มาตรฐานพระเครื่องฯ กับ การจับพลัง (๙๓)

ผมเองผ่านประสบการณ์ในวงการพระเครื่องฯ ระดับพื้นล่าง โตมากับการค้นหา
คำตอบ…แท้เท็จ…ให้กับพระเครื่องฯ องค์ๆ หนึ่งตรงหน้า ของเซียนเล็กใหญ่แต่ละคน

(ที่ตั้งตนเป็นผู้รู้)

บางคน…อาจจะเป็นนักเล่านิทานตัวยง ผูกเรื่องนู่นนี่ ให้เหล่าเพื่อนๆ หรือ ศิษย์

หรือ ผู้แสวงหาความรู้ฟัง (นิทานที่ผู้เล่าผูกเรื่องราวให้…ตัวเองดูน่าเชื่อถือ…)

บางคน….ก็จะมีการอธิบายมวลสาร แยกแยะมวลสารอธิบายมวลสารแต่ละอย่าง
การได้มาของมวลสารแต่ละอย่าง..ที่เกจิอาจารย์รูปนั้นได้…มวลสารนั้นมา

บางคน…ก็จะเล่าเรื่องพิมพ์ทรง…ที่ปรากฏที่ตัวเองเห็นอยู่ตรงหน้า…ว่า

ใครเป็นคนแกะพิมพ์นี้ถวาย….รวมถึงตัวละครต่างๆ ก็ปรากฏเข้ามา…เช่น หลวงวิจารณ์เจียรนัย

นางขำ หลวงสิทธิ์…หลวงวิจิตรฯลฯ…..

บางคน…ก็วัดคืบ วัดศอก จากองค์พระฯ…ว่ามีขนาดตามที่…เขาได้ค้นพบได้เรียนรู้
มาหรือไม่?……จะพอดีตามที่เขา….ศึกษาจากตำรามาหรือไม่

บางคนก็….แกว่งตุ้ม…รอบองค์พระเพื่อให้ “รู้สึก” ถึงการตอบสนองของ

สิ่่งศักดิ์สิทธิ์กลับขึ้นมาในรูปแบบ “พลัง” ที่เขารับรู้ได้

บางคนก็ใช้วิธี ปลุกของ จับพลัง…เพื่อให้พระเครื่องฯ องค์ที่ถือหรือครองอยู่…

ส่งพลังมาในร่างกายเขา…ขนตามตัวจะตั้งชัน…มีพลังปรากฏ…

นั่นคือ..เรื่องราวการค้นหา…”ความจริง” ในเรื่องพระแท้ฯ…หรือ…พระเท็จฯ..
ในระยะเริ่มแรกของวงการพระฯ…นั่นเอง

ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งรวมตัว..ของหน่วยองค์กรพระเครื่องขึ้นมา…ก็มีการ

นำเอาหลักสากลในการแยกแยะพิจารณาความแท้เท็จของพระฯ…โดยแบ่งมาตรฐานใน

การพิจารณา..ออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ เพื่อยึดเป็นหลักมาตรฐาน..คือ

พิมพ์ทรงองค์พระ….กับ….เนื้อหามวลสาร…ในการแยกแยะเรียนรู้ได้…นั่นเอง….

การไปกำหนดพิมพ์ทรงองค์พระกับเนื้อหามวลสาร เพื่อป้องกัน…การเชื่อ

ในเรื่องของการจับพลัง…พระมีพลังแผ่ออกมาได้

ป้องกันความเชื่อ ในเหล่าคนที่ใช้ความรู้สึก…ส่วนตัวที่คนอื่น…เรียนรู้ไม่ได้…

ในขณะเดียวกัน…วันนี้…พิมพ์ทรงกับองค์พระฯ ที่ถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานนั้น
เมื่อเราตรวจสอบแล้วก็ไม่มีค่ามาตรฐาน วัดค่าไม่ได้เช่นกัน การไปกำหนดพิมพ์ทรง

องค์พระกับเนื้อหามวลสาร…เพื่อป้องกัน

ป้องกันความเชื่อในเหล่าคนที่ใช้ความรู้สึก…ส่วนตัวที่คนอื่น…เรียนรู้ไม่ได้…เสียเอง

การจับพลัง….ผมไม่เชื่อ ไม่สามารถไว้วางใจได้….เพราะผมเรียนรู้ไม่ได้…..

ในขณะที่….ผมเองเรียนรู้เรื่องพิมพ์ทรง…เนื้อหามวลสาร….ผมก็พบว่า…มันเรียนรู้

ไม่รุ้จบ…มันไม่ใช่มาตรฐาน…..สรุปผมก็เรียนรู้…เข้าใจไม่ได้….เพราะมันไม่สามารถ

วัดค่าคงที่ได้..มันจึง…กำหนดให้เป็นมาตรฐานใดๆ ไม่ได้……เช่นกัน……..

ดังนั้น..การไปกำหนดให้เนื้อกับพิมพ์….เป็นมาตรฐาน (ไม่มีหน่วยวัดค่าได้)
….แสดงว่า….โกหก….

มันจึงไม่ต่างกับการจับพลัง…ครับ…คือ……

เราเลือกที่จะเชื่อจับพลัง…ก็ได้…หรือ

เราเลือกที่จะเชื่อว่า..เนื้อกับพิมพ์.ว่ามีมาตรฐานก็ได้…..เราจะนับถือคนที่จับพลัง

ในองค์พระได้ว่า…เก่ง..สุดยอดก็ได้…เราจะนับถือคนหรือเหล่าคนที่กำหนดให้ เนื้อกับพิมพ์…

เป็นมาตรฐาน..หรือจับพลังได้……ผมก็ว่ามันไม่แตกต่างกัน

เพราะว่า…ไม่ว่าเราจะเชื่อหรือเลือกฝ่ายไหน?…..

ทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีคำตอบเรื่อง…มาตรฐานดูยังงัย…แท้ยังงัย? ให้เราเรียนรู้ได้อยู่ดี……

เราจะเลือกเชื่อฝ่ายไหน?..เราก็เรียนรู้ไม่ได้อยู่ดีมันต่างกันตรงไหน?…เพราะสุดท้ายวันนี้…

เหล่าแมงเม่า..ก็ไม่เข้าใจมาตรฐานแห่งความเชื่อ…ที่ถูกกำหนดมากำกับ..อยู่ดีครับ

วงการนี้เต็มไปด้วยความเชื่อ อุดมงมงายไปด้วยอวิชชา เพราะตัวกลางที่ไม่เข้าใจปัญหา…

แต่ละคนต่างเรียนรู้เพื่อค้นหาคำตอบ..”แท้เท็จ” ให้พระเครื่องที่ตัวเองครอบครองไม่ได้….
ต้องเชื่อ….”คนกำหนดมาตรฐานให้เขาตัดสินในมาตรฐาน (อะไรก็ได้)…ตามใจตัวแบบนี้”…

การจับพลัง…ใช้ความเชื่อส่วนตัว

การตัดสินให้พระจะเเท้จะเท็จ..ทุกวันนี้ ยึดพิมพ์ยึดเนื้อเป็นหลัก..ก็ใช้ความเชื่อส่วนตัว

ไม่แตกต่างกันครับ

ตัวกลาง “เซียน” เป็นคนกำหนดหลักการในการพิจารณาให้เป็นมาตรฐานขึ้นมา..โดยไม่ได้มี..

“ความรู้อย่างถูกต้องดีพอว่า”…สิ่งที่ตัวเองกำหนดขึ้นมาให้เป็นมาตรฐาน…เนื้อพิมพ์..ความเก่า

คราบกรุฯลฯ…สิ่งต่างๆ เหล่านั้น….ไม่มีมาตรฐาน..ไม่สามารถใช้หน่วยวัดค่าอะไร?…ได้เลย..

นอกจากความเชื่อ(ส่วนตัว) ว่าใช่หรือไม่ใช่….ของ..”ผู้ตัดสิน”..ที่กำหนดสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา…

ทั้งหมดที่เขากำหนดให้เราเรียนรู้ และอ้างว่า..นั่นคือมาตรฐาน…มันไม่มีมาตรฐาน

สักอย่างครับ…..จะอ้างความเชื่อและประสบการณ์.เคยเห็นพระแท้มามากตัดสินพระฯ มามาก
เราก็ต้องไปพิจารณาดูว่า …ความเชื่อและประสบการณ์ของแต่ละคนนั้น…มีมาตรฐานหรือไม่?

ความเชื่อ และ ประสบการณ์ ไม่มีหน่วยวัดค่าความเชื่อและประสบการณ์นั้นได้…อีก

ต่อให้..มีการรวมตัวของความเชื่อและประสบการณ์ของหลายๆ คน รวมตัวกัน
ตัวสินว่าแท้เท็จ….มันจึง….ไม่ต่างอะไร? กับ..การจับพลัง…นั่นเอง (ใช้ความเชื่อเหมือนกัน)

ต่อให้…เอาพลังความเชื่อของคนสิบคนมา..ตัดสิน…พระองค์นึงที่เห็นตรงหน้า…กรณีถ้า

คนสิบคนหรือมากกว่าครึ่ง…บอกว่า…เป็นพระแท้…แสดงว่า..พระองค์นั้นน่าจะเเท้ได้แล้ว…..

555555555 มันต่างจากการจับพลังตรงไหน?……

มันเหมือนกันครับ…

การจับพลังก็ใช้ความเชื่อส่วนตัว…ว่าตัวเองจับพลังได้…
ตัวเองมีคุณวิเศษอยู่ในตัว…..รับรู้ได้เพียงคนเดียว

กรณีนี้….การตั้งมาตรฐานเนื้อหามวลสารกับพิมพ์ทรงองค์พระฯ….ก็ไม่ต่างกัน…..

เพราะผู้ตัดสินต่างก็.ใช้ความเชื่อส่วนตัวเหมือนกัน..คนอื่นไม่รู้..ไม่ทราบด้วยได้

กำหนดอะไรขึ้นมาวัดค่าไม่ได้….”รู้เฉพาะคนเดียว”…ก็เล่นคนเดียวดิ….

รู้กลุ่มเดียวก็เลยเล่นกลุ่มเดียว…..ไป ไม่ต้องให้คนอื่นเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

กีดกันการเรียนรู้การตรวจสอบความรู้…กีดกันคนอื่นไม่ให้ได้เรียนรู้ได้…

คนอื่นๆ จึงเข้าไม่ถึงองค์ความรู้ (ถูก-ผิด) นั้นได้

ผลการตัดสินที่ออกมา…แท้หรือไม่แท้นั้น…..มันจะยุติธรรม..มันจะตรวจสอบกันได้อย่างไร?…

ก็เป็นแค่…ความเชื่อจากคน..ที่เห็นพ้องต้องกันว่าด้วยความเชื่อและประสบการณ์ของตนว่า

น่าจะ…จะใช่…..รู้สึกได้ว่า..น่าจะแท้…หรือน่าจะไม่แท้……

มันต่างจาก…การจับพลัง…ตรงไหน?ครับ…เจ้านาย

แล้วมันจะพัฒนาวงการนี้ไปได้อย่างไร?…จากความเชื่อ หรือ จากความรู้ไม่พอของ

ผู้กำหนดมาตรฐาน มาตรฐานสากล….มาตรฐานตามใจพวกพ้องครับ…..เจ้านาย….

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *