สถาบันการศึกษาด้านพระเครื่องมีมาตรฐานหรือไม่ (๒๙๐)


เนื่องจากระยะหลังนี้…เกิดเหตุการณ์ที่วงการศึกษาของรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องกับวงการพระเครื่องฯ ในการสอนให้ความรู้ พร้อมทั้งออกใบรับรองการเรียนรู้ได้ ช่วงแรกก็เป็นของสถาบันการศึกษานอกโรงเรียน ที่ได้รับอนุญาตให้ “คน หรือ คณะบุคคลก็ดี”…เปิดสอนการเรียนรู้เรื่องพระเครื่องฯ ให้กับคน รวมถึงผู้สนใจทั่วไป เหตุผลและข้ออ้างคือ….(๑)

“ต้องการให้ความรู้กับผู้สนใจในการเรียนรู้สะสมพระเครื่อง”

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเห็นมีระดับ “ปัญญาชน” คนมีการศึกษา จะใช้การเรียนการสอนในนามของมหาวิทยาลัยของรัฐเกิดขึ้น บนเหตุผลและข้ออ้างคือ….(๒)

“ต้องการสร้างบุคลากรทางด้านพระเครื่องฯ”….
หากเรามองที่เหตุผล บนเจตนาในการสร้างความรู้ สร้างบุคลากรทางด้านพระเครื่องฯ ขึ้นมา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เกิดการพัฒนาวงการพระเครื่องฯ เรื่องนี้ผมสนับสนุนเต็มที่ครับ อยากให้มีการสอนการให้ความรู้ เกิดการเรียนรู้ในหมู่ผู้คนที่สนใจทั่วไปทุกระดับชั้น
เมื่อหลายวันก่อนก็ได้มีคอมเม้นท์ในกระดานของเพื่อนท่านหนึ่งเช่นกัน…ใน “สิ่งที่จะเกิดตามมาจากการให้ความรู้เรื่องพระเครื่องนั้น”….มันจะเกิดอะไรตามมา จะเกิดปัญหาอะไรตามมาถัดจากนี้ ในการเรียนรู้นั้น
ก่อนที่เราจะเรียนรู้เรื่องอะไรๆ ก็ตาม
เบื้องต้นเราต้องควรรู้เรื่องอะไรบ้าง? ในการที่เราจะเรียนรู้พระเครื่องแต่ละประเภท
ที่เราสนใจ ตรงหน้า เราควรแยกแยะอะไร…ออกเป็นส่วนๆ ในการเรียนรู้บ้าง?
ความรู้ขั้นพื้นฐาน
(๑) ประวัติของพระประเภทต่างๆ นั้น สถานที่ ชื่อพิมพ์พระ จังหวัดฯลฯ…ส่วนนี้เพื่อเอาไว้พูดคุยกันจะได้รู้เรื่องในการสนทนากับคนอื่นในกรณีที่ไม่มีภาพประกอบ

(๒) เรียนรู้เรื่องพิมพ์ทรงองค์พระฯ ลักษณะเนื้อของพระฯ ที่นำมาใช้ทำ…รวมถึงสิ่งประกอบ อื่นๆ เช่น คราบ รา รัก ความเก่าฯลฯ เป็นต้น
ความรู้พื้นฐานเหล่านี้….เรียนรู้เองได้….ค้นหาประวัติ ค้นหาตำราเก่าๆ ศึกษาเองได้…

(๓) ความรู้ของผู้สอน ผู้ให้ความรู้ ว่ามีความรู้ในการให้ความรู้อย่างไร?…เพราะเรื่องนี้สำคัญมากครับ อย่างน้อยเราต้องมีการตรวจสอบความรู้ของครูผู้สอนให้ได้ว่า..มีความรู้ ความชำนาญการเรื่องอะไร..สำคัญและจำเป็นไหม? ยกตัวอย่างเช่น
ชำนาญการในเรื่องอะไร?…..เราก็ต้องแยกแยะออกไปอีกเช่น
ชำนาญการเรื่องเนื้อ
ชำนาญการเรื่องพิมพ์
ชำนาญการเรื่องคราบ
ชำนาญการเรื่องรา รัก
ชำนาญการด้านการขาย มีชื่อเสียงในการขาย
ชำนาญการด้านประวัติศาสตร์ ยุคของพระฯ…เป็นต้น
ความรู้ต่างๆ ที่ผมยกตัวอย่างมานั้น..มันเป็นความรู้แค่พื้นฐานของการเรียนรู้….หากผู้สอนเรียนรู้มาแบบนี้…รู้แค่นี้…ก็สามารถสอนให้เรียนรู้กันได้แค่พื้นฐานของความรู้เท่านั้น…ไม่สามารถที่จะใช้ความรู้พื้นฐานเหล่านี้เพื่อแยกแยะ หรือ ใช้ในการตัดสินความเป็นพระแท้เท็จได้เลย…ทำไม? ผมแสดงความรู้ไว้แบบนี้…
ความรู้ความชำนาญการ ของผู้อ้างรู้ตรูชำนาญการที่ผมกล่าวมาข้างต้นนั้น
…นั่นเป็นการเรียนรู้มาจาก “พื้นฐานทั่วไป”…
ความรู้ความเข้าใจที่ได้เรียนรู้มานั้น…”อาจจะเป็นความรู้ที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ได้”…..แต่ถึงแม้ว่าจะ เป็นความรู้ที่ถูกต้อง ความรู้นั้นก็เป็นความรู้แค่ “ความรู้พื้นฐาน”….เท่านั้น
การเรียนรู้แบบนั้น ไม่สามารถแยกแยะพระปลอมที่มีมากมายเกลื่อนกลาดในปัจจุบันได้เลย
ปัญหามันจะเกิดตรงที่…
ผู้ให้ความรู้ ผู้สอน ผู้อุปโลกป์ตนเป็นรู้…แล้วใช้ความรู้ที่ไม่รู้จริงนั้น..ในการสอน
…….สิ่งนี้แหละอันตรายที่สุด……

จะเกิดอะไรขึ้น…”ถ้าเขาไม่มีความรู้จริง เอาพระปลอมมาสอน เอาพระปลอมมาแสดงโชว์”
จะเกิดอะไรขึ้น…”ถ้าสถาบันก็ไม่มีความรู้ ต้องอาศัยความรู้ของคนเหล่านั้นในการให้ความรู้”
จะเกิดอะไรขึ้น…”ในอนาคตลูกหลาน หรือคนทั่วไปก็จะเรียนรู้แต่พระปลอม รู้จักแต่พระปลอมโดยมีสถาบันรับรองความรู้ มีมหาวิทยาลัยให้ใบรับรองความรู้”….

หรือแม้แต่….อาจจะมีการซื้อขายพระเครื่องฯ..เอาชื่อเสียงของ “สถาบัน” มาการันตีความแท้ (ของพระปลอม) ก็ย่อมได้”…ฯลฯ….ยังมีเรื่องตามมาอีกมายที่วางอยู่บนผลประโยชน์..ที่
ทับซ้อน ที่ “สถาบันอาจจะมองไม่เห็น”…ดังนั้น..ผู้ที่เกียวข้องในสถาบัน….ไม่ควรใช้ความเชื่อ “คนต้นคิด” ที่เขาวางหมากไว้โดยใช้สถาบัน อ้างชื่อเสียงสถาบันในการแสวงหาผลประโยชน์นั้นก็ได้ครับ….(เราอาจจะรู้ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมนั้น ศึกษาให้ดีครับ จะได้ไม่มีข้อครหาตามมาว่า…ท่านมีเอี่ยวในการใช้สถาบันเป็นเครื่องมือฯ ในการแสวงหาผลประโยชน์ในอนาคตได้)
คิดผิดคิดใหม่…เพราะผมไปเห็นหน้ากระดานพระฯ แล้วสลบครับ…จึงขอฝากเตือนผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายในกรณีเช่นนี้…..ต่อไปในอนาคตอาจจะมีการ “จัดประกวดพระเครื่องในนาม สถาบัน”..ใช้ชื่อสถาบันที่ทรงเกียรติที่น่าเชื่อถือ ไปรับรองพระเก๋ๆ เหล่านั้นก็ได้ครับ (ผลประโยชน์บนความไม่รู้ที่จะตามมา)
ขอเตือนเหล่าบรรดาผู้สอน ที่มีส่วนสำคัญและจำเป็นในการถ่ายทอดวิชา
การให้ความรู้…ผู้ให้ความรู้ต้องรู้ตัวเองด้วยว่า..ให้ความรู้บนความเชื่อหรือเปล่า?…เพราะถ้าคนเหล่าผู้คนได้เรียนรู้กันไปบนความเชื่อก็ย่อมไม่เกิดความรู้จริงแต่อย่างใด….คนเหล่านั้นกลายเป็นแมงเม่าบินเข้า…สถาบันกันไป…ไร้ความรู้ที่ถูกต้องนั่นเอง…

ผมติเพื่อก่อ…เพราะมองเห็น…สิ่งที่จะตามมาบนความไม่รู้ บนความพร่องความรู้ บนความขาดความรู้จริงของผู้สอน ผู้อุปโลกป์ตนเป็นคนรู้ทั้งหลายเหล่านั้น……..จะสร้างความหายนะพระเครื่องฯ​ มากกว่าที่เป็น

การเรียนรู้จะยิ่งถูกยกเป็นข้ออ้างฯ…บนความไม่รู้จริง ขาดความถ่องแท้ของข้อมูลที่ถูกต้อง ของความรู้บนความเชื่อของผู้สอนที่ “พร่องความรู้เอาพระปลอมมาสอนกันนั้น”….
ชื่อเสียงของสถาบัน…อันทรงเกียรติ…อาจจะหมดสภาพเพียงแค่ข้ามวันก็ได้ครับ…..อันตรายต่อชื่อเสียงสถาบัน (สอนพระปลอม)…เอาความรู้ปลอมๆ มาสอน……ก็ได้ น่าเป็นห่วงครับ……

ยังงัยก็ฝากให้ ผู้ที่เกี่ยวข้อง…ให้ตระหนักในเรื่องนี้ให้ดีดี….ตรวจสอบความรู้ ตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการให้ถูกต้องก่อน ค้นหาผู้สอนที่มีความรู้ที่ถูกต้องให้ดีก่อนก็ยังไม่สายครับ….มิเช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์ที่ผมคาดคะเน (ไม่เคยผิด) อย่างแน่นอนครับ…
ผมจะยกตัวอย่าง…เรื่องนึงครับ….(วันนั้นผมไปซื้อของที่ห้างแห่งหนึ่ง เผอิญน้องในเฟสที่ติดตามบทความผมแวะไปหาผมเพื่อขอความรู้ ชื่อ “Jogasia Ali” ผมก็ให้ความรู้ไปบางส่วน
จากนั้น เราก็เดินลงบันไดเลื่อนลงมา ก็พบว่า…

“…มีชมรมพระเครื่องฯ ตั้งอยู่ที่นั่น…เลยแวะเฉี่ยวเข้าไปชม…”
พบว่ามีการเปิดสอนวิธีดูพระสมเด็จฯ มีห้องเรียนถัดไปทางด้านขวาอยู่ด้วย …เผอิญผมเห็นมี “ตราสัญลักษณ์” ของ “กศน.” การศึกษานอกโรงเรียนรับรองความรู้ให้ด้วย เมื่อสำเร็จหลักสูตรการเรียนรู้..ของสถาบันแห่งนั้น

ผมเองก็แปลกใจว่า “เขาจะสอนอะไรกันบ้าง?”…เลยเลียบเคียงถามคุย ภายในสถานที่นั้น
ก็มีตู้พระอยู่หลายตู้ด้านซ้ายมือ…ด้านขวาเป็นห้องเรียน เมื่อมีการเรียนการสอนที่ห้องนั้น

(สมชาย)….“ค่าเรียนรู้เท่าไร? เรียนรู้กี่ครั้ง? การจะจบได้ใบประกาศทำอย่างไร?”…..
(คนเชลียร์)….ค่าลงทะเบียนสองพันต่อท่าน เรียนครั้งเดียว จากนั้นให้ผู้เรียนรู้ไปทำการบ้านด้วยการเสาะหาพระแท้ตามที่ได้เรียนรู้ไปแล้วนั้น ไปส่ง…ถ้าผ่านก็จะให้ใบประกาศแบบนี้ กศน.รับรอง…
(สมชาย)….“ได้ใบรับรองหลักสูตรนี้แล้ว เราเอาไปทำอะไรได้บ้างครับ”
(คนเชลียร์)….“…ครับ… ก็เอาไปยืนยันว่าเราได้เรียนรู้มาแล้ว มีความรู้ด้านนี้แล้ว รับรองว่าคุณจะสามารถได้พระสมเด็จฯ แท้ๆ เจ็ดในสิบองค์ คุณหาเองได้จากตลาดไหนก็ได้…”
ผมมองพระในตู้ของคน “เชียร์เรียน”…..
มองพระสมเด็จฯ ในตู้…. นึกอยู่ในใจอดขำไม่ได้…..
เพราะเมื่อคนเรียนเสร็จออกจากห้องเรียนมา…ก็สามารถจับพระฯ ไปส่งเป็นการบ้านได้เลย
ถ้าจับได้แท้สามองค์แล้วจะออกใบประกาศให้ฯ…ฮ่าฮ่าฮ่า….

อืม..ม์…ผู้เรียนรู้ก็ไม่ต้องไปจับพระสมเด็จที่ไหนไกล?…ครับ
ออกมาก็จับหน้าตู้นี่ก็เยอะแยะหมดเลย….รับรองจบหลักสูตรได้ในวันเดียว….
พระแบบนี้…สอนกันแบบนี้…นี่เอง

สถาบันรู้เรื่องแบบนี้ไหม?….
มันเกิดอะไรขึ้น?….เอาความรู้เอาข้อมูลอะไร?…ในการเรียนการสอน?
เอาพระแท้? มาสอน?….หรือเอาพระปลอมมาสอน?….

จะอ้างว่าสอนให้เรียนรู้ ให้คนได้เรียนรู้…..ผู้สอนมีความรุ้พระแท้ไหม?..หรือรู้แต่พระปลอม? สอนพระปลอม…หลักสูตรให้คนเรียนรู้พระปลอม?….หรือไม่?

สถาบันปัญญาชน…จะสอนคนให้เป็นบุคลากรในด้านพระเครื่องฯ…ชำนาญการด้านอะไร?…พื้นฐานความรู้ของพระเครื่อง….ชำนาญการคาดเดา…สอนให้ชำนาญการด้านพระปลอมเพื่อให้มีความรู้บนความเชื่อว่าเป็นพระปลอม…..สอนให้เชื่องมงายหาคำตอบหาความจริงไม่ได้?…เรียนรู้แล้วเอาไปใช้ปฏิบัติไม่ได้ (หาพระแท้ อธิบายพระแท้? ไม่ได้)….
เรียนรู้ไปเพื่อ “เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ? ของวงการพระเครื่องฯ…”……จริงหรือ?…
ใบรับรองที่รับรองคุณวุฒิจากสถาบัน “มีคุณภาพ? เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้”….จริงหรือ?….
ผู้สอนผู้ให้ความรู้…”เป็นผู้มีคุณวุฒิ มีคุณสมบัติ มีคุณภาพ เต็มร้อย?”……..จริงหรือ?….
คนที่เรียนรู้ไปแล้ว…”สามารถดูออก บอกได้ อธิบายเป็น..เป็นคนมีคุณภาพ..มีความรู้อย่างถ่องแท้ดีแล้ว…จริงหรือ?…”
สถาบันปัญญาชน….จึงออกใบรับรอง…ความรู้ ความมีคุณภาพของความรู้?…สามารถใช้ไปยืนยันในการ “เป็นผู้รู้ผู้ชำนาญการ?…อย่างแท้จริง?”……..จริงหรือ?…

ตราบใดถ้า…คนสอนไม่มีความรู้ (พระแท้ดูอย่างไร?)….
จะสอนให้คนอื่นรู้…(พระแท้ดูอย่างไร?)….คงฝันไปเถอะครับ
ตราบใดถ้า…ข้อมูลความรู้ที่จะสอน..วางอยู่บนความเชื่อของคนสอน…การจะสร้างบุคลากร
ให้มีคุณภาพได้…บนความเชื่อนั้น….ก็คงฝันไปเถอะครับ….

คน..เหล่าผู้คน ถ้าเรียนรู้มาแบบผิดๆ ย่อมมีความเข้าใจผิด
คน..เหล่าผู้คน ถ้าเรียนรู้เข้าใจ…มาแบบผิด ย่อมเกิดการส่งต่อความรู้ที่ผิดไปด้วยเช่นกัน
คน..เหล่าผู้คน ถ้าเรียนรู้มาแบบผิดๆ เมื่อนำความรู้ไปใช้..ย่อมแสดงและใช้ความรู้ที่ผิดนั้น
คน..เหล่าผู้คน ถ้าเรียนรู้มาแบบผิดย่อมไม่สามารถ “สอนหรือตัดสินพระเครื่อง” ให้ถูกต้องได้
ต่อให้มีสถาบันรับรองความรู้ ก็มิใช่ว่า…”ความรู้ที่รับรองนั้นถูกต้องและสง่างาม”
มันจะเท่ากับเผยแพร่กระจายความเชื่อไปส่วนต่างๆ…ในนามของ…”สถาบันอันทรงเกียรติ์”
บนความ “งมงาย”….”บนผลประโยชน์”…หรือเปล่า..?…..
คิดผิดคิดใหม่….จุดเริ่มต้นอยู่ที่คนสอน…ครับ
ความสง่างามของความรู้…อยู่ที่ผู้สอน..ที่มีความรู้….มีข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องสมบูรณ์
ความสง่างามของสถาบัน..อยู่ที่การศึกษา…ที่สอนด้วยความถูกต้องสมบูรณ์เช่นกัน…
หาไม่แล้ว….”หายนะพระเครื่องฯ มาเยือนแน่”….

ด้วยการยืมชื่อ สถาบันการศึกษา…มาอ้างหาผลประโยชน์ได้…สุดท้าย
ชื่อเสียงของสถาบันย่อมต้องมลทิน จากเหล่าผู้คนนินทา…นั่นเอง

ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นข้อคิดพิจารณา บนปัญญาของตัวท่านเอง

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *