จริงหรือที่สอนกันว่าประสบการณ์ด้านพระเครื่องเรียนรู้ได้ (๒๙๒)


เช้าวันนี้ผมได้รับคอมเม้นท์จากบทความเรื่องที่ (๒๘๐) แท้ไหมครับอาจารย์
จากท่านอาจารย์ Chainum Pavavimol ที่ให้เกียรติเล่าประสบการณ์ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการพระเครื่องมานาน ประสบการณ์ของท่านแม้ว่าท่านจะไม่ได้เขียนยาวๆ แต่สำหรับผมและผู้ที่เรียนรู้ใหม่หรือคนเรียนรู้ต่อจากนี้ไปในอนาคต…ผมถือว่ามีประโยชน์มาก ผมเองก็หวังว่าในโอกาสข้างหน้าท่านคงมีบทความยาวๆ ให้เราได้อ่านกันครับ

ในฐานะที่ผมเองก็ศึกษาพระเครื่องฯและประวัติศาสตร์มายาวนาน
จึงขออธิบายขยายความให้เพื่อนๆ ได้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตในมุมมองของ “ผู้สะสมพระเครื่องคนนึง” นั้น ประสบการณ์ที่พบเจอ คน ผู้คน ลักษณะผู้คน กลุ่มคน กลุ่มผลประโยชน์…ในแบบเดียวกันที่ “พวกเรา (คนยุคเก่า) ได้เคยประสบพบเจอกันมา” เพียงแต่ผมไม่เคยเข้าไปอยู่ในวงการพระเครื่องฯ ผมเพียงแต่ได้มองเห็น “พฤติกรรมไม่ชอบมาพากล”…ต่างๆ จากการสัมผัสกับพรรคพวก กับ แยกแยะความรู้จากหนังสือที่เหล่าบรรดาผู้ให้ความรู้ที่ให้ความรู้ (บนความไม่รู้) จากที่ผู้อ้างรู้ทั้งหลายเหล่านั้น

ในคอมเม้นท์ของท่านอาจารย์ Chainum Pavavimol ท่านได้บอกอะไรให้เรารู้?
กราบขอบพระคุณ….ที่อนุญาตให้ผมเพื่อนำมาขยายความในมุมมองของประสบการณ์นั้น

Chainum Pavavimol …..”….ขอสะท้อนในอีกมุมมองหนึ่ง คนยุคเก่าที่คร่ำหวอดในวงการพระเครื่องมานานและผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอประมาณ เขาจะหลีกเลี่ยงการดูหรือชี้ขาดว่าพระองค์ใดแท้หรือเก๊โดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน ด้วยเหตุผลหลายประการ เริ่มจากคนที่นำพระไปให้ดู ส่วนใหญ่ต้องการคำตอบเพื่อยืนยันหรือสร้างความเชื่อมั่นว่าพระของเขาแท้ คนเหล่านั้นไม่อยากได้ยิน ไม่ยอมรับว่าพระของเขาเก๊ ประการต่อมา เขาไม่รู้ว่าคนที่นำพระมาให้ดู ซื้อพระมาจากใคร และคนที่นำมาให้ดูนั้น มาในลักษณะที่เรียกว่า

“แห่” หรือไม่ พูดดีก็ดีไป พูดไม่ดีก็มีแต่เรื่อง มีศัตรูโดยไม่รู้ตัว บางกรณีต้องเคลียร์กันยาว อีกประการหนึ่ง ต้องยอมรับความจริงว่าคนที่เล่นพระมานาน ส่วนใหญ่เริ่มจากซื้อเข้าอย่างเดียว และมักจบลงที่การขายออก เพราะเป็นการต่อทุนหรือเป็นอาชีพก็สุดแล้วแต่ วันดีคืนดีมีคนนำพระไปถามเขาว่าเก๊หรือแท้ แต่ไม่เคยซื้อของเขาเลย ในโลกแห่งความเป็นจริง แทบไม่มีใครอยากตอบ เสียความรู้สึก เสียเวลาโดยใช่เหตุ แถมได้ศัตรูเพิ่ม…..

นี่คือ มุมมองเล็กๆ ที่คนยุคใหม่มองข้ามความรู้สึกของคนยุคเก่า……สิ่งที่อยากฝากให้นักนิยมพระเครื่องยุคใหม่ได้พิจารณา อาทิ ครูดีไม่วิ่งหาลูกศิษย์ ลูกศิษย์ต้องวิ่งเข้าหาครู / วงการพระเครื่องลอกเลียนความรู้และข้อมูลมาเป็นทอดๆ คนแรกผิด คนต่อๆ ไป ก็ผิดตาม / คนที่คร่ำหวอดในวงการพระเครื่องเริ่มต้นจากประสบการณ์ มิใช่วิชาการ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนเหล่านั้นจะพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่เที่ยงตรงและน่าเชื่อถือ….”….

อาจารย์ Chainum Pavavimol …“….คนยุคเก่าที่คร่ำหวอดในวงการพระเครื่องมานานและผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอประมาณ เขาจะหลีกเลี่ยงการดูหรือชี้ขาดว่าพระองค์ใดแท้หรือเก๊โดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน ด้วยเหตุผลหลายประการ เริ่มจากคนที่นำพระไปให้ดู ส่วนใหญ่ต้องการคำตอบเพื่อยืนยันหรือสร้างความเชื่อมั่นว่าพระของเขาแท้..”
คนส่วนใหญ่มักจะไม่อยากได้ยินว่าพระของตัวเอง…เก๊

สิ่งนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา…..ทั้งๆ ที่สมัยก่อนนั้น “พระแท้” ยังมีมากมายไม่เกลื่อนเมือง ทำกันเป็นล่ำเป็นสันแบบทุกวันนี้…..เขาก็ไม่กล้าตอบแท้เท็จนั้นได้ (อาจจะเพราะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากคำตอบของเขานั้น)

“…ประการต่อมา เขาไม่รู้ว่าคนที่นำพระมาให้ดู ซื้อพระมาจากใคร และคนที่นำมาให้ดูนั้น มาในลักษณะที่เรียกว่า “แห่” หรือไม่ พูดดีก็ดีไป พูดไม่ดีก็มีแต่เรื่อง มีศัตรูโดยไม่รู้ตัว บางกรณีต้องเคลียร์กันยาว…”

หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ “ต้องเคลียร์กัน” จากกรณี “คำตอบไม่เหมือนกัน แตกต่างกันในพระองค์เดียวกันนั้น”…..เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นเรื่องปกติที่เราพบเจอกันแทบทุกวันแม้กระทั่งปัจจุบันวันนี้ก็ยังมีเรื่อง “ต้องเคลียร์กัน”…
เพียงแต่ใคร? จะเอาเรื่องใคร? ใครจะเคลียร์กับใคร? จะจบกันลงอย่างไร?…..ใครขอโทษ?

ถ้าไม่ขอโทษก็อาจจะเป็นคดีความฟ้องศาลกันไป ถูกผิดไปว่ากันที่ศาล (กรณีแบบนี้ ผมก็โดนมาเหมือนกัน แต่ศาลได้พิพากษายกฟ้องไปแล้วในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา) เคลียร์กันไป

การเคลียร์กันอาจจะมีคนกลาง ผู้หลักผู้ใหญ่ของแต่ละฝ่ายมาคุยกัน (ไม่งั้นยาว อยู่กันยาก)
แม้แต่ในการประกวดพระเครื่องฯ เอง….หลายครั้งในอดีต…คำตัดสินแตกออกไป…มีแท้มีเท็จไม่เห็นด้วยในพระองค์เดียวกัน

(เคยมีพระสมเด็จฯ พิมพ์ฐานแซมของ อ.ต้อยเมืองนนท์ ที่ต้องให้ อ.ตี๋เหล้า มาชี้ขาดกันอีกทีในภายหลัง หรือ แม้แต่พระสมเด็จองค์ อ……..ที่เสียงแตก มีทั้งแท้ มีทั้งปลอม มีทั้งงดออกเสียง) เป็นต้น เป็นข่าวดังใหญ่โตในช่วงเวลานั้น

คน “แห่” พระฯ บางทีก็อยากจะรู้ว่าพระที่ตัวเอง “รับมา” นั้นแท้หรือเท็จ?…. เพราะว่าอยากจะรู้จริงๆ นั่นเอง…พอรู้แท้ก็เก็บไว้…พอรู้ปลอมก็คืน….เมื่อเวลาไปคืน…เจ้าของพระที่ให้เช่ามาก็มักจะสอบถามว่า…”ใครบอกว่าท่านเป็นพระปลอม?”….งานจึงเข้าไปที่ “คนตอบ” ว่าปลอมที่ต้องเคลียร์ (ผมจะแยกประเด็นนี้ เพื่อให้เกิดมุมมองในปัญหาของพระองค์นั้น…นะครับ)….

คนที่บอกพระปลอมเป็น….เซียนใหญ่…บนห้างดัง…เป็นกรรมการตัดสินพระฯ กับ
คนที่บอกพระปลอมเป็น….คนขายพระร้านเล็กๆ…หรือเป็นคนทั่วไปที่ศึกษาเรื่องพระฯ
ถามแบบกลางๆ ถ้าผู้อ่านเป็น “เจ้าของพระฯองค์นั้น”…จะเชื่อใคร? จะเชื่อฝ่ายไหน? ใครถูก?

คำตอบแท้หรือเท็จของ “พระเครื่ององค์นั้น”……ใครตอบถูก? ใครตอบผิด?…
ผมมั่นใจเต็มร้อยว่า….เรามักจะเชื่อเซียนใหญ่…(เราปักธงเชื่อในคำตอบของเขาอยู่ตั้งแต่ก่อนถามแล้ว)
เราจึงมักได้ยินคำพูดแบบนี้กรอกหูอยู่เสมอๆ ว่า

“….ถ้าเซียนใหญ่เล่น ถามราคา ก็แสดงว่า….เป็นพระแท้?…”
“….อยากรู้เป็นพระแท้หรือไม่?…ให้ส่งประกวดฯ..ถ้าเขารับก็แสดงว่าเป็นพระแท้…”
“….พระแท้เขาก็ซื้อ…พระปลอมเขาก็ไม่ซื้อ….” …..ฯลฯ….เหล่านี้เป็นต้น

นั่นแหละเป็นค่านิยม..ความเชื่อ.(เซียน) ที่ผิดๆ….
ผู้พูดแบบนี้แสดงว่า…”วางตนอยู่บนผลประโยชน์เดียวกันนั้น” หรือ ไม่เคยรู้ตื้นลึกหนาบางนั้น

อาจารย์ Chainum Pavavimol …“….อีกประการหนึ่ง ต้องยอมรับความจริงว่าคนที่เล่นพระมานาน ส่วนใหญ่เริ่มจากซื้อเข้าอย่างเดียว และมักจบลงที่การขายออก เพราะเป็นการต่อทุนหรือเป็นอาชีพก็สุดแล้วแต่ วันดีคืนดีมีคนนำพระไปถามเขาว่าเก๊หรือแท้ แต่ไม่เคยซื้อของเขาเลย ในโลกแห่งความเป็นจริง แทบไม่มีใครอยากตอบ เสียความรู้สึก เสียเวลาโดยใช่เหตุ แถมได้ศัตรูเพิ่ม…”

ผมเองก็ต้องยอมรับความจริงว่า
เป็นคนที่เล่นพระมานาน ส่วนใหญ่เริ่มจากซื้อเข้าอย่างเดียว
ตามที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวไว้เช่นกันเพียงแต่ผมสะสมไว้อย่างเดียว (จนเต็มบ้าน) โดนขโมยยกเค้าไปก็เยอะมากเช่นกัน (ได้แต่ปลงๆ ไป คงไม่ใช่พระของเราเลยไม่อยู่กับเรา) และจากการสะสมมานาน มองเห็นปัญหา แยกแยะความรู้ได้..

ก็ยิ่งเก็บไว้เพื่อจะเอาไว้เขียนหนังสือให้ความรู้ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน…(แบบในวันนี้ที่ทำในเฟส) ในฐานะผู้ให้ความรู้ที่ไม่ได้วางตนบนผลประโยชน์ใดๆ
ผมเห็นด้วยกับอาจารย์เช่นกันครับว่า

“……ในโลกแห่งความเป็นจริง แทบไม่มีใครอยากตอบ เสียความรู้สึก เสียเวลาโดยใช่เหตุ แถมได้ศัตรูเพิ่ม…”
อีกทั้งผู้ตอบต้องมีความรู้ที่ดี ที่ถูกต้องดีพอ…มีความอดทน อดกลั้น เสียสละ อุทิศเวลาและร่างกายในการให้ความรู้ที่….
“…เขาก็ไม่ได้อะไรตอบแทนจากการ..”ให้ความรู้” ของเขานั้น..

(ในกล่องข้อความส่วนตัวที่เพื่อนๆ ถามเรื่องพระแท้พระเท็จ…มีหลายท่านที่ผมตอบผมอธิบายเหตุผล..โดยไม่ได้คิดมูลค่า…หลายท่านถามผมเป็นร้อยๆ องค์ต่อคนก็มี…ผมตอบอธิบายให้โดยไม่ได้วางตนบนผลประโยชน์…จะแสดงตนจะแสดงความรู้สึกในใจ ที่มีต่อผมก็เชิญในโพสต์นี้..ยินดีรับฟังความรู้สึกของพวกท่านที่มีต่อผม…เช่นกัน)

กลายเป็นยิ่งสร้างศัตรูสร้างความขัดแย้งกับคน กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย กับความรู้ กับความคิดที่แตกต่างของเขาที่ทำให้เสียผลประโยชน์ เขาก็จะยิ่งมีศัตรูมากขึ้นเป็นลำดับ”

แค่พระองค์เดียวกันของคนคนเดียวกัน มีความเห็นแตกต่างกัน ขัดแย้งกัน….ฆ่ากันตายมาก็หลายศพ……ยิ่งเป็นพระของคนหลายคน บนความเห็นที่แตกต่างกัน บนความรู้ที่ขัดแย้งกัน…แสดงว่า….เขาย่อมมีศัตรูมากมายบนความ…แตกต่างของคำตอบนั้น

คนส่วนใหญ่ นักสะสมพระเครื่องส่วนใหญ่…จึงหลีกเลี่ยง “ปัญหา”….เลือกที่จะไม่ตอบไม่แสดงความรู้ใครถูกใครผิด?….พระแท้? พระปลอม?…..นั่นเอง (กลายเป็นสังคมเห็นแก่ตัว “ไม่สอนไม่บอกอะไร”….ไม่ให้ความรู้ไม่ให้ประสบการณ์อะไร?…. ขาดความจริงใจ “ตอบแบบเลี่ยงๆ”)

สังคมพระเครื่องฯ วันนี้….เป็นแบบนี้ เพราะถูกเพาะบ่มอบรมกันมาแบบนี้…จึงหาคนดีดีที่ดีจริงๆ ยาก (เป็นคนดีก็มีแต่ก็ยังมีวางตนบนผลประโยชน์ เช่นขายพระฯ…ก็บอกว่าผมซื่อสัตย์พระปลอมไม่ขาย…เช่นกรรมการตัดสินพระฯ…ก็บอกผมยุติธรรมเที่ยงตรง ตัดสินตรงไปตรงมาได้มาตรฐาน) เหล่านี้เป็นต้น
ทุกคน “สร้างภาพ เคลือบฉาบความดีเบื้องหน้า”…..เพื่อผลประโยชน์กันทั้งนั้น

เราจะกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงมันไหม?….คิดดี ทำดี พูดดี…
คิดให้ดีกว่าที่ผ่านมา …ทำให้ดีกว่าที่ผ่านมา…พูดให้ดีกว่าที่ผ่านมา….สอนให้ดีกว่าที่ผ่านมา…ตัดสินให้ดีกว่าที่ผ่านมา…และทำตัวทำกลุ่มทำองค์กร…ให้ดีกว่าที่ผ่านมา

สังคมพระเครื่องจะน่าอยู่น่าอาศัย…หากเรามีสิ่งดีดี….กว่าที่ผ่านมา…เราก็จะพัฒนาได้

อาจารย์ Chainum Pavavimol ”.นี่คือ มุมมองเล็กๆ ที่คนยุคใหม่มองข้ามความรู้สึกของคนยุคเก่า……สิ่งที่อยากฝากให้นักนิยมพระเครื่องยุคใหม่ได้พิจารณา อาทิ

“….ครูดีไม่วิ่งหาลูกศิษย์ ลูกศิษย์ต้องวิ่งเข้าหาครู….“
การอยากได้ความรู้ ต้องดั้งด้นค้นหาความรู้ แยกใครรู้ ใครไม่รู้ แยกวิชชา แยกอวิชชา แยกความเชื่อแยกความจริงออกได้ เราก็จะมองเห็นความรู้…คนรู้……เมื่อรู้ว่าใครรู้…ก็พยายามไปขอความรู้กับเขา เรียนรู้และตรวจสอบความรู้เขา คนเหล่านั้นมีไม่มาก…หาให้เจอ…จะได้ไม่มาบ่นมาโวยวายว่า….”เกิดไม่ทันเรียนรู้ไม่ได้”…..

การไปพบไปหาเสวนากับ “ครู” ย่อมได้ความรู้
หากมิใช่เป็นการเสียศักดิ์ศรีเสียเกียรติเสียเหลี่ยม…
อย่างน้อยเป็นการแสดงความนับถือต่อ “วิชชา” ที่เขามี
ต่อความรู้ที่เขารู้….เป็นเรื่องที่ผู้ศึกษาควรพึงกระทำ…นั่นเอง

อาจารย์ Chainum Pavavimol …”วงการพระเครื่องลอกเลียนความรู้และข้อมูลมาเป็นทอดๆ คนแรกผิด คนต่อๆ ไป ก็ผิดตาม /คนที่คร่ำหวอดในวงการพระเครื่องเริ่มต้นจากประสบการณ์ มิใช่วิชาการ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนเหล่านั้นจะพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่เที่ยงตรงและน่าเชื่อถือ
ส่วนนี้ผมเห็นด้วยเต็มร้อยครับ

คนที่อยู่ในวงการพระเครื่องเริ่มและจบด้วยประสบการณ์….อาศัยฟังๆ ตามๆ กันมา เรียนรู้แบบจำๆ กันมา….เมื่อความรู้ของคนแรก “คาดเดาผิด เชื่อผิด”…การสั่งสอนเรียนรู้ถ่ายทอดความรู้มาจึงเป็นความรู้ที่ผิด เป็นความเชื่อที่ผิดไปด้วยเช่นกัน….

การให้ความรู้ (จริง) จึงไม่สามารถทำได้ เพราะไม่รู้ว่า…สิ่งที่ตัวเองรู้นั้นมันผิด…สิ่งที่ตัวเองรู้นั้นมันเป็น “ความไม่รู้”….จึงได้แต่เล่านิทานนิยายขายพระฯ…สร้างภาพ สู่รู้ ดูเก่งเบ่งกร่าง อ้างอวด สวดพระฯ ….ตัดสินพระไปบนความไม่รู้นั้น…นั่นเอง…

“ข้อมูลที่ถูกต้องบนความจริงที่สิ่งนั้นเป็น”
จึงล้วนเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะใช้ในการ “ตัดสินชี้ชัดฟันธง” ให้กับพระองค์ใดองค์หนึ่งได้…
หาใช่ความเชื่อของคน ของกลุ่มคน ที่เชื่อว่าถูกต้อง คิดว่าถูกต้อง บนความไม่รู้จริงนั้น

ในอนาคตอันใกล้…”ข้อมูลที่ถูกต้อง” จะสามารถตรวจสอบความรู้บนความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนั้นได้…เพียงแต่ทุกคนต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจกับความรู้ แยกแยะความรู้ที่ผ่านมาว่าเป็นความรู้ในขั้นพื้นฐานเท่านั้น…ความรู้พื้นฐานไม่สามารถนำมาใช้ในการตัดสินให้แท้เท็จได้เลย…
การเรียนรู้ คู่ปัญญา……จึงเป็นทางออกเดียวที่เราจะไม่ทะเลาะกัน…..

ความรู้จะ…”เคลียร์”..ตัวเองได้ พระแต่ละองค์จะบอกตัวเองได้
แท้คือแท้ เท็จคือเท็จ….ไม่ต้องให้ผู้ใหญ่ผู้มีหน้าตาในสังคมมาเคลียร์…

ทุกคนจะยอมรับ “คำตอบที่ถูกต้องเหมือนกันได้”….ยอมรับความจริงกันได้ครับผมมั่นใจ

ขอกราบขอบพระคุณ ..ท่านอาจารย์ Chainum Pavavimol …มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *