พระสมเด็จวัดระฆัง หลักการพิจารณาจากทัศนะของผู้ชำนาญการ ๑ (๙๔)

13 พฤศจิกายน 2011 เวลา 11:26 น.

คุณมหา จากนิตยสารพุทโธ

1. รอยย่นของผิว….คือผิวของพระสมเด็จฯ จะมีรอยย่นในเนื้อเป็นริ้วๆ คล้ายสีน้ำมัน

ผิวข้างนอกแห้ง แต่ภายในยังมีความชื้น สีรัดตัวเกิดเป็นรอยย่น เมื่อใช้แว่นส่องดูจะเห็นได้ชัด

2. รูพรุน จะเห็นเป็นจุดลึก คล้ายรูขุมขน

3. ผิวพระจันทร์ ในองค์พระสมเด็จ ผิวจะเหมือนโลกพระจันทร์ ผิวพระดังกล่าว พระสมเด็จใหม่ๆ จะไม่ปรากฏ

4. รอยหนอนด้น หรือ ปูไต่ จะเห็นได้ว่า เป็นรอยขีดเล็กๆ ตรงบ้าง โค้งบ้าง

5. มวลสารบนผิว จะแลเห็นเกสรอ่อน ๆ เป็นจุดๆ ลางๆ

วิเคราะห์..ผู้รู้ท่านนี้

1. รอยย่นที่เกิดบนผิวพระสมเด็จฯ คล้ายสีน้ำมันที่ข้างนอกแห้ง..แต่ภายในยังมีความชื้น..ความแห้ง

ก็เลยทำให้ย่น ท่านสรุปให้รอยย่นที่เห็น เกิดจากความเหี่ยวตามอายุนั่นเอง..ง่ายๆ ครับ….พอเข้าใจได้ครับ
แต่ความจริง..อาจจะไม่เป็นอย่างที่เข้าใจก็ได้……(รอยย่นที่เกิดบนพื้นหินเมื่อเวลากระเทาะออก….
ก็ไม่ได้หมายความว่า…หินก้อนนั้นอายุนาน สูญเสียน้ำ จึงเหี่ยวย่นตามธรรมชาติ) ความจริงกับ..
ความเข้าใจว่า..เชื่อว่า…น่าจะ….ฯลฯ……อาจจะเป็นคนละเรื่องเดียวกันก็ได้ครับ

2. ส่วนรูพรุนปลายเข็ม เป็นลักษณะคล้ายรูขุมขน…เราก็เห็นตามนั้นเหมือนกัน…แต่ท่านไม่อธิบาย..

สาเหตุการเกิดรูพรุนปลายเข็มนี้…ผมจะมีคำอธิบาย…เรื่องรูพรุนปลายเข็ม..ที่เซียนใช้อธิบาย

ปรากฏการณ์นี้ในตอนต่อไป

3. ผิวพระจันทร์…เรื่องนี้คงอธิบายยากครับ…เพราะผิวของดวงจันทร์..ไม่เหมือนกัน..พื้นที่ของดวงจันทร์

มันกว้างครับ..เข้าใจไม่ได้ ไม่รู้จะดูตรงไหนมุมไหน…ของดวงจันทร์…หน่ะครับ คำตอบนี้มันจึงเป็น
การพูดให้ผู้ฟัง จินตนาการเห็นคล้อยตามอุปมาอุปไมยนั้นของตน ผิวดวงจันทร์แต่ละส่วนย่อมไม่
เหมือนกันครับ

4. รอยหนอนด้น..หรือ..รอยปูไต่ เป็นรอยขีดเล็กๆ ตรงบ้าง โค้งบ้าง

(คนอ่านคงยากที่จินตนาการตามได้ครับ ที่สำคัญครับ..รอยหนอนด้น..อยู่ตรงไหน..รอยปูไต่..ไต่ตรงไหน…

ไม่มีการชี้จุดหรือลักษณะของร่องรอยที่แน่ชัด…หรือ…มีรูปร่างแน่ชัดอย่างไร? กันแน่….รอยทั้งสองมี

ความสำคัญอย่างไร?..ก็ไม่บอก..มีลักษณะที่ถูกต้อง เป็นอย่างไร? คนอ่าน..ก็คง..ไม่รู้ครับ..

แต่จากการเรียนรู้ของผม..รอยสองรอยนี้…หนอนด้น..ไม่เหมือนกับ..ปูไต่..
รอยหนอนด้นจะมีขมวด ขยัก….ส่วนรอยปูไต่…จะมีลักษณะแหลม เหลี่ยม เหมือนปูที่ตวัดขา
ตามชายหาดครับ ไม่มีความเหมือนกันครับ

5. มวลสารบนผิว แลเห็นเป็นเกสรอ่อนๆ เป็นจุดๆ ลางๆ (เกสร..ดอกไม้…หรือ??? คนอื่นคงไม่เข้าใจครับ

คำว่า..อ่อนๆ ก็มีความหมายกว้างมากครับ..เช่น..ไม่รู้ว่า..แค่ไหน? ที่..อ่อน…อ่อนไปนิด…อ่อนไปหน่อย…

อ่อน..กำลังดี

สิ่งนี้…ใช้ความรู้สึกส่วนตัว..ได้สถานเดียวครับ..ผู้พูดเลยต้อง..เข้าใจคนเดียว..จะแสดงให้คนอื่นดู..
เห็น..หรือ อธิบายให้ เข้าใจไม่ได้) ผู้อ่านจึงไม่ได้ประโยชน์อะไร? จากคำพูดทั้งมวลครับ

สิ่งที่เราพบจากคำกล่าว เราก็เห็นแบบนั้นเช่นกัน ความรู้สึก ความเชื่อ คำอธิบาย ก็มีลักษณะที่
เรียนรู้ไม่ได้…เราเห็นเราเข้าใจ..แต่อย่าลืมว่า…มาตรฐานจะต้องวัดค่าได้ มีหน่วยวัดค่าได้เท่านั้น
สิ่งที่ผ่านมาที่เราเคยได้ยินได้ฟัง ได้เรียนรู้…มัน..เป็นเรื่องของความรุ้สึก..ของคนคนหนึ่ง…ของคนกลุ่ม
หนึ่ง..ของหน่วยองค์กรองค์กรหนึ่ง ที่กำหนดอะไรๆ ก็ได้ขึ้นมา โดยไม่รู้ว่า…มันใช่มาตรฐานหรือไม่?

เราเองก็ไม่เคยคิดจะตรวจสอบ ตรวจทาน ความรู้ในเรื่องมาตรฐานที่ถูกกำหนดขึ้นมา..จากความรู้
จากความรู้สึกนึกคิด จินตนาการเหล่านั้น…ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องในการเรียนรู้ครับ…

คิดใหม่ หาทางออกกันใหม่ครับ…ทางที่เดินผ่านกันมาในเรื่องมาตรฐาน…มันผิดมันหลงทาง…จาก
ผู้ให้ความรู้ทั้งหลาย……มานานแล้วนั่นเอง

ขอปัญญาจงสถิตย์กับเพื่อนๆ ครับ ทุกปัญหามีปัญญาแก้ไข…..ไม่ได้มีคำพูดเพื่อแก้ตัว…ครับ

กดแชร์บทความไปยัง Social Network ของท่าน
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เรียนรู้วิธีการดูพระเครื่องร่วมกับเพื่อนสมาชิกได้ในกลุ่มพระเครื่องเรื่องง่ายๆ ในเฟสบุ๊ค https://web.facebook.com/groups/277552462284906

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *