ตรรกะมหาวิบัติเรื่องความรู้ (๓๐๒)


ความหมายของคำว่าเหล่านี้กันดูครับ
ครู ๑
[คฺรู] น. ผู้สั่งสอนศิษย์, ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์. (ป. ครุ, คุรุ; ส. คุรุ).
ลูกคำของ “ครู ๑” คือ ครูบา
ครู ๒
[คะรู] (โหร) น. ชื่อยาม ๑ ใน ๘ ยามในเวลากลางวัน. (ดู ยาม)
อาจารย์
[๑] น. ผู้สั่งสอนวิชาความรู้ (ส.: ป. อาจาริย).
[๒] น. คำที่ใช้เรียกหน้าชื่อบุคคลเพื่อแสดงความยกย่องว่ามีความรู้
ในทางใดทางหนึ่ง (ส.: ป. อาจาริย).

หลอกลวง
ก. ใช้อุบายทุจริตลวงให้เข้าใจผิด, (กฎ) แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง เพื่อให้บุคคลอื่นเข้าใจผิด.
แม่คำของ “หลอกลวง” คือ หลอก ๑
วิชชา
[วิด-] น. ความรู้แจ้ง เช่น วิชชา ๓ วิชชา ๘ ในพระพุทธศาสนา,
วิชชา ๓ คือ
๑. บุพเพนิวาสานุสติญาณ (รู้จักระลึกชาติได้)
๒. จุตูปปาตญาณ (รู้จักกำหนดจุติและเกิด)
๓. อาสวักขยญาณ (รู้จักทำอาสวะให้สิ้น),

ส่วนวิชชา ๘ คือ
๑. วิปัสสนาญาณ (ญาณอันนับเข้าในวิปัสสนา)
๒. มโนมยิทธิ (ฤทธิ์ทางใจ)
๓. อิทธิวิธิ (แสดงฤทธิ์ได้)
๔. ทิพโสต (หูทิพย์)
๕. เจโตปริยญาณ (รู้จักกำหนดใจผู้อื่น)
๖. บุพเพนิวาสานุสติญาณ
๗. ทิพจักขุ (ตาทิพย์)
๘. อาสวักขยญาณ. (ป. วิชฺชา; ส. วิทฺยา).

อวิชชา
(๑) [อะวิดชา] น. ความไม่รู้แจ้ง หมายถึง ไม่รู้แจ้งในอริยสัจ ๔ (ป.).
(๒) น. ความเขลา. (ป.).
ถ่อย
ว. ชั่ว, เลว, ทราม.
ครู อาจารย์
คือผู้ถ่ายทอดความรู้ ประสิทธิ์ประสาทความรู้ สอนให้ความรู้กับศิษย์ด้วย วิชชา ให้ความรู้ บนความรู้ที่ถูกต้องจนศิษย์สามารถนำความรู้นั้นไปใช้ในทางเจริญก้าวหน้าได้

ครู อาจารย์…จึงเป็นบุคคลที่พึงยกย่องสรรเสริญเทิดทูน
คนถ่อย

คือผู้ที่ถ่ายทอด..อวิชชา ความรู้บนความเชื่อของตนเอง โดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่า
ความรู้บนความเชื่อที่ตนเชื่อมานั้น เป็นความรู้ที่ถูกหรือผิด

ไม่รู้ว่าอะไรถูกต้องไม่ถูกต้อง
ไม่รู้เหมือนกันให้ความรู้ที่ผิดหรือถูก

โดยมีอามิสสินจ้างเป็นรางวัล หรือ เพื่อลวงหลอกให้ศิษย์มีความเชื่อไปตามแบบที่ตนต้องการ (ยกตัวอย่างเช่น องคุลีมาลย์) หรือ
ชอบอวดอ้างตนว่าเป็นคนรู้ มีความรู้ดี เพื่อให้คนอื่นยกย่องนับถือ (สร้างภาพ)

พระพุทธองค์ทรงเปรียบคนที่มีลักษณะนี้ว่า เป็นลักษณะของ…คนถ่อย…
คือ คนเลว คนชั่ว คนทราม ต่ำช้าในสามโลก

คนถ่อย คนเลว คนชั่ว คนทราม เหล่านี้…..จึงเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ ไม่น่าคบหา ไม่น่านับถือ
การที่มีคนใดคนนึง นับถือคนถ่อย…ชื่นชมคนถ่อย…อวดอ้างความรู้ของคนถ่อยเหล่านี้

เป็นครู เป็นอาจารย์….
เขา พวกเขาย่อมมองไม่เห็นธรรมอันเป็นความจริงที่ถูกต้อง….กลับลุ่มหลงในอธรรมนั้น ยึดเอา อวิชชาความเชื่อเป็นหลักแห่งตน ตามความรู้บนความเชื่อที่ตนได้เรียนรู้มาแบบนั้นนั้น

คนเหล่านี้ ย่อมมองไม่เห็นธรรม ที่เป็นความจริง คนเหล่านี้ย่อมมองไม่เห็นความถูกต้องใดๆ
คนเหล่านี้ ย่อมมองไม่เห็นความรู้บนความจริง เหตุผลที่ถูกต้องบนความจริงใดๆ
คนเหล่านี้ ย่อมจมปลักดักดานกับคนถ่อย กลายเป็นคนถ่อย เลวทรามต่ำช้า….ตามๆ กันไป

คนเหล่านี้ที่ยกย่อง เชิดชู คนถ่อย ติ บ่น กร่น ด่า..สมณะเพศ หรือผู้แสดงธรรม…อันเป็นเครื่องชำระความชั่ว อันเป็นธรรม ซึ่งเป็นความจริงที่บริสุทธิ์ ไม่ว่า ด้วยกายกรรมก็ดี วจีกรรมก็ดี มโนกรรมก็ดี….คนเหล่านี้ คนพวกนี้ คนเช่นนี้นั่นแหละ…เป็นคนถ่อยโดยสมบูรณ์ บนสันดานของตัวเขาเองแล้ว

พระพุทธองค์ทรงจึงสอนสั่ง…ให้พึงหลีกเลี่ยงคนถ่อยเหล่านี้..คนเลวทรามต่ำช้าเหล่านี้
การคบค้าสมาคมกับคนเหล่านี้…เป็นหนทางแห่งความล้มเหลวทั้งปวง…..สาธุ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *