หลักการ ๓ ต้อง ของพระแท้ฯ จากหนังสือ..ถอดรหัสทัศนะเซียน (๔๖)


“..พระแท้ ตามมาตรฐานของ…วงการนักนิยมสะสมพระเครื่อง…

มีคุณลักษณะตามหลักการ 3 ต้อง….ดังนี้

1. พิมพ์ทรง…….ต้อง….มาตรฐาน

2. เนื้อหามวลสาร…ต้อง….มาตรฐาน

3. ธรรมชาติความเก่า…ต้อง…ได้อายุ

คุณลักษณะของพระแท้ ตามหลักการ 3 ต้องดังกล่าว

อรรถาธิบาย ได้ดังนี้

1. พิมพ์ทรงต้องมาตรฐาน

พระแท้ทุกองค์ล้วนเกิดมาจาก..แม่พิมพ์…เดียวกันหรือ รูปภาพ

หรือ ตัวหนังสือที่พิมพ์ออกมาจากบล็อกหรือเพลท (แม่พิมพ์) เดียวกัน

ดังนั้น ….ขนาด กว้าง ยาว หนามิติความตื้นลึก…ตลอดจนเส้นสาย

ลายพิมพ์ต่างๆ จะต้องวางอยู่ในตำแหน่งเดียวกันรวมทั้งจุดตำหนิที่

เกิดจากแม่พิมพ์…ก็ต้องอยู่ในลักษณะที่เหมือนกัน

2. เนื้อหามวลสารต้องใช่

พระแท้ทุกองค์ต้องมีมวลสารถูกต้องตาม..ตำรับ..การสร้าง..ของ

พระองค์นั้นๆ ซึ่งสามารถพิจารณาได้ว่าเป็นมวลสารประเภทใด

เช่น ผงธูป เกสรดอกไม้ ผงวิเศษต่างๆ ฯลฯล้วนมีรูปพรรณ สีสันและ

เอกลักษณ์ของพระแท้ให้เห็นถึงความแตกต่างไปจาก..พระปลอม..

ได้อย่างชัดเจน..

3. ความเก่า..ต้องได้ตามอายุ

พระแท้ทุกองค์ล้วนมีประวัติการสร้างซึ่งสามารถระบุระยะเวลาเป็นอายุ

ของพระ…ที่ผ่านกาลเวลาแล้วได้แน่นอน..เช่น30 ปี 50ปี หรือ 100 ปี

โดยประมาณความเก่าของพระแท้..ต้องสอดคล้องหรือสมเหตุสมผลกับ

สภาพของพระ เช่นพระแท้..ที่มีอายุผ่านกาลเวลาสร้างมา100 ปี ความ

เก่าของพระองค์นั้นก็ควรจะแสดงให้เห็นตาม..อายุ.. เหมือนคนแก่อายุ

100 ปีบุคลิกลักษณะควรจะแก่ชราอย่างไร จึงจะสามารถพิจารณา

บ่งบอกได้ว่า อายุ 100 ปีไม่ใช่ลักษณะหน้าตาผิวพรรณยังเป็นเด็กอยู่

แล้วบอกว่า อายุ 100 ปีอย่างนี้ก็ถือว่า..โกหก..กันแน่นอน เช่นเดียวกัน

กับ..พระปลอมที่สร้างมาไม่ถึง 10-20 ปี เนื้อหายังสดใหม่ไม่มีความเก่า

สมตามอายุจะมาบอกว่า..เป็นพระแท้…อายุการสร้าง 100 ปี ย่อม

…ไม่ถูกต้อง….

(ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ..ถอดรหัสทัศนะเซียน มา ณ ที่นี้ครับ)

ทีนี้..ผมจะ…แยก…ประเด็น…วิเคราะห์ให้เพื่อนๆ

ได้พิจารณา…รายละเอียด…ดังนี้ครับ…คือ

ส่วนใหญ่..เวลาเรา..ถามผู้นิยมสะสมพระเครื่องว่า..

เวลาที่ดูพระเครื่อง…..เราดูเนื้อหรือดูพิมพ์..เป็นหลัก…ครับ

บางคนก็…ดูเนื้อ…ก่อน…ค่อยดูพิมพ์

บางคนก็…ดูพิมพ์…ก่อน..ค่อยดูเนื้อ

บางคนก็….ต้องดู ทั้งเนื้อ และพิมพ์เป็นหลัก เท่าๆ กัน

แล้วก็ดูธรรมชาติความเก่า………

แสดงว่า…มาตรฐานของพระ…มี 3 มาตรฐาน

คือ หนึ่ง เนื้อหามวลสาร

สอง พิมพ์ทรงองค์พระ

สาม ความเก่าได้อายุ (ธรรมชาติของพระ)

โอเค..ครับ คำพูดที่….(พวกผู้รู้ ผู้กำหนดมาตรฐาน…กล่าวไว้ว่า….)

1. พิมพ์ทรงต้องได้มาตรฐาน

หากเรานำพระสมเด็จฯ (พิมพ์ใหญ่..เอ)มาเรียงๆ กันดู เราจะพบความจริงว่า

“มีความแตกต่างกันทุกองค์…ไม่เหมือนกันสักองค์” ในด้านพิมพ์ทรงองค์พระ

อีกทั้งความ…กว้าง..ยาว..สูง…ก็ไม่มีความเท่ากัน…สักองค์อีก

(เซียน..หรือ..ผู้รู้ผู้ชำนาญการผู้กำหนดมาตรฐาน..คงไม่สามารถปฏิเสธ

ความจริงในข้อนี้ได้….เพราะว่า…ไม่มีองค์ไหน?..ที่มีมาตรฐาน..ถูกต้อง

จนจัดให้เป็น…องค์ต้นแบบ…ได้…นั่นเอง

กรณีถ้าเราจะยึดพิมพ์ทรงองค์พระให้เป็นต้นแบบได้…ทุกองค์จะต้องเหมือนกัน

ดั่งเช่น…เหรียญบาท..เหรียญห้า…เหรียญสิบ..ที่เราใช้ซื้อของกันอยู่ทุกวัน

พิมพ์ทรง…มีความเท่ากัน..ขนาดเดียวกัน..แล้วก็…เหมือนกัน…

สิ่งที่เหมือนกัน…..เท่านั้น…..ถึงจะ….ยึดเป็นหลัก..มาตรฐาน….ได้

2. เนื้อหามวลสารต้องใช่

ก็เราใช้วิธีเดียวกัน..หากเรานำพระสมเด็จ..ที่ถูกตัดสินว่าชนะเลิศ..รางวัล..

(พวกเยอะ) ขอโทษครับถ้วยเยอะ…มาเรียงๆ ดูกันไป พิจารณากันไป

ทีละองค์ ทีละองค์…เราก็จะพบว่า…พระสมเด็จวัดระฆังฯ ที่พวกเขาตัดสิน

ชนะเลิศมานั้น….มีเนื้อหามวลสารทีไม่เหมือนกันอีก…เนื้อหามวลสาร..ยิ่ง

มีความแตกต่างกันมากมาย…จุดเล็ก..จุดน้อย…คาดเดาว่าเป็นโน่น..เป็นนี่

จะต้องมี…ต้องเห็น..ต้องใช่…ในเรื่องของมวลสารถูกผู้รู้กำหนดไว้มากมาย..

เหลือคณานัป….กำหนดจน..พระแท้ๆ…กลายเป็นพระปลอม…ไปจนหมด

ทีนี้..หากเรากำหนดให้…เนื้อหามวลสาร…องค์ใดองค์หนึ่ง..เป็นเนื้อที่

ได้มาตรฐานเนื้อของวัดระฆัง แล้ว….คุณก็จะได้เพียงไม่กี่สิบองค์หรือแค่

องค์ที่คุณกำลังบอกว่าใช่ที่สุด (เพราะเป็นพระของคุณเอง) ที่ถูกต้อง

ตามที่คุณ…กำหนดให้เป็น..คุณกำหนดให้ใช่..หรือ…แต่ละคน..แต่ละกลุ่ม

กำหนดกันเองขึ้นมา(ให้เป็น)กำหนดกันตามใจกันเอง (ให้มี)…ครับ

ผมเชื่อว่า..ทุกคน..รู้จักแกงเขียวหวาน..นะครับ

แกงเขียวหวาน..ที่ใส่ไก่..ก็เป็นแกงเขียวหวานไก่ใส่หมู ก็เป็นแกงเขียวหวานหมู

แกงเขียวหวาน จะใส่ไก่ หรือ หมูจะใส่มะเขือเปราะ หรือ มะเขือพวง ก็ได้

ที่สำคัญ……เรารู้จักแกงเขียวหวาน…แต่เรากลับ..ให้คนที่ไม่รู้ว่า

แกงเขียวหวาน..ว่าเป็นยังไง…กำหนดให้เป็น…ต้องเป็น..ต้องมี…แล้วก็เชื่อ

เขาว่า…เขามีความชำนาญในเรื่องแกงเขียวหวาน..เป็นอย่างดี…55555

จะใส่พริกเขียว..พริกแดง..ซอยหั่นลงไป…ยังงัยมันก็คือแกงเขียวหวานครับ

มันไม่เกี่ยวกันเลย…ครับ เห็นไหมว่า..การกำหนด…..เช่นนั้น…

เขาไม่รุ้จักแกงเขียวหวานดีพอนั่นเอง

3.ความเก่าต้องได้อายุ

อย่างที่ผมบอก…กะปิ..ที่อยู่ในกระปุก กับ กะปิที่ควักออกมาตากแดดนอกกระปุก
สักวันสองวัน ความเก่า ความแห้งก็ย่อมแตกต่างกันแล้วครับ

ความรู้ ความเชื่อประสบการณ์ของคน ทั้งหมดที่ได้เห็น ได้พิจารณาก็ย่อมเห็นว่า

…กะปิที่ตากแดด…ย่อมแห้ง…เก่ากว่าอย่างแน่นอน บางครั้ง…ประสบการณ์ก็

ไม่ช่วยให้…คำตอบของพวกคุณ..ของทุกคน…ถูกต้องเสมอไปครับ…

อายุของกะปิ…มันก็เท่ากัน…เพียงแต่การเก็บรักษามันไม่เหมือนกัน..อย่าเข้าข้าง

ตัวเอง…อย่าคิดไปเองว่า…สสารที่ผสมน้ำ..จะเหมือน..อายุคน…อายเด็กครับ

ถ้าเด็กมันคิดได้…และ..พวกเขากำลังคิดเองได้…

รู้ว่า…คุณคิดอะไรกันอยู่…..

ข้ออ้างสารพัดที่ทำให้ตัวเองเก่ง…ถ้าไม่มีใครรู้ทัน/จับได้/โต้แย้งได้ คุณก็รอดได้

วันนี้ต้องพูดความจริงกันแล้วครับ…..หาทางออกใหม่…

ความเก่าที่เราเห็นไม่เหมือนกัน…เรื่องเดียว…ก็ทะเลาะกัน…จะแย่…แล้ว….

พิมพ์ทรง..ไม่เหมือนกัน…ก็ทะเลาะกันอีก….เนื้อหามวลสาร..ไม่เหมือนกัน

ก็ยิ่งทะเลาะกันอีก.ความเก่าใช้ความรู้สึกว่าเก่าไม่เก่า…ยิ่งทะเลาะกันเข้าไปอีก

…ยิ่งกำหนดอะไร…ให้เป็นมาตรฐาน…โดยที่สิ่งนั้น

…..ไม่ใช่มาตรฐานที่แท้จริง….ยิ่งตั้งอะไรๆ ให้เป็นมาตรฐานมากเท่าไหร่……
(1-2-3…..) นั่นก็ยิ่งบรรลัยสร้างความหายนะ..ให้กับพระแท้..ให้กับการสะสม

อนุรักษ์พระแท้ฯ มากขึ้นไปเท่านั้น…ครับสำหรับผม…ให้ข้อคิดกับเพื่อนๆ ว่า

“ความไม่เหมือนกัน…ความไม่เท่ากัน…ของสิ่งใดๆก็ตาม…หากนำมาตั้งเป็น

มาตรฐานใดๆแล้ว…ย่อมหลีกหนี..ความวุ่นวาย…ไม่พ้น…(ในความไม่เหมือนกันนั้น)

สิ่งใดๆ ก็ตามที่ไม่มีความเหมือนกัน..ความรู้..ประสบการณ์…ความคิด..ความเชื่อ…..

ทุกสิ่งล้วนพิสูจน์ไม่ได้..วัดค่าไม่ได้.และสิ่งที่พิสูจน์อะไร..ไม่ได้..นี่แหละ…เอามาตั้งเป็น

มาตรฐานอะไรไม่ได้เลย

เพราะว่า…เรารู้ของเราคนเดียว…เรารู้ของเรากลุ่มเดียว…เรารู้ของเราพวกเดียว….

สิ่งนี้จึงเป็นแค่….มาตรฐานจำลองที่เราเรียกว่า…มาตรฐานสากู…มาตรฐานสากลุ่ม..

มาตรฐานสาโกง (กำหนดความแท้ให้พระฯ…ยังงัยก็ได้…ตรวจสอบไม่ได้..รู้เฉพาะกลุ่ม..

คนอื่นไม่รู้โต้แย้งไม่ได้ตรวจสอบไม่ได้อีก”…..

เล่นพระต้องพึ่งคนอื่น..ต้องยืมจมูกคนอื่นมาหายใจกันแบบนี้.
พระจะแท้จะเท็จก็ต้องพึ่งคนอื่นตัดสินรับรองให้ตลอดทุกองค์….แบบนี้

ชาติหน้าก็ไม่มีทางเก่งได้เลยครับ ก็มาตรฐานบนความไม่มีมาตรฐาน
ไม่รู้จะ “วัดใจ” ผู้ตัดสินอย่างไร?…วันนี้แท้…พรุ่งนี้เท็จ…เพราะไม่มีใครรู้ว่า
มาตรฐานตามใจคนตัดสินจะ….”เชื่อว่าพระเราใช่…หรือ…อาจจะเชื่อว่าพระเราไม่ใช่”
ก็ได้นั่นเองครับ

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *