนเขียนตำราเดิมๆ เคยเชื่อเคยให้ความรู้บนความเชื่อของเขาไว้”
เทน้ำ “ความรู้บนความเชื่อคน บนความเชื่อใคร? บนความเชื่อตำรา”..
เพื่อหาคนรู้ที่จะแนะนำทางออกใหม่ให้….ให้เจอ…เพื่อ “เร่ิมต้นนับหนึ่งเรียนรู้กันใหม่”

ส่วนพระเครื่องที่เคยซื้อไว้ เช่าหาไว้ ครอบครองอยู่……
หากไม่มั่นใจทิศทางจะยืนหยัดว่าแท้ได้ หลังจากเรียนรู้ได้
ขอแนะนำให้ “คืนพระฯ เหล่านั้น กันไปก่อน”
คืนพระไปแล้วเริ่มเก็บสะสมใหม่ให้ถูกทางก็ยังไม่สาย

“คืนพระก่อนที่จะ…คืนไม่ได้” ใบรับประกันพระแท้ฯ ต่างๆ อาจจะใช้ไม่ได้…เพราะ
การตัดสินที่ผ่านมา ล้วนใช้ “ความเชื่อ” เชื่อใจ ให้เครดิตกรรมการ ในการตัดสิน บนความรู้ที่ไม่ถูกต้องของเขาเหล่านั้น…..ก็ได้

“คืนได้ให้รีบคืน ก่อนที่จะหาที่คืน…ไม่เจอ
คืนได้ก็ให้รีบคืน ก่อนที่จะหา “คนรับประกันแท้”….ไม่เจอ”
คืนได้ก็ให้รีบคืน ก่อนที่จะหาผู้รับผิดชอบทั้งหมด..ไม่เจอ”…….

เพราะหากมีการรับประกันไว้ ก็ “ให้รีบๆ คืนไวไวครับ” ก่อนที่
“ความรู้ บนความจริง” จะ…ปรากฏตัวให้เรียนรู้ใหม่กัน
แล้วความรู้ใหม่นั้น…สามารถใช้ตรวจสอบพระแท้เท็จกันได้ในอนาคต

จะหา “ตัว” คนรับรองพระแท้ คนรับประกันพระแท้ ไม่เจอ
จะหา “กลุ่ม แก็งค์ ก๊วน” ที่…ออกรับรองพระแท้มาตรฐาน มาตรฐานสากล “หายตัว” แบบไร้ร่องรอย แบบมีปาฏิหาริย์กันไปหมด นั่นเอง…….

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *