กรณีถูกพาดพิงเรื่องการแสดงความรู้ด้านพระเครื่อง (๓๐๓)

เมื่อวานผมได้รับภาพแค๊ปจากกล่องข้อความจากเพื่อนๆ ในเฟสส่งมาสอบถาม เรื่องของความรู้ของอาจารย์ของเขา ที่เป็นผู้คร่ำหวอดในวงการพระเครื่องฯ ท่านหนึ่ง กับ สอบถามมาว่าความรู้ของผม สมชาย น้อยสาคร ว่าเป็นความรู้เดียวกันเหมือนกัน..กับอาจารย์เขาไหม?…. เพราะลูกศิษย์เขาอ้างถึงอาจารย์ของเขากล่าวไว้ว่า..สิ่งที่ อ.สมชาย รู้นั้น…..ความรู้นี้ อ.ของเขาก็รู้ดีเช่นกัน ….จริงหรือ????….ในฐานะที่ถูกพาดพิงผมก็ขอใช้สิทธิ์ชี้แจงมา ณ ที่นี้

ความรู้ของเซียนใหญ่…ท่านนั้น (รวมถึงเซียนใหญ่ทั้งหมดในปัจจุบัน)
ให้ความรู้บนความเชื่อที่ถูกเรียนรู้ต่อๆ กันมาเหมือนกัน โดยยึดเนื้อ ยึดพิมพ์ ยึดความเก่า ยึดรอยตัดตอก ยึดธรรมชาติความเก่าเป็นมาตรฐาน…เป็นหลักการ ตั้งหลักเกณฑ์บนความเชื่อว่าใช่หรือไม่ใช่ในการพิจารณาแท้เท็จนั้น…(เนื้อถูก พิมพ์ใช่ ความเก่าได้ เป็นพระแท้?????)
พวกเขาต่างกำหนดให้พระต้องเป็น ต้องเห็น ต้องมี…
บนความชอบ ไม่ชอบ บนความเชื่อว่าแท้หรือไม่แท้?….
ด้วยความรุ้สึกนึกคิดส่วนตัว (กันทั้งนั้น)….
เพราะความที่เขาไม่รู้เหมือนกันว่า…”พระแท้ดูอย่างไร?”….
ดังนั้น สิ่งที่เขา กำหนดมาตรฐาน ขึ้นมา จึงประกอบด้วย
ยึดพิมพ์ทรงองค์พระเป็นหลัก
ในการพิจารณา (อ้างพิมพ์ทรงเป็นมาตรฐาน)…ยึดพิมพ์เป็นหลัก
ยึดเนื้อหามวลสารพระเป็นหลัก
ในการพิจารณา (อ้างเนื้อพระเป็นมาตรฐาน)..ยึดเนื้อเป็นหลัก
ยึดรอยตัดตอกด้านข้างของพระเป็นหลัก
ในการพิจารณา (อ้างรอยตัดตอก)
ยึดความเก่า ธรรมชาติความเก่าของพระเป็นหลัก
ในการพิจารณา (อ้างความเก่า คราบกรุ) ฯลฯ
นั่นคือ ความรู้เดิมที่เขาใช้ยึดเป็นหลักการ อ้างเป็นมาตรฐานในการตัดสิน…

ในขณะเดียวกัน…
ผมให้ความรู้สวนทาง ย้อนแย้ง…สิ่งต่างๆ ที่ถูก ผู้รู้ ผู้ชำนาญการ อาจารย์ของเขาว่า
“….มาตรฐานที่กำหนดเอาไว้ในอดีตเหล่านั้น
ไม่มีมาตรฐาน ไม่ใช่มาตรฐาน ไม่ได้มาตรฐาน…

จนวงการพระเครื่อง…ตัดคำว่า “มาตรฐาน” ออกไปจาก
ใบรับรองพระแท้มาตรฐาน …พระแท้มาตรฐานสากล……
จะเห็นว่า…”ความรู้ผม..ตรงกันข้ามกับความรู้เดิมที่ผิด ที่ไม่มีคำตอบนั้น”…การจะอ้างว่า
“..ความรู้ของผม…อาจารย์เขาก็รู้…”ก็คงเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น….เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “ความรู้ของผม ผมปฏิเสธเรื่อง “มาตรฐานเดิม”…(เนื้อถูก พิมพ์ใช่ ความเก่าได้)
เหล่านี้มาตลอด และอยู่ตรงข้ามกับ ความเชื่อที่ผิดเหล่านั้น มาตลอด แม้ว่าคนผู้คนจะเชื่อตามอาจารย์ เหล่าเซียน เหล่ากูรู อ้างรู้ตรูชำนาญการก็ตาม
ความรู้ที่ผมมีนั้น….ผมยืนอยู่คนละขั้ว
“ความรู้ของ อ.สมชาย อ. (เขา) ก็รู้”…….
ความรู้ผมเป็นความรู้ใหม่ ที่สามารถใช้ตรวจสอบความรู้บนความไม่รู้ บนความรู้ที่ไม่ถูกต้องของอาจารย์เขาได้ด้วยซ้ำไป….มันคนละเรื่องกันครับ….

เพราะถ้า อ.ของเขามีความรู้เรื่อง..มีความรู้ในเรื่องที่ผมรู้ก็คง…
ไม่ยึดพิมพ์ ยึดเนื้อ ยึดความเก่า…หรือแม้จะพูดว่า…
“พิมพ์ถูก เนื้อใช่ ความเก่าได้ นั่นแหละพระแท้”…555555

น่าขบขันยิ่งนัก…
หากเขาไม่รู้จักตรวจสอบความรู้ของอาจารย์ตัวเอง….แต่กลับหลงงมงายเชื่อใน
ความรู้บนความเชื่อของอาจารย์ตัวเองที่ “ขัดแย้งกับความเป็นจริง”…
บนความรู้ที่ผิดพลาดไปกำหนด “มาตรฐานผิดๆ…เอาไว้เยี่ยงนั้น”
กำหนดมาตรฐานพระแท้….จากความรู้แค่พื้นฐานแค่นั้น
สิ่งที่ผมพูด สอน อธิบาย…(ความจริง หลักฐาน ความรู้ของผมเองที่ผมมี).. คือเรื่อง
แม่พิมพ์
กระบวนการผลิต
มาตรฐาน
ผมจะแสดงความรู้ในส่วนนี้..ผมสอน อธิบาย ให้ความรู้..ตรงส่วนนี้ได้ครับ
ซึ่งเป็น ความรู้ที่อยู่สูงอีกระดับขั้นหนึ่งขึ้นไปด้านบนของความรู้ แล้วครับ
(บรรดาลูกศิษย์ผมต่างก็รู้ดี เรียนรู้ความรู้ส่วนที่เหนือความรู้ของอาจารย์เขาไปเเล้ว จนสามารถตรวจสอบ ความรู้ของบรรดาเซียนหรือผู้อ้างรู้ตรูชำนาญการในปัจจุบันกันได้แล้ว)
ในขณะที่ อาจารย์ของเขายังพูดย้ำๆ ซ้ำๆ ที่เดิม บนความเชื่อที่เชื่อว่าตัวเองถูกต้อง อ้างลอยๆ ใช้ความเชื่อในเรื่อง เนื้อ พิมพ์ ความเก่า ธรรมชาติความเก่า รอยตัดตอก คราบกรุฯลฯ…
บนความรู้บนความเชื่อแบบเดิม ยึดความรู้บนความเชื่อเดิมว่าถูกต้องเป็นหลัก (เนื้อถูก พิมพ์ใช่ ความเก่าได้)
(สุดท้าย อาจารย์ของเขา ก็ไม่สามารถที่จะค้นหาความจริง ค้นหาคำตอบ ค้นหาคำอธิบายด้วยพระแท้เพราะอะไร?…บนความจริง บนความรู้จริงได้…บนความไม่รู้จริงนั้น)

ดังข้อความต่อไปนี้
“…..พระสมเด็จวัดระฆังเป็นพระสกุลสูง อ.(เขา) เป็นบุคคลที่ผมไว้วางใจ และท่านก็คอยดูแลส่วนนี้มาตลอด ถามว่า สิ่งที่อ.สมชายรู้ ….อ.(เขา) รู้ไหม? ท่านรู้ดี แต่ในเชิงพาณิชย์ อ.(เขา) ท่านจะเป็นที่ยอมรับในชนชั้นสูง…”

พระสมเด็จวัดระฆังฯ ก็เป็นเพียงพระเครื่องฯ ไม่แตกต่างจากพระเครื่องทั่วไป…(ไม่เกี่ยวกับเป็นพระสกุลสูง) …ที่คนอื่น บุคคลอื่นไม่สามารถจะเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้ ไม่สามารถจะเรียนรู้ได้…หากพวกเขาเรียนรู้อย่างถูกต้องได้ ก็ย่อมเข้าถึงความจริงความถูกต้องคำตอบแท้เท็จได้เช่นกัน….ไม่เกี่ยวกับจะเป็นบุคคลทั่วไป หรือบุคคลชั้นสูง..หากเป็นเพราะความรู้ไม่รู้ต่างหาก
ความรู้ของ อ.ท่าน (หรือเหล่านั้น)…มีความรู้จริง? มีความรู้ถูกต้องถ่องแท้บนความจริง? หรือไม่?….ท่านเอง คนทั่วไป รวมถึงคนชนชั้นสูงต่างก็ “ไม่รู้เหมือนกัน” จึง ไม่สามารถตรวจสอบความรู้จริงหรือรู้ไม่จริง หรือ รู้ผิดๆ มาโดยตลอด…..ก็เป็นได้….
ดังนั้น การเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ของคนชนชั้นสูงได้
นั่นเป็นเพราะ…คนเหล่านั้นที่ติดตามเรียนรู้ต่างก็ไม่รู้ความจริงที่ถูกต้องคืออะไรก็ได้ เช่นกัน เขาจึงให้ความเคารพนับถือ เชื่อถือในความรู้ (บนความเชื่อว่าคำตอบของอาจารย์ของท่านมีความรู้ดี มีความชอบธรรม ตัดสินถูกต้องดีแล้วนั้น) ก็ได้ (เป็นความเชื่อของเขาและคนทั่วไป)
ในขณะเดียวกัน…หากการตรวจสอบความรู้ โดยใช้หลักฐานความจริงสามารถทำความจริงให้ปรากฏได้…อ.(เขารวมถึงเหล่าเซียนคนอื่น)…อาจจะกลายเป็นพวกสู่รู้ อวดอุตริรู้ ใช้ความรู้นำพาผู้คนหลงทางไปบนความไม่รู้(บนความเชื่อว่าคำตอบของอาจารย์ของท่านมีความรู้ดี มีความชอบธรรม ตัดสินถูกต้องดีแล้วนั้น) ก็ได้ (เป็นความเชื่อของเขาและคนทั่วไป)

คือความรู้บนความเชื่อเดิมของผู้อ้างรู้ตรูชำนาญการเหล่านั้น…
มันไม่ถูกต้อง…มันพร่องวิชชาไปเยอะมาก…

(จากคนที่เคยเป็นผู้รู้ ผู้ชำนาญการ ผู้คนเคยเชื่อว่าเป็นผู้รู้ผู้ชำนาญการ
คนเหล่านั้นก็อาจจะกลายเป็นแค่
พวกสู่รู้ อวดรู้ หลอกลวงผู้คนให้หลงเชื่องมงายบนความไม่รู้ของตนได้…เป็นพวกสิบแปดมงกุฏก็ได้…หากการตรวจสอบความจริงสามารถทำได้และเป็นที่ยอมรับได้ในวงกว้าง…
..รอกันครับอีกไม่นานเกินรอ……”สมชาย น้อยสาคร”)

แค๊ปเจอร์..ต่อมา
“…การที่สมเด็จแท้ๆ สักองค์ คงหนีไม่พ้นที่อาจารย์ (เขา) จะดูให้ผม เมื่อ อ.(เขา) บอกว่าสมควร ทุกคนในสังคมก็จะยินดีที่จะจ่ายเงินในราคาหลักล้าน…”
“…ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกต้อง…ตามหลักการดูพระของนักวิชาการ แต่สังคมของชนชั้นสูง ยังเคารพการตัดสินใจของ อ.(เขา) ในส่วนของ อ.สมชาย ยังไม่เป็นเอกฉันท์ในสังคมชนชั้นสูงและยังไม่มีเอกสารที่จะสามารถทำลายล้างค่านิยมของชนชั้นสูงได้…”
“….เพราะฉนั้นผมยังถือ คำวินิจฉัยพระสมเด็จจของ อ.(เขา) อยู่ ส่วนพระสมเด็จที่ไม่ผ่านตา
อ.(เขา) ผมถือว่าตกไป
“….เมื่อใดก็ตามที่ผมนั่งอยู่กับ อ.(เขา) แล้วท่านบอกว่า พระสมเด็จมาแล้ว ไม่ว่ากี่ล้าน ก็มีคนจ่ายแทนท่านเสมอ ถ้านอกจากนั้น ผมถือว่าตกไป ถึงแม้ว่าพระองค์นั้น จะถูกหลัก อ.สมชายก็ตาม….”
เราได้อะไรจากคำอธิบายของเขาบ้าง? เราสามารถเรียนรู้คำอธิบายจากคำอธิบายเหล่านี้ได้บ้าง?….ถูกผิดก็เรียนรู้กันครับ?
“…ตัวของเขาเองก็ไม่มีความรู้ อาศัยความเชื่อจาก อ.(เขา) แต่เพียงอย่างเดียว…ว่า อ.(เขา) ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้…ถูกต้องดีแล้ว…เขาเชื่อว่าชนชั้นสูงยังจะเคารพความเชื่อของ อ.(เขา) ไป แม้ ความจริงจะปรากฏ สามารถนำพิสูจน์ความรู้บนความเชื่อของ อ.(เขา) ได้ว่าเป็นความรู้ที่พร่องไม่ถูกต้องก็ตาม…หน่ะหรือ?????….55555555….”
ชนชั้นสูง หรือชนชั้นที่มีการศึกษา มีความรู้เขาย่อมรู้จักคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ความจริง
ความเชื่อ ความรู้บนความเชื่อ ความรู้บนความจริงได้ วันนึงเขาสามารถแยกแยะความรู้ได้ เขาก็จะเห็นความรู้เขาย่อมมองเห็นคนรู้….เขาจะเห็นสิบแปดมงกุฏที่เขาหลงเชื่องมงายในคนเหล่านั้นมาตลอดก็ได้….เช่นกัน…

อย่าไปปรามาสความรู้คน อย่าล้อเล่นกับความรู้คน ไม่มีใครที่ไม่อยากได้ความรู้บนความจริง หรอกนะ…อย่าประมาทในความรู้….เพราะสุดท้ายความเชื่อ ย่อมถูกแทนที่ด้วยความจริงได้เสมอ….สังคมกำลังตรวจสอบความรู้ เหล่าบรรดาอาจารย์ ผู้รู้ ตรูชำนาญการทั้งหลายแล้ว..
ความรู้ (วิชชา) จะทำให้คน ผู้คนเรียนรู้ รู้และใช้ความรู้ได้ถูกต้อง ไม่ต้องใช้ความเชื่ออีกต่อไป วันนึง อ.(เขา) เหล่านั้นก็จะหมดค่าหมดราคาหมดความสำคัญ…เมื่อความรู้บนความจริงบังเกิดขึ้นในหมู่คนทั่วไป พวกหลอกลวงก็ไม่สามารถจะยืนหยัดอยู่ได้ “บนความเชื่อของตนที่ตนก็ไม่รู้ว่าถูกต้องหรือไม่ถูกต้องนั้น…..”
“…ความรู้ของผม…ตรงข้ามกับความรู้บนความเชื่อเดิม…หากแต่
…ความรู้ของผม..เป็นความรู้ที่มีหลักฐาน มีข้อเท็จจริง เป็นความจริง ที่วางอยู่บนความถูกต้องของเหตุผลแห่งความจริงทั้งหมดแล้ว….
….ความรู้ของผม…สามารถตรวจสอบความรู้ที่เกิดจากความเชื่อได้….สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงของความเชื่อที่ไม่ถูกต้องทั้งหลายได้ รวมถึง..ตรวจสอบความรู้ของอาจารย์ของท่านได้ด้วยเช่นกัน…..นั่นคือ…ความสง่างามของความรู้ที่ผมมี….”
จริงอยู่ ผมไม่เถียงว่า…อาจารย์ของท่านเก่ง (เพราะความเชื่อ มีคนเชื่อ มีคนนับถือ มีคนหลายวรรณะนับถือ)….บนความไม่รู้ของท่านเอง บนความไม่รู้ของคนทั่วไป บนความไม่รู้ของคนชนชั้นสูง….แต่ว่า…..วันนึง..เมื่อความจริงปรากฏ…ความรู้จริงปรากฏตัวขึ้นมา…ความรู้ที่ถูกต้องเป็นจริงตามสิ่งที่ผมได้อธิบายให้ความรู้ปรากฏออกมา….ถึงเวลานั้น..อ.ของท่านก็คงต้องยอมรับ “ความไม่รู้” โดยดุษฏี…มิสามารถแสดงความรู้ผิดๆ ได้ต่อไป รวมถึง โดนคนทั่วไปปรามาสในความไม่รู้ สู่รู้อวดอุตริรู้…ให้ (พวกกรู) หลงเชื่ออยู่ได้นานสองนาน…ก็แค่นั้นเอง
หลักฐาน มาตรฐาน วิชาการที่ถูกต้องของพระฯ…..เรียนรู้เข้าใจบนความเป็นจริงที่สิ่งนั้นเป็น ….มันจะเป็นคำตอบทั้งหมดให้เรียนรู้ในเวลาถัดไป….ที่ยืนของเหล่าบรรดาผู้อ้างรู้ อวดรู้ สู่รู้ อวดอุตริรู้…เหลือพื้นที่แคบลงไปเรื่อยๆ และก็จะหมดค่า หมดราคา หมดความสำคัญ…เมื่อความจริง เมื่อมีผู้รู้จริงเข้ามาแทนที่ตนนั่นเอง
ความรู้ที่ถูกต้องเป็นของโลก…ไม่ใช่ของผมแต่เพียงผู้เดียว….
ความถูกต้องบนความจริง ผู้คนต้องยอมรับและเคารพในความจริง….
ไม่ใช่เคารพผมแต่เพียงผู้เดียว..
ความรู้ที่ไม่ถูกต้อง ความรู้บนความเชื่อ เป็นของอาจารย์ท่านแต่เพียงผู้เดียว..
สอนอธิบายให้รู้ให้เข้าใจไม่ได้ (แม้แต่ตัวของท่านเองก็เรียนรู้ไม่ได้
จึงต้องใช้ความเชื่อ เชื่อตาม “อาจารย์ของตนว่าถูกต้อง”…)
ความรู้บนความเชื่อ..ต่างก็เชื่อเชื่อเหมือนกัน รู้เหมือนกัน เพราะใช้ความเชื่อแบบเดียวกัน…จึงทำให้ท่านและอาจารย์ท่าน…..หาทางออกไม่เจอ…
ประการสำคัญในข้อเท็จจริงแห่งความรู้..
ความรู้ผมกับความรู้ของอาจารย์ของท่าน…มันตรงข้ามกัน คนรู้อะไรที่ถูกต้อง ดีแล้ว
รู้ “ความจริง หลักฐานความจริง”…ที่ถูกต้องตามความเป็นจริงแล้ว…

เขาจะไม่ ยึดเนื้อ ไม่ยึดพิมพ์ ไม่ยึดความเก่า ไม่ยึดรอยตัดตอก..ไม่ยึดฯลฯ ที่ไม่ถูกต้อง

คนที่ไม่รู้อะไรถูกต้อง…บนความไม่รู้อะไรคืออะไร?…..
จึงให้ความสำคัญ “ตรงนี้สำคัญ ตรงนี้สำคัญ ตรงนี้สำคัญฯลฯ”…
สอนให้เรียนรู้เอามายึดเป็นหลักในการเรียนรู้ไปหมด…
เพราะความไม่รู้ว่า…”อะไรสำคัญที่สุด “แก่นแท้”..ของความรู้
พวเขาเหล่านี้จึงไม่สามารถปฏิบัติต่อสิ่งนั้นได้อย่างถูกต้อง
สุดท้าย “บนความไม่รู้จริง บนความไม่รู้อย่างถูกต้องต้องดีพอ ไม่รู้จะปฏิบัติต่อสิ่งนั้นให้ถูกต้องได้อย่างไร?”….คือไม่รู้จริง ไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่รู้ความจริง

คนเหล่านี้จึงต้อง..ยึดคำตอบของตัวเองเป็นหลัก ยึดความรู้ของตนเองเป็นจักรวาลแห่งคำตอบแท้เท็จ..ยึดความไม่รู้จริงของตนเป็นหลักในการอธิบายให้ความรู้ที่ผิดๆ ใช้ตัดสินที่ผิดๆ

เมื่อเขาเรียนรู้มาผิด…ย่อมสอนศิษย์ผิดๆ ไปด้วยเช่นกัน
ความเป็นผู้รู้ ผู้ชำนาญการ มีความสง่างาม..อยู่ที่ความรู้……

เนื้อถูก พิมพ์ใช่ ความเก่าได้……..5555
มันยังมีเรื่องต้องเรียนรู้ข้างหน้าอีกมากมายมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซนต์ ที่
อ.ของท่านยังไม่รู้ ยังต้องค้นหาความจริงต่อไปหน่ะครับ

รบกวนฝากข้อคิดให้อาจารย์ของท่านได้พิจารณาดูเองครับ
ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *