เก๊ครับหรือแท้ครับ (ปากหมาหรือจริงใจ แยกให้ออกครับ) (๖๗)

ในการพิจารณาพระเครื่องใดๆ ไม่ว่าจะเป็นพระสกุลใดๆ องค์หนึ่งที่อยู่ตรงหน้า
เราก็มักจะได้ยินคำตอบที่ออกมาจาก…”ผู้ตัดสินชี้ชะตาพระ”…ออกเป็นสองคำตอบใหญ่ๆ..
คือ..”เก๊ครับ”….กับ…..”แท้ครับ”….คำตอบสองคำนี้ แสดงถึงคำตอบที่ชี้ชัด ในองค์ความรู้
ของตัวผู้ตอบได้เป็นอย่างดี แสดงถึงความมั่นใจตัวเองของผู้ตอบได้นั่นเอง

ผู้ถาม ก็ย่อมต้องการคำตอบให้มีการ “ชัดเจน” เช่นกัน ในผลของคำตอบนั้น
เราก็แยกคำตอบและความรู้สึกของ..”ผู้ถาม/เจ้าของพระ”…ได้เป็นสองกรณีเช่นกัน ดังนี้

ในกรณี..”แท้ครับ”…ย่อมหมายถึงความดีใจในพระที่ตนเองครอบครอง

ในกรณี..”เก๊ครับ”….ย่อมหมายถึง เสียใจเหมือนกัน ที่พระตัวเองปลอม

ผมจะอธิบายขยายความให้เพื่อนๆ ได้คิดพิจารณา ในคำตัดสินไม่ว่าจะออกมา

อย่างไร?…”เก๊ครับ”…หรือ…”แท้ครับ” ก็ไม่ต้องตกใจหรือขุ่นข้องใจกับคำตอบเหล่านั้น…แต่
ผมก็ไม่ได้บอกว่า..ให้ทำใจกับพระองค์นั้น เพียงผมจะแนะนำเจ้าของพระฯ แบบนี้ครับ

ค้นหา..ความรู้ของคนที่เข้ามาเม้นท์ให้..ทั้งสองกรณี ว่าแต่ละคนมีความรู้

ความสามารถ มีความชำนาญพอในเรื่องของพระเครื่องฯ องค์ทีเรานำไปถามหรือไม่?…

ความรู้ความสามารถ ประกอบด้วย เรื่องราวที่เกี่ยวกับพระฯ ที่เรานำไปถาม
ยกตัวอย่างเช่น

– ผู้ตอบความเข้าใจในกระบวนการในการผลิต แม่พิมพ์ เนื้อหาที่ปรากฏ หรือไม่?

– ผู้ตอบสามารถอธิบายขั้นตอน กรรมวิธีหรือมีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิต

อธิบายยกอ้าง ให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับพระที่เราถาม ได้หรือไม่?
– ผู้ตอบ..ครอบครองพระแท้ฯ ได้หรือไม่? เป็นต้น

จะสังเกตว่า ผู้เขียนไม่ได้ให้เครดิตกับเรื่อง..”ส่วนตัว”..ของผู้ตอบ..เช่น..เคยค้าขาย
อยู่ในวงการ (อาจจะขายปลอมและแท้ก็ได้)……เคยเป็นกรรมการตัดสินพระฯ…เคย…เคย….
อันนั้นตรวจสอบไม่ได้…มั่วก็เยอะ…เราเอาจุดนั้นมาเป็นประเด็นให้เครดิตไม่ได้ครับ….ต้อง

ให้เครดิต…ค้นหาเอาความรู้จากองค์พระฯ..ที่เราถาม ดูที่ความชำนาญการเกี่ยวกับองค์พระ

ที่เขาตอบ….เพราะองค์พระฯ..จะแท้..หรือ จะเท็จ..ที่องค์พระฯ.ไม่ได้อยู่ที่…คำตอบของ

ใคร?..หากอยู่ที่องค์พระเองฯ..ดูอย่างไรแท้..ดูอย่างไรเท็จ หากเราเจ้าของพระฯ สงสัยก็ขอ

คำอธิบาย ผมเชื่อว่า..ไม่ว่าคนที่จะตอบฟันธงแท้หรือเท็จ ชี้ชัดได้ขนาดนั้น..ต้องมีคำตอบดีดี

มีคำอธิบายดีดี..ตอบให้ได้ครับ..อย่าเกรงใจถ้าสงสัย…ถามไปเลยครับ

คำตอบที่เราได้กลับมาก็จะช่วยเราได้ “พิจารณาแยกแยะ…ความรู้ที่เขาตอบได้”
ถามตรงๆ ให้ตอบตรงๆ กันไป..ชัดเจนกันไปหน่ะครับ…เพื่อให้ได้ความรู้เบื้องต้นของผู้ตอบ

จากนั้นเราก็เอาข้อมูลมาสังเคราะห์วิเคราะห์ ความรู้ที่แต่ละท่านได้ตอบเม้นท์
นั้น ว่าความรู้ของแต่ละคน

ใครน่าจะมีคำตอบได้ถูกต้องกว่าใคร? เราน่าจะเชื่อถือ นับถือคำตอบของใคร

ได้มากกว่ากัน (ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเม้นท์ของคนตอบว่า…ตอบแท้มากกว่าตอบเท็จ..ไ

ม่ได้อยู่ที่การกดไล้ค์ถูกใจมากมาย) ความเเท้และเท็จอยู่ที่องค์พระฯ.ต่างหากครับ…อย่าไป

ลิงโลดก้บไล้ค์เพราะว่าบางคนกดให้..ก็ไม่รู้แท้เท็จอย่างไรก็มี..เหมือนกับภาพดอกไม้ที่ผม

ถ่ายไว้…ก็มีคนกดไล้ค์เพราะสวย..เพราะชอบ…มันไม่เหมือนกับพระแท้ หรือไม่แท้?

การตรวจสอบย้อนถามเอาความรู้ ..การทำแบบนี้ก็จะทำให้เราได้เรียนรู้

ตรวจสอบความรู้เบื้องต้นของแต่ละคนได้…ว่ามีระดับ..ความเก่ง..ความชำนาญในเรื่องพระฯ

…หรือ เก่งในเรื่องสร้างภาพตัวเอง….เก่งในเรื่องเล่านิทาน หรือเก่งในเรื่องใดๆ เพราะว่า
อย่างน้อย…เราก็จะได้คำตอบว่า….

เก๊ครับ (ปากหมา อวดเก่ง อวดรู้ ตีรวนกวนตีน หรือจริงใจ)

แท้ครับ (ปากหวานหรือไม่จริงใจหรือวางอยู่บนผลประโยชน์แฝงของตน หรือพวกพ้อง)

เราคงต้องหันกลับมามองที่องค์ความรู้ (จริงไม่จริง) ของผู้ตอบเม้นท์ เราถึงจะแยก

ชี้ชัดได้..ว่า เขาเป็นคนอย่างไร?….มีความรู้ดีพอ..ที่จะตอบ แท้เท็จ ได้หรือไม่?….มีความรู้
ดีพอที่จะตัดสินพระของตัวเองที่ครอบครองให้แท้ได้หรือไม่?..

นี่คือสิ่งที่ผมฝากเพื่อนๆ ที่ถามเรื่องพระเข้ามาในกระดาน

ผมอยากจะให้เรา..เรียนรู้ และเคารพกันที่ความรู้ (จริง) เกี่ยวกับพระองค์นั้น

หาได้ยึดในตัวบุคคลเป็นหลักไม่?…หลักกาลามะสูตรสิบประการที่พระพุทธองค์ทรงตรัส

ห้ามไว้….ในเรื่องของความเชื่อ เป็นสัจธรรมความจริงที่สามารถนำมาใช้พิจารณาใน

เรื่องของการเรียนรู้ไม่ว่าเรื่องใดๆ ในชีวิตได้เสมอ

เมื่อเราได้คำตอบ (แท้-เท็จ)…เราก็จะสามารถแยก “ความรู้จริง”…ออกจาก

ตัวบุคคลได้เเล้ว…เราจึงค่อยเชื่อยึดในความรู้จริงนั้นเป็นหลักได้…..(ยึดที่พระฯ นั่นเอง)

เมื่อเราตรวจสอบความรู้ของแต่ละคน…ได้…เราก็จะแยก…”นิสัย”…ของ

ผู้ตอบเม้นท์ออกได้เช่นกันว่าเขามี ..นิสัยอย่างไร?….โดยไม่ยากนัก…..นั่นเอง (เพราะ

คำตอบที่เขาอธิบายมันเป็นเครื่องบ่งชี้วัดความสามารถ..ครับ ตอบไม่ได้ ตอบไม่เคลียร์

เลี่ยงประเด็นถาม ข้ามประเด็นตอบ..ตอบแบบเอาสีข้างไถ..เฉไฉ…น้ำท่วมทุ่งฯลฯ…

เลี่ยงเล่านิทาน นิยาย แทน เป็นต้น คนแบบนี้แหละครับ..เตือนเพื่อนๆ ให้ระวังครับ) เพราะ
พระพุทธองค์ทรงจัดให้อยู่ในประเภทของคนถ่อยนั่นเอง

สัจธรรมความจริง..สามารถนำพิสูจน์ได้ในทุกสิ่งครับ เอวังด้วยประการฉะนี้

ทิ้งท้ายไว้นิดนึงครับ….ระวังภัยกัน
บางกลุ่มเล่นพระปลอมทั้งกลุ่ม…มีการจัดการประกวดออกใบรับรองมาตรฐาน..ประชันขันแข่ง….
เปิดกลุ่มรองรับพระปลอมของกลุ่มตัวเอง…ออกสิ่งพิมพ์มีส่ิงพิมพ์(หนังสือ) เป็นของตัวเอง…..
มีการ…เชียร์พระฯ ของกันและกันเองในกลุ่ม….ให้เหล่าแมงเม่าหลงระเริงไฟ……

ในกรณีที่มีการนำพระฯ มาถามในกระดาน..ถ้าเป็นพระเหมือนที่กลุ่มตัวเองเล่น…ก็จะเชียร์กัน
สนั่นทุ่ง..ยุให้ส่งประกวด..เพื่อให้ได้ใบรับรอง…รับประกันเพื่อยืนยันความแท้..อัพราคาได้..ฝาก
ให้กลุ่มขายแลกเปลี่ยน…กันได้…

แต่ความจริงแล้ว…กลุ่มเล่นพระปลอมแบบนี้…”แหกตาแบบมวยล้มต้มคนดู”……เพราะว่า…
จะปฏิเสธว่าไม่แท้ก็ไม่ได้….เพราะเป็นพระเหมือนตัวเอง….ก็ต้องให้แท้….การที่จะได้เงินก็คือ
จากการส่งพระเข้าประกวด…อ้างว่าอัพราคา…ความจริงเพื่อต้องการมวลชนอยู่ข้างพระฯปลอม
ที่ตัวเอง.ของกลุ่มตัวเอง..เล่นนั่นเอง หรือเกิดหลงในคำเชื่อ…ก็จะขอเช่าพระปลอมในกลุ่มสะสม
เพิ่มเติม…เช่าพระที่ได้รางวัลเหมือนกับตนนั่นเอง……

ทีนี้…พอคนรู้ไปตอบว่าเป็นพระปลอมครับ….ย่อมรับไม่ได้….ด่าทอกลับไปเพราะไม่เชื่อ..เชื่อใน
กลุ่ม ในความรู้ (พระปลอม) ที่ครู (ปลอมๆ จอมหลอกลวง)…สอนไว้นั่นเอง……

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *